
ประกันสังคมยุคใหม่ สมาชิกได้อะไรอีกเยอะ
14 ต.ค. 2558
เล่าสู่กันฟัง : ประกันสังคมยุคใหม่ สมาชิกได้อะไรอีกเยอะ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพของภาคครัวเรือนที่ยังไม่ฟื้นตัว พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับที่ 4 พ.ศ.2558 ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ตามนโยบายภาครัฐในเรื่องการพัฒนาสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานคงจะทำให้ลูกจ้างและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 13.9 ล้านคน ยิ้มได้ เพราะได้ขยายผลประโยชน์เพิ่มเติมในอีกหลายกรณี
เช่น กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่มค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ จากปัจจุบันมีสิทธิได้รับเฉพาะค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินอยู่ และรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์ ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย
กรณีคลอดบุตร มีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง จากปัจจุบันมีสิทธิได้รับไม่เกิน 2 ครั้ง เหมาจ่ายครั้งละ 13,000 บาท + เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน
กรณีสงเคราะห์บุตร มีสิทธิได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน จากปัจจุบันได้รับสำหรับบุตรอายุ 0-6 ปี คราวละไม่เกิน 2 คน เหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 400 บาทต่อคน
กรณีว่างงาน เพิ่มให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง ในขณะที่ปัจจุบันผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออกเท่านั้น
ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพ เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง/ผู้ทุพพลภาพ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ จากปัจจุบันที่ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน กรณีตาย หรือกรณีทุพพลภาพ นอกจากนี้ยังมีการขยายสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย
หากเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในระบบประกันสังคมของประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งมีทั้งหมด 7 ประเทศ ได้แก่ ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย พม่า อินโดนีเซีย และเวียดนาม ในแง่ของความคุ้มครอง ไทยเป็นประเทศเดียวที่มีการคุ้มครองถึง 8 ประเภท (การเจ็บป่วย การคลอดบุตร อุบัติเหตุและโรคอันเกิดจากการทำงาน ทุพพลภาพ ชราภาพ การสงเคราะห์ครอบครัว การเสียชีวิต การว่างงาน) ซึ่งถือว่ามากที่สุด
ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ หรือแต่สิงคโปร์ ซึ่งได้ชื่อว่าจัดเก็บเงินสมทบในอัตราที่สูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน คือประมาณ 36% ยังให้การคุ้มครองเพียง 6 ประเภทเท่านั้น (เหมือนไทยยกเว้นกรณีว่างงานและการสงเคราะห์ครอบครัว)
การเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกจ้างและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรจะมากจนเกินไป เพราะมิเช่นนั้นจะเหมือนในยุโรป ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาได้ในอนาคต เพราะนอกจากคนกลุ่มนี้แล้ว คนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่เข้าสู่ระบบประกันสังคม หากดูตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะพบว่า ในเดือนกันยายน 2558 ประเทศไทยมีผู้มีงานทำทั้งหมด 38.32 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 13.13 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 25.19 ล้านคน นั่นหมายความว่า ยังมีผู้ที่อยู่ในระบบการทำงานอีกถึงกว่า 24 ล้านคน ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม
--------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ประกันสังคมยุคใหม่ สมาชิกได้อะไรอีกเยอะ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



