
ประชามติงานหินของมีชัย
ประชามติงานหินของมีชัย : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญโดย สำนักข่าวเนชั่น
เมื่อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันว่า เห็นด้วยกับข้อกำหนดให้ทำ “ประชามติ” ร่างรัฐธรรมนูญ และบอกด้วยว่า เป็นคนใส่บทบัญญัติให้มีการทำประชามติไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเอง เรื่องนี้ก็จะเป็น “งานหินที่สุด” ในการร่างรัฐธรรมนูญของเขา
ว่าไปแล้ว การร่างรัฐธรรมนูญของ “มีชัย” มีความยากกว่าการร่างรัฐธรรมนูญของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เพราะเป้าหมายของ “มีชัย” คือ ต้องร่างรัฐธรรมนูญให้ผ่านประชามติด้วย
เมื่อครั้งที่ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ของบวรศักดิ์ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นักวิเคราะห์การเมืองมองตรงกันว่า เป็นการโหวตตามความต้องการของ คสช. ที่ไม่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน เพื่อขยับวันเลือกตั้งออกไปอีกอย่างน้อยครึ่งปี เพื่อให้รัฐบาล โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่นำโดย “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” มีเวลาในการสร้างผลงานเพื่อ “ลบความทรงจำของประชาชนต่อรัฐบาลในอดีต” ด้วยนโยบาย “ประชารัฐ” (ไม่นับความรู้สึกของ “บวรศักดิ์” เจ้าของร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำ)
หากร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ผ่านประชามติ นั่นคือถูกคว่ำอีกครั้ง คสช.จะถูกมองในแง่ลบอีกครั้งทันที โดยเฉพาะในสายตาชาวโลก เพราะนายกฯ ไปประกาศไว้ระหว่างร่วมประชุมองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งในอีก 20 เดือนข้างหน้า และถ้าเป็นไปได้จะพยายามทำให้เร็วกว่านั้นด้วย
อย่างไรก็ตาม การร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ผ่านประชามตินั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ได้อยู่ที่ความต้องการของ คสช.เท่านั้นว่าจะให้ไปทางไหน แต่อยู่ที่ “เนื้อหา” ของร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า ต้องร่างออกมาให้เป็นที่ยอมรับ
สิ่งที่เห็นชัดเจนตอนนี้คือ คสช.พยายามทำเพื่อให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับ พยายามลดแรงกดดันมาที่ กรธ. ทั้งจากการส่ง “สารจากใจ นายกฯ ประยุทธ์” ถึงประชาชนเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญและการสร้างความปรองดองถึงประชาชน รายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา และ “คำสั่งหัวหน้า คสช.” ฉบับที่ 34/2558 เพื่ออำนวยความสะดวกกระบวนการต่างๆ ที่จะทำให้มีการเลือกตั้งได้ตามโรดแม็พที่ คสช.กำหนดไว้ ซึ่งล่าสุดที่กำหนดไว้คือ เลือกตั้งประมาณ พฤษภาคม 2560
ชัดเจนว่า เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ชุด “มีชัย” กำลังร่างก็จะเดินตามรอยเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของ “บวรศักดิ์” แต่จะมีวิธีปรับแต่งเนื้อความอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็น “จุดตาย” อย่าง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” (คปป.) ที่ตอนนี้ดูเหมือน กรธ.พยายามจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่ไปพูดถึงการสร้างกลไกเพื่อให้เกิดการปฏิรูปและการปรองดองแทน
“มีชัย” ก็คงไม่อยากให้ผลงานร่างรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะเป็น “ครั้งสุดท้าย” ของเขา ถูกบันทึกไว้ว่า “ถูกคว่ำ” โดยประชามติ



