ข่าว

ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ทั้งชีวิตอุทิศเพื่องานตำรวจ

ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ทั้งชีวิตอุทิศเพื่องานตำรวจ

13 ต.ค. 2558

ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ ทั้งชีวิตอุทิศเพื่องานตำรวจ

          การจากไปของ ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ รอง สว.ป.สภ.วังทอง หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ยังความเสียใจต่อครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ที่นอกจากต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวแล้ว ยังสูญเสียตำรวจน้ำดีที่เพียรปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์มาทั้งชีวิต

           ร.ต.ท.ก้องหล้า อายุ 59 ปี ชื่อเดิม วิเชียร แสงฤทธิ์ พื้นเพเป็นชาว อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยกำเนิด เป็นบุตรคนโตของพี่น้องทั้งหมด 7 คน หลังเรียนจบจากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ได้เข้าศึกษาต่อเป็นนักเรียนพลตำรวจ โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐม รุ่น 23/18

           หลังจากนั้นเข้ารับราชการที่ จ.ศรีสะเกษ ยุคสมัยที่มีปฏิบัติการต่อสู้กับขบวนการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และได้รับบาดเจ็บจากการปะทะในครั้งนั้น

           สมัยนั้น ผู้เป็นพ่อคือ ช่อ แสงฤทธิ์ ถึงกับขับรถยนต์จาก จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมไปรับศพลูกชาย เนื่องจากทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าลูกชายเสียชีวิต แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าลูกชายเพียงแค่บาดเจ็บ และเริ่มเป็นจุดพลิกผันที่ ร.ต.ท.ก้องหล้า ได้ย้ายกลับมาปฏิบัติหน้าที่ยังบ้านเกิดจ.พิษณุโลก ทั้งที่ อ.นครไทย อ.บางระกำ ก่อนย้ายไป อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

           กระทั่งล่าสุดช่วง 10 ปีก่อน ร.ต.ท.ก้องหล้าได้ย้ายกลับมาภูมิลำเนาบ้านเกิดอีกครั้ง แต่ก็ต้องเสียขาข้างขวาจากการปฏิบัติหน้าที่ติดตามขบวนการลักลอบตัดไม้ที่ ต.ดอนทอง

           การปฏิบัติหน้าที่กวาดล้างแก๊งมอดไม้ครั้งนั้น ร.ต.ท.ก้องหล้าเกิดอุบัติเหตุปืนลั่นใส่ขาขวา ไม่สามารถรักษาได้ ต้องตัดขาขวาท่อนล่างและใส่ขาเทียม แต่ยังคงรับราชการตำรวจเรื่อยมา กระทั่งได้เลื่อนยศเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร รับตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.วังทอง หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

           ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ที่หน่วยบริการประชาชนดินทอง หรือ จุดตรวจดินทอง ร.ต.ท.ก้องหล้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งตลอดเวลา แม้ยามพักผ่อนที่บ้านพักเลขที่ 62 หมู่ 6 ต.ดินทอง จะมีโต๊ะทำงานประจำอยู่หน้าบ้านพัก คอยเปิดวิทยุเตรียมฟังเหตุต่างๆ ยามออกเวร จะดึกดื่นค่ำมืด ไม่ว่าจะมีเหตุใด เขาจะออกปฏิบัติหน้าที่ไม่เคยขาด ด้วยพาหนะคู่ใจ คือ รถยนต์มาสด้า 626 จีแอลเอ็กซ์ ติดสัญญาญไซเรนและวิทยุเตรียมพร้อมตลอดเวลา

           ช่วงค่ำวันที่ 11 ตุลาคม 2558 ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งอาละวาด จาก สภ.วังทอง ร.ต.ท.ก้องหล้าได้ละจากวงข้าวที่กำลังรับประทานอาหารเย็นกับภรรยาและบุตรสาว นำรถยนต์มาสด้าคู่ใจไปยังจุดเกิดเหตุ ซอยตรงข้ามโรงเรียนบ้านกกไม้แดง ห่างจากบ้านพักไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทันที แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้จะเป็นภารกิจสุดท้ายของชีวิต

           เหตุการณ์ในวันนั้น ธีรยุทธ รอดเลิศ วัย 46 ปี ชายสติไม่ดีและมีอาการคลุ้มคลั่ง ได้วิ่งหลบหนีออกมาจากซอยตรงข้ามโรงเรียนบ้านกกไม้แดง เมื่อวิ่งมาถึงรถของ ร.ต.ท.ก้องหล้า ได้ใช้มีดฟันทะลุกระจกคนนั่ง และฟันเข้าไปที่ร่างร.ต.ท.ก้องหล้าหลายครั้ง และยังเปิดประตูนำร่างมาฟันซ้ำอีกหลายแผลจนเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไป

           กระทั่งเช้าวันที่ 12 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ หลังจากนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมปูพรมไล่ล่ากลางสายฝนตั้งแต่คืนเกิดเหตุ

           พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ยกย่อง ร.ต.ท.ก้องหล้าว่า เป็นผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ และจะได้รับการปูนบำเหน็จ 7 ขั้น 5 ชั้นยศ เลื่อนเป็น พล.ต.ต.

