
รัสเซียมาแล้ว
รัสเซียมาแล้ว : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
ในที่สุดรัสเซียก็เข้าร่วมสงครามซีเรียเฟสใหม่นี้อย่างเต็มตัว พร้อมโชว์ศักยภาพเหนือชั้นทางเทคโนโลยีให้โลกได้เห็น ท่ามกลางความตึงเครียดกับฝ่ายชาติตะวันตก งานนี้รัสเซียมาแนวใหม่ที่ลอกเลียนแบบสหรัฐ เมื่อสองทศวรรษก่อน บางทีนี่จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกของรัสเซีย สงครามเย็นรอบใหม่เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งจะขอชี้ชัดว่า รัสเซียกับชาติตะวันตกจะจัดการกับความเป็นปรปักษ์กันเหมือนกับที่เคยจัดการกันเมื่อสงครามเย็นรอบที่แล้ว
รัสเซียโยนยุทธวิธีเดิมแบบสมัยรบกับอัฟกานิสถาน หรือปรายกบฏเชชเนียทิ้งไป เพราะสงครามที่ใช้กำลังทหารราบเข้ายึดครองพื้นที่ก่อนนั้น รังแต่จะประสบความสูญเสียอย่างหนัก แม้จะยึดและสถาปนาความมั่นคงได้ พวกศัตรูที่พ่ายแพ้ตอนแรกก็จะรวมกันติดในเวลาต่อมาและใช้วิธีจรยุทธ์ตอดเล็กตอดน้อยผู้ยึดครอง อีกทั้งคราวนี้การเพิ่มเติมกำลังทางบกเข้าซีเรียเป็นไปได้ยาก เพราะทางบกนั้นซีเรียติดกับปรปักษ์ทั้งนั้น รัสเซียอยากช่วยประธานาธิบดีอัสซาดก็ต้องใช้แนวทางเดียวกับที่สหรัฐช่วยโคโซโว คือใช้อานุภาพทางอากาศกดมันเข้าไปให้ฝ่ายต่อต้านอิ่มจนน่วม เป็นการปรับสมดุลกำลังของกองทัพตัวแทนคู่ศึกสามเส้าด้วย
งานนี้รัสเซียบรรลุวัตถุประสงค์หลายอย่าง ในสนามนั้น จากเดิมที่รัฐบาลซีเรียเพลี่ยงพล้ำหนัก เสียกระทั่งที่ตั้งน้ำมันแหล่งสุดท้าย กลุ่มไอเอสและกลุ่มต่อต้านอื่นต่างเฮ้โฮ พอมาวันนี้จรวดหมีขาวลงใส่ทั้งพวกคลั่งลัทธิหัวรุนแรงและพวกชาติตะวันตกหนุนหลัง สมดุลสามเส้าระหว่างรัฐบาลซีเรีย-ไอเอส-กลุ่มต่อต้านในอุปถัมภ์ของตะวันตกจึงถูกปรับใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐบาลอัสซาดคงอยู่รอดอีกนาน อิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลางก็ไม่คลาย อิหร่านที่มีบางอารมณ์อยากเจรจาหาประโยชน์กับฝั่งแอตแลนติกก็อาจรอดูท่าทีต่อไป
การใช้จรวดร่อนคล้ายโทมาฮอว์กยิงเป็นชุดโชว์ออกสื่อเป็นครั้งแรกสร้างความตื่นตะลึงให้แก่วงการอาวุธเป็นอย่างมาก นอกจะเป็นผลดีต่อการศึกแล้ว ยังเป็นผลดีต่อการค้าอาวุธด้วย รัสเซียเป็นชาติพ่อค้าอาวุธตัวยงอยู่แล้ว แต่เรื่องของอาวุธปล่อยจากเรือนั้นยังไม่ค่อยเล่นนัก งานนี้คงเรียกออเดอร์จากหลายประเทศด้วย ที่น่ากลัวสำหรับเราคือ เวียดนาม ที่มีเรือรัสเซียอยู่หลายขนาน รวมทั้งเรือฟริเกตเกปาร์ดที่ยิงเจ้าจรวดร่อนคลัปตัวนี้โชว์ด้วย
เกียรติภูมิของรัสเซียที่กำลังมาจะเป็นพลังมหาศาลกดทับชาติแอตแลนติก หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายทำสงครามเย็นกันไปตั้งแต่ต้นปี 57 ที่รัสเซียผนวกไครเมียและหนุนฝ่ายต่อต้านของยูเครนยึดฝั่งตะวันออกของประเทศเสีย การคว่ำบาตรทางการเศรษฐกิจและความเย็นชาต่อกันทางการทูตเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นที่ทั้งสองฝ่ายถาโถมเข้าใส่กัน นอกเหนือจากการประลองเชิงในด้านอื่นๆ เช่น รัสเซียแหยมในคัมรานห์ หรือร่วมขยายอิทธิพลกลุ่มบริกส์ แต่งานสร้างในซีเรียคราวนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ชาติตะวันตกหันมาแคร์รัสเซียมากขึ้น
จริงอยู่ที่ปฏิกิริยาแรกของนาโตคือ คัดค้านโวยวาย ตุรกีเอย สหรัฐเอย ออกมาขู่ แต่ถ้าใครคิดกันว่า นี่คือจุดเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สาม ระวังจะพลาด เพราะชาติตะวันตกนั้นมิใช่ฉลาดในเกมเอาชนะ แต่ฉลาดในเกมควบคุมความเสี่ยง พวกเขาจะไม่รบกับรัสเซียให้ฉิบหายกันไปข้าง แต่จะทำแบบสมัยรบกับโซเวียตคือ ตั้งการ์ด ต่อรอง บ่อนทำลาย และใช้สงครามตัวแทน ที่ซีเรียคงรบกันอีกยาว ไอเอสลดขีดความสามารถลงก็ดีสำหรับเขา อัสซาดที่ยังอยู่แต่ปรับพฤติการณ์ใหม่ก็อาจจะไม่เลวสำหรับชาติตะวันตกก็ได้ ตัวอย่างความฉิบหายของลิเบียหลังการตายจากของกัดดาฟีก็ยังไม่รางเลือน



