
สุทธชัย หยุ่น
11 ธ.ค. 2551
สุทธชัย หยุ่น
ถอยเป็นหมา, จบแล้วนาย...จริงแค่ไหน?
+++++
สิ่งที่กลุ่มเพื่อนเนวินพยายามจะบอกกับสังคมในช่วงนี้ก็คือ อยู่กับฝ่ายประชาธิปัตย์ เพื่อจะตั้งรัฐบาลที่ประชาชนยอมรับได้ นี่คือหัวใจสำคัญ ฉะนั้น ทุกประโยคที่ออกมาจากคนใกล้ชิดคุณเนวินนั้น ต้องการที่จะสร้างภาพว่า จากนี้ไป กลุ่มนี้จะอยู่ข้างความถูกต้อง เพราะมองว่า พรรคพลังประชาชนเดิม หรือพรรคเพื่อไทยใหม่นั้น ถ้าหากตั้งรัฐบาล ก็จะยังสร้างความแตกแยกอยู่ต่อไป นี่คือพันธกิจที่กลุ่มเพื่อนเนวินมีต่อสังคม แน่นอนครับถูกตรวจสอบทุกถ้อยคำ ทุกความเคลื่อนไหว
เมื่อวานนี้คุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา จากกลุ่มเพื่อนเนวิน บอกว่า กลุ่มจะไม่กลับไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน เพราะยืนยันชัดเจนแล้วว่า ถอยเป็นหมา เดินหน้าเพื่อชาติ
ถึงแม้ว่า ขณะนี้มีแรงกดดันและแรงเสียดทานจากชาวบ้าน พร้อมทั้งวิธีดูดสารพัด
ขณะนี้คุณบุญจงบอกว่า กลุ่มเพื่อนเนวินมีทั้งหมด 37 คน แต่มาลงชื่อเพียง 21 คน ที่เหลือยังไม่กล้าเปิดเผยชื่อ เพราะถูกโจมตีทางการเมือง
ฉะนั้น วันโหวตเลือกนายก เชื่อว่า จะมีเสียงเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีรายชื่อแสดงเจตจำนง แต่ไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วย
อีกคนในกลุ่มเดียวกันคือ คุณศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวินเช่นเดียวกัน บอกว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีแกนนำจากพรรคเพื่อไทย โทรศัพท์ถึงคุณเนวิน รวมทั้งคุณทักษิณ ชินวัตร
คุณศุภชัยบอกว่า เท่าที่ได้ยิน คุณเนวินไม่ได้พูดอะไรกับคุณทักษิณ แต่เป็นฝ่ายรับฟังมากกว่า
คุณศุภชัยอ้างประโยคหนึ่งที่คุณเนวินพูดกับคุณทักษิณ บอกว่า มันจบแล้วครับนาย วันนี้เดินมาไกลแล้ว ต่างคนต่างก็ทำงานการเมืองกันไปแล้วกัน
สองประโยคนี้ จากคุณบุญจง เรื่องถอยเป็นหมา กับ คุณศุภชัย ที่บอกว่า มันจบแล้วครับนาย จะเป็นประโยคที่ฝังใจประชาชนทั่วไป และจะต้องเป็นคำถามต่อจากนี้ไปว่า กลุ่มนี้จริงใจ จริงจังแค่ไหน ในการต้องการที่จะมาตั้งรัฐบาล เพื่อสามารถให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้
เพราะแน่นอนว่า ในใจลึกๆ แล้วคนไทยทั่วไปยังไม่เชื่อสนิทใจเท่าไหร่ว่า กลุ่มเพื่อนเนวินนั้นจะปรับความคิดได้ขนาดนี้ นอกจากว่า จะมีเรื่อง เบื้องหลังที่ยังไม่ปรากฏชัดเจน
แต่ว่า จากนี้ไปทุกฝีก้าวของกลุ่มเพื่อนเนวิน จะเป็นที่จ้องมองและจับตาและประเมินโดยสังคมทั่วไป
ถ้าหากเดินหน้าตามคำแถลงการณ์ที่ออกมาวันแถลงร่วมกันกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพันธมิตรอื่น ว่า ทั้งหมดนี้มาจากความสำนึกของนักการเมือง ที่มองว่า ในภาวะเช่นนี้ จะต้องอยู่ฝ่ายที่สามารถตั้งรัฐบาลแล้วประชาชนมีความเลื่อมใส เอกชนมองว่า ธุรกิจ ความมั่นใจ การลงทุน สามารถฟื้นคืนมาได้ และประชาชนรู้สึกว่า นี่เป็นเส้นทางที่ควรจะเดิน เป็นลักษณะรัฐบาลเฉพาะกาล ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่
ถ้าเป็นเช่นนี้ โอกาสที่ประชาชนจะให้แก่กลุ่มเพื่อนเนวิน ก็จะมีในระดับหนึ่ง
แต่ถ้าหากมีอาการที่วอกแวก หรือรอฟังว่า ฝ่ายไหนจะเสนอผลประโยชน์มากกว่ากัน ทันทีทันใด กลุ่มเพื่อนเนวินก็จะทำอัตวินิบาตกรรมทางการเมือง แน่นอนครับ เพราะว่า ความสงสัยในใจขณะนี้ อาจจะยังเงียบงันอยู่ เพื่อรอพิสูจน์ ถ้ากลุ่มเพื่อนเนวินพิสูจน์ด้วยการกระทำ ต้องการให้เห็นทางออกทางการเมืองจริง ก็จะได้รับคำชื่นชม
แต่ในขณะเดียวกัน หากทำผิดจากคำสัญญาที่มีต่อประชาคม ก็จะต้องเจอกับการลงโทษที่สาหัสสากรรจ์ ค่อนข้างแน่นอนครับ...
................