           เขมมิกา แสงฤทธิ์ ลูกสาวของนายตำรวจผู้กล้า ซึ่งใบหน้ายังอาบนองด้วยน้ำตา  เพราะยังทำใจไม่ได้กับการด่วนจากไปของผู้เป็นพ่อ ถ่ายทอดเรื่องราวของนายตำรวจน้ำดีผู้อุทิศตัวเกือบทั้งชีวิตให้แก่การพิทักษ์สันติราษฎร์ว่า พ่อเป็นผู้เสียสละ และรักษาตำรวจเท่าชีวิต

           เขมมิกา เล่าว่า คืนเกิดเหตุ หลังจากได้ยิงเสียงวิทยุแจ้งเหตุร้ายว่ามีคนคลุ้งคลั่งอาละวาด พ่อรีบออกไปทำหน้าที่ ตอนนั้นยังเอ่ยปากเตือนว่าให้ระวังตัว แต่ก็ไม่คิดว่าพ่อต้องมาจบชีวิตลงอย่างทรมานเช่นนี้ หลังเกิดเหตุได้โทรไปแจ้ง เมษา แสงฤทธิ์ น้องชายคนเล็กวัย 21 ปี ที่เพิ่งสอบติดโรงเรียนนายสิบตำรวจอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อทราบข่าวก็รู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะที่สอบติดตำรวจได้ เนื่องจากมีพ่อเป็นต้นแบบในอาชีพตำรวจที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก

           “บอกกับพ่อเสมอว่า เห็นพ่อทำงานหนักมาตลอด อยากให้พ่อลาออกจากราชการมาพักผ่อนอยู่บ้าน ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่พ่อไม่ยอม บอกว่ายังรักในงานที่ทำอยู่ จะขอปฏิบัติหน้าที่อีก 1 ปี ก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว”

           จ.อ.นักรบ แสงฤทธิ์ ทหารเรือสังกัดกองเรือยุทธการ ลูกชายคนโตของ ร.ต.ท.ก้องหล้า เชิดชูพ่อว่า พ่อเป็นตำรวจที่มีวินัย ตั้งใจทำงานมาก ไม่เคยเอาเปรียบใคร แม้แต่ลูกชายของตนเองโดนใบสั่งก็ไม่เคยใช้ความเป็นตำรวจช่วยเหลือ

           สิ่งที่ ร.ต.ท.ก้องหล้าภูมิใจมากที่สุดคือ ได้เห็นลูกชายคนเล็ก คือ เมษา แสงฤทธิ์ ได้สวมชุดนักเรียนตำรวจ และเพิ่งได้ถ่ายรูปคู่กันล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ร.ต.ท.ก้องหล้ายังเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นพี่ชายคนโตของพี่น้องทั้งหมด 7 คน และเป็นผู้ดูแลพ่อ ช่อ แสงฤทธิ์ วัย 80 ปี ที่อาศัยอยู่บ้านติดกัน ขณะที่ลูกชายและลูกสาว 4 คน ก็ส่งเสียร่ำเรียนจนมีงานทำ

           ร.ต.ท.พีระ ปู่ซึ้งรอง สวป.สภ.วังทอง บอกว่า เพื่อนๆ เรียก ร.ต.ท.ก้องหล้าอย่างคุ้นเคยว่า หมวดเชียร เขาเป็นคนมีน้ำใจกับทุกคน เป็นคนทุ่มเททำงานขยันขันแข็งเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา แม้ว่าหมวดเชียรจะเสียขาขวาขณะปฏิบัติหน้าที่ไป 1 ข้าง ก็ยังปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่บกพร่องสมเกียรติตำรวจไทย ดั่งเพลงมาร์ชพิทักษ์สันติราษฎร์ใจความท่อนหนึ่งว่า “ถึงตัวจะตายก็ช่างมัน มิเคยคำนึงถึงชีวัน เข้าประจันเหล่าร้ายเพื่อประชา”

           ศพ ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ ได้รับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอย่างสมเกียรติ ณ บ้านเลขที่ 10 หมู่ 6 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก บ้านของพ่อช่อ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม และคืนสุดท้ายจะย้ายศพไปที่วัดดินทอง ก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดดินทอง ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม