
ระทึกพบจยย.ต้องสงสัยใกล้ที่ประชุมARF
ระทึกตำรวจพบจักรยานยนต์ต้องสงสัยในบริเวณลากูน ใกล้ที่ประชุมเออาร์เอฟ แม่ทัพภาคที่ 1 รุดลงพื้นที่เกิดเหตุ หลังตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิด
(23ก.ค.) ที่โรงแรมเชอรตัน แกรนด์ ลากูนา ภูเก็ต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำลายจักรยานยนต์ต้องสงสัย ซึ่งพบจอดอยู่บริเวณโรงแรมลากูนา ฮอลิเดย์ ห่างจากโรงแรมเชอรตัน แกรนด์ ลากูนา ประมาณ 300 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) โดยการตรวจพบครั้งนี้มาจากสุนัขดมกลิ่นของตำรวจที่ได้ตรวจเจอกลิ่นต้องสงสัย โดยรถจักยานยนต์ดังกล่าวติดสติ๊กเกอร์ที่ลงทะเบียนสามารถเข้าออกสถานที่ประชุมได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจค้น และห้ามรถยนต์อื่นๆ เข้าออกนานกว่า 1 ชั่วโมง
จากนั้น พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางไปยังที่เกิดเหตุและได้ใช้สุนัขตำรวจ และเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพบว่า เป็นสารก่อระเบิด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ปืนอัดแรงอัดดันสูง เพื่อฉีดเข้าที่จักรยานยนต์ เพื่อทำลายระบบอิเล็กทอนิกส์หากเป็นระเบิดจริง ทั้งนี้ การฉีดทำลายทำให้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น แต่ปรากฎว่า ไม่ได้พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามเจ้าของมาสอบสวน ในเบื้องต้นไม่พบสิ่งที่น่าวิตกกังวล
พล.ท.คณิต กล่าวว่า ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่รอบลากูน่า ได้พบจักรยานยนต์ต้องสงสัย เมื่อสอบถามผู้อยู่บริเวณดังกล่าว ไม่พบเจ้าของ จึงได้ใช้สุนัขตรวจสอบวัตถุระเบิด ซึ่งสุนัขชี้ว่ามีสารวัตถุระเบิด หลังจากนั้นใช้เครื่องจีที 200 ตรวจสอบซ้ำ ก็พบมีการแสงของสารปนเปื้อนวัตถุระเบิด แต่เพื่อสร้างความชัดเจนและให้มั่นใจ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตัดสินใจตัดวงจรด้วยปืนอัดน้ำแรงดันสูง ซึ่งทำให้เกิดเสียงคล้ายเสียงระเบิด
พลโทคณิต กล่าวอีกว่า จากการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว พบว่าไม่มีวัตถุระเบิด แต่คาดว่าจากการตรวจพบสารต้องสงสัยครั้งแรกนั้น อาจเกิดจากจักรยานยนต์คันดังกล่าวอาจมีการปนเปื้อนสารยูเรียหรือตัวพลุ อีกทั้งขณะนี้ได้ตรวจสอบพบเจ้าของจักรยานยนต์ดังกล่าวแล้ว และระบุว่าจอดรถบริเวณนั้นเนื่องจากยางแบน
“ขอยืนยันว่า สิ่งที่เราดำเนินการไปนั้น เป็นการปฏิบัติตามการรักษาความปลอดภัยครั้งสูงสุด ซึ่งเราละเลยไม่ได้ ส่วนการดำเนินการเรื่องบุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป ” พลโทคณิต
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พบยูเรียในปริมาณเท่าใด แม่ทัพภาค 1 ระบุว่า ไม่พบวัตถุใดเลย เป็นแต่เพียงการปนเปื้อนของสารเท่านั้น
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ภารกิจที่ตนเดินทางลงไปพร้อมกับพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ในวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับตำรวจโดยเฉพาะ เนื่องจากต้องการไปเยี่ยมและให้ขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่ และจะได้หารือเรื่องแผนการทำงานในการดูแลให้ความปลอดภัยกับประชาชนให้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ตนจะไปติดตามความคืบหน้าการสืบสวน สอบสวน ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ เหมือนที่รัฐบาลเคยพูดมาตลอดว่ารัฐบาลนี้มีความแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหา โดยยึดหลักตามกฎหมาย ซึ่งจะสัมฤทธิ์ผลมากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงต้องลงไปดูว่าการทำงานของตำรวจมีอุปสรรคและปัญหาอะไรบ้าง ที่รัฐบาลจะต้องสนับสนุน เนื่องจากตำรวจเป็นความหวังของประชาชนอยู่เสมอ หากทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ ประชาชนก็จะอุ่นใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับกรณีที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเจไอได้ที่ จ.พังงา หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี คนละเรื่องกัน การลงพื้นที่ของตนถือเป็นความตั้งใจที่จะลงไปดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี มีเวลาว่างที่จะลงไป เพราะก่อนหน้านี้มีภารกิจค่อนข้างมาก
เมื่อถามถึงภาพรวมในการดูแลรักษาความปลอดภัยการจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ถือว่าเรียบร้อยดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้กำกับดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมประชุม ก็ได้อยู่ประจำการที่จ.ภูเก็ต เมื่อถามว่าเป็นเพราะสถานที่จัดประชุมเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ จึงไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า มีหลายปัจจัยประกอบกัน ที่สำคัญคือประชาชน จ.ภูเก็ต มีความตั้งใจที่จะขอเป็นตัวแทนของคนไทยกอบกู้ชื่อเสียงของประเทศ จึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้รัฐบาลได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อย่างแข็งแรงเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ที่จะเข้าไปก่อกวนสร้างความวุ่นวายทำได้ยากขึ้น



