
ทินพันธุ์ยังแรงนั่งประธานสปท.
ทินพันธุ์ยังแรงนั่งประธานสปท. ปชป.แนะ4แนวทางร่างรธน.เป็นปชต.
11ต.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) วันที่ 13 ต.ค.ที่จะมีการโหวตเลือกตัวประธานสปท. และรองประธานสปท. 2 คนนั้น ขณะนี้ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า สมาชิกสปท.จะมีการเสนอชื่อ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ เป็นประธานสปท. โดยพล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สมาชิกสปท.จะเป็นผู้เสนอชื่อร.อ.ทินพันธุ์ต่อที่ประชุมสปท. ไม่มีการเสนอชื่อสมาชิกสปท.รายอื่นมาแข่ง ขณะที่ในส่วนรองประธานสปท.คนที่ 1 ที่ชื่อพล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ เป็นแคนดิเดตนั้น จะมีการชื่อนายอลงกรณ์ พลบุตร มาชิงตำแหน่งด้วย ส่วนรองประธานสปท.คนที่ 2 ที่มีชื่อนางวลัยลักษณ์ ศรีอรุณ เป็นแคนดิเดตนั้น จะมีการเสนอชื่อนางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ อดีตสปช.ลงชิงตำแหน่งประกบเช่นกัน
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช (สปท.) กล่าวว่า เท่าที่ฟังเสียงของสมาชิกสปท.ขณะนี้ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า จะสนับสนุนร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ต่อที่ประชุมสปท.ในวันที่ 13 ต.ค. เพื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสปท. และยังไม่ได้ยินว่า จะมีใครเสนอตัวแข่งชิงตำแหน่งประธานสปท. หลังจากได้ตัวประธานและรองประธานสปท. 2 คนแล้ว ที่ประชุมจะมีการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสปท. ต่อไป ส่วนการวางกรอบแนวทางการทำงานของสปท.นั้น คงจะต้องมาพูดคุยกันว่าจะมีแนวทางการทำงานอย่างไร จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปกี่คณะ ส่วนตัวเห็นว่า ควรลดเหลือ 14-15 คณะ เพื่อลดความซ้ำซ้อนการทำงาน จากเดิมที่มีสมัยสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) 18 คณะ และควรใช้เวลาประชุมในสภาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
นายวันชัย สอนศิริ สปท. กล่าวว่า หลังจากได้ตัวประธานและรองประธานสปท. ในวันที่ 13 ต.ค.แล้ว เชื่อว่า ประธานสปท.จะประสานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เพื่อนำสมาชิกสปท.ทั้ง 200 คนเข้าพบ เพื่อฟังนโยบายการทำงานจากนายกฯในฐานะผู้แต่งตั้งสปท. เพื่อให้แนวทางการทำงานของสปท.เป็นไปในทางเดียวกับที่นายกฯต้องการ เพราะสปท.ถือเป็นแขนขาของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เป็นไปคนละแนวทางเหมือนสมัยสปช. หลังจากได้นโยบายจากนายกฯแล้ว สปท.จึงจะประชุมวางแนวทางการทำงานว่า จะจัดลำดับว่า อะไรควรเป็นเรื่องเร่งด่วน อะไรเป็นเรื่องระยะยาว จะต้องวางแผนให้ชัดเจน
ปชป.แนะ4แนวทางร่างรธน.เป็นปชต.
นายภูมิสรรค์ เสนีวงษ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนอยากฝากถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานว่า การร่างรัฐธรรมนูญควรร่างโดยคำนึงพื้นฐานของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยนำบทเรียนชุดของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาพิจารณาว่าทำไมร่างฯนั้น ถึงไม่ผ่านมติของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมขอเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้
1.ให้นำรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี2517มาศึกษาวิเคราะห์ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอไว้2.เพิ่มความเข้มแข็งให้พรรคการเมือง ไม่ใช่จ้องแต่จะยุบหรือบั่นทอน3.นำหลักธรรม หรือ ธรรมาธิปไตยที่สอดคล้องกับจารีตประเพณีและวัฒนธรรมไทยเป็นพื้นฐานในการร่างฯ ไม่ตามนักวิชาการที่ฝักใฝ่ฝรั่งมากจนสร้างความบิดเบี้ยวให้สังคมไทย โดยอ้างความเป็นสากลจนลืมรากเหง้า4.ทำความเข้าใจกับกรธ.ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มาจากโครงสร้างและการเมือง พรรคการเมือง เพื่อจะได้หาทางป้องกันแยกนักการเมืองที่ดีกับเลวออกจากกันป้องกันระบบประชานิยม และเผด็จการรัฐสภา ทั้งนี้ตนยังเชื่อว่าแม้นายมีชัยจะไม่ใช่สัญลักษณ์ของประชาธิปไตย แต่ด้วยประสบการณ์อย่างโชกโชน คงไม่ปล่อยให้ร่างฯนี้เป็นเหมือนร่างฯเดิม เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง นำสังคมกลับมาร่มเย็น อยู่เป็นสุขอีกครั้ง



