
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ดาราโพสต์เบียร์
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ดาราโพสต์เบียร์ ประจินชี้เข้าข่ายผิดต้องทำตามก.ม. หมอสมานยัน30ศิลปิน-ดาราเข้าข่ายขัดม.32พรบ.เหล้า
12ต.ค.2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงกรณีที่ดารานักแสดงโพสต์ภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งในสื่อโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้มีการสรุปในประเด็นดังกล่าวไปแล้ว ว่าอาจจะเกิดจากความไม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตัวบุคคล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ต่อไปถ้าหากพบว่ามีการกระทำความผิดที่เข้าข่าย ตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องก็อาจจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ยืนยันว่าในเกณฑ์ศิลปิน ดาราที่เป็นบุคคลสาธารณะ กับประชาชนทั่วไป ก็จะใช้เกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายเดียวกัน แต่เรื่องดังกล่าวส่วนตัวมองว่าเกิดขึ้นเนื่องจากศิลปินดาราเป็นบุคคลที่มีคนสนใจ จึงเกิดเป็นกระแสในสังคม แต่อย่างไรก็ตามเห็นว่าปัญหานี้ก็ควรที่จะแก้ที่ต้นเหตุมากกว่า
หมอสมานยัน30ศิลปิน-ดาราเข้าข่ายขัดม.32พรบ.เหล้า
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ 30 ศิลปิน ดารา นักแสดงกรณีการโพสต์ภาพตัวเองกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า ถือว่ามีความผิด ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 แบ่งออกเป็น 2 กรณี โดยกรณีที่ 1 คือ มีความชัดเจนของการโฆษณา ทำให้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเพื่อประโยชน์ทางการค้าก็ถือว่าผิด ไม่จำเป็นต้องรับค่าตอบแทน แค่โพสต์ให้คนเห็นก็ผิดแล้ว ส่วนกรณีที่ 2 หากมีการแย้งว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า แต่อาจเข้าข่ายการอวดอ้างสรรพคุณ และมีพฤติกรรมร่วมโดยการชักจูงให้ดื่มโดยทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ใช้ภาพดารา นักร้อง นักแสดง นักกีฬา มาชักจูง เพราะคนกลุ่มนี้เป็นเหมือนแม่เหล็ก แค่โพสต์ภาพก็ทำให้คนเลียนแบบ รวมไปถึงการมีข้อความจูงใจดื่มแล้วดี หรืออะไรก็ตาม ทั้งหมดเข้าข่ายผิดมาตรา 32 ทั้งสิ้น
“กรณีดาราโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าข่ายผิดชัดเจนไม่ว่ากรณีใดก็ตามของมาตรา 32 ส่วนจะเอาผิดดาราที่เข้าข่ายทั้ง 30 คนหรือไม่ ก็ต้องมาพิจารณาฐานความผิดต่างๆ แต่เบื้องต้นดารา 7 ใน 30 คนอาจต้องเรียกมาคุยมาให้ข้อมูลก่อน เนื่องจากดารา 7 คน อยู่ในแคมเปญของธุรกิจเหล้ายี่ห้อหนึ่ง ที่ออกมาจัดกิจกรรมให้ประชาชนถ่ายรูปลงกับอินสตราแกรม หากใครชนะก็จะได้ถ่ายรูปคู่กับดาราในกลุ่มนี้ ซึ่งก็ชัดเจนหรือไม่ ขณะเดียวกันช่วงนี้ก็ตรงกับช่วงเปิดตัวฉลากสินค้าใหม่อีก จึงดูเหมือนจะประจวบเหมาะกับการที่ช่วงที่ผ่านมากลุ่มดารามาโพสต์รูปลักษณะนี้ หนำซ้ำบางรายก็รับว่าโพสต์เพราะช่วยโปรโมต แม้ไม่รับค่าตอบแทนก็ตาม จึงเข้าข่ายผิดมาตรา 32 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในกลุ่มบุคคลทั่วไปอาจปรับได้ตั้งแต่ 2 แสนบาท 3 แสนบาท หรือ 5 แสนบาท แต่หากเป็นธุรกิจเหล้าจะมีโทษปรับสูงสุด 5 แสนบาท ส่วนจำคุกมักเป็นรอลงอาญา” นพ.สมาน กล่าว
ต่อข้อถามดารา นักแสดงโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วรับสารภาพว่ากระทำด้วยตนเอง และขอเปรียบเทียบค่าปรับเท่านั้น นพ.สมาน กล่าวว่า ก็ทำได้ ส่วนใหญ่เวลามีปัญหาลักษณะนี้ก็จะออกมาในรูปดังกล่าวตลอด แต่ในทางกลับกันเจ้าพนักงานตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถใช้ดุลยพินิจได้ว่า จะให้เปรียบเทียบปรับ หรือส่งฟ้องศาล เพราะหากเป็นกรณีซ้ำซาก บ่อยๆ ก็จะเปรียบเทียบปรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีดารา นักแสดงต้องมาพิจารณา แต่ที่แน่ๆ จะไม่ใช่มวยล้มแน่นอน เพราะขณะนี้มีการพูดกันว่า ทางสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบปิดคดี และไม่ให้สาวถึงธุรกิจน้ำเมา ซึ่งใครที่ผิดต้องรับผิดหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีประชาชนทั่วไปที่โพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกฮอล์จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เพราะขณะนี้บางคนก็คึกคะนองโพสต์ท้าทายมาก นพ.สมาน กล่าวว่า คงเอาผิดกลุ่มคนเหล่านี้เพราะท้าทายกฎหมายไม่ได้ และในพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ก็ไม่มีอำนาจ แต่จะมีอำนาจในกรณีมาตรา 32 โดยหากประชาชนโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และมีเจตนา หรือเข้าข่าย 2 กรณีเหมือนกลุ่มดาราก็ถือว่ามีความผิด เรียกว่า หากโพสต์แล้วมีประโยชน์ทางการค้า หรือมีข้อความเชิญชวนให้ดื่มก็จะมีความผิดด้วย แต่หากไม่มีเจตนาก็ไม่ผิด อย่างไรก็ตาม ไม่ควรโพสต์รูปตัวเองคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นสินค้าบาป สินค้าอัปมงคล ไม่ควรโพสต์คู่ เพราะไม่ดีกับตัวเอง
จากนั้นเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกันพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมายัง ห้องประชุมชั้น 2 กรมควบคุมโรค เพื่อร่วมประชุมกับทางสำนักงานฯ ในการหาแนวทางดำเนินการกับการกระทำลักษณะนี้ พร้อมทั้งจะมีการตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาเฉพาะ



