ข่าว

รวบสาวใหญ่‘แก๊งตกพระ’หลอกเหยื่อมาแล้วร่วม30ราย

รวบสาวใหญ่‘แก๊งตกพระ’หลอกเหยื่อมาแล้วร่วม30ราย

11 ต.ค. 2558

รวบสาวใหญ่"แก๊งตกพระ"หลอกเหยื่อพ่อป่วยต้องการขายพระอ้างมีร้านทองรู้จักรับซื้อ แต่ต้องฝากทรัพย์สินไว้ก่อน เหยื่อหลงเชื่อก่อนหนีหาย ตร.ระบุมืออาชีพ ตามไล่ล่าอีก2

          วันที่ 10 ตุลาคม พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ท.ชาติภัทร พิเนตรบูรณะ สว.สส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย จับกุมตัว นางวารินทร์ หรือริน มะตัน อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่904/75 ซอยคลองน้ำแก้ว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1101/ 2558 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยสามารถจับกุม บริเวณทางเดินก่อนเข้าภายในตึกโรงพยาบาลเปาโล แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา

         พ.ต.อ.ชัยรพ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ทาง พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 ได้สั่งการมอบหมายให้ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดคดีเกี่ยวกับทรัพย์ โดยเฉพาะคดีตกพระและตกทอง ที่ออกอาละวาดในหลายพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับคดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2557 เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่ นางเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายนั่งรถโดยสารประจำทาง อยู่ที่ป้ายรถเมล์ด้านหน้าโรงพยาบาลภูมิพล จู่ๆ นางวารินทร์พร้อมพวกรวม 3 คน เข้ามาทำทีสอบถามเส้นทางว่ามีรถเมล์สายไหนไปบางแคบ้าง ระหว่างนั้นทาางผู้ต้องหาได้ใช้กลอุบายหลอกล่อว่าพ่อป่วยหนักต้องการเงินมาทำการรักษา ซึ่งเจ้าตัวกล่าวอ้างว่ามีพระสมเด็จ รุ่นทหารผ่านศึก ราคาหลายล้านบาท พร้อมทั้งชักชวนนำพระเครื่องไปขายได้ราคาหลายล้าน  โดยหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการกล่าวอ้างว่ามีเจ้าของร้านทองย่านรามอินทราที่รู้จักกันรับซื้อพระดังกล่าว  และพูดว่าจะนำเงินบางส่วนที่ได้จากการขายพระได้มาแบ่งให้ผู้เสียหาย จนเหยื่อหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพเดินทางตามไป

         พ.ต.อ.ชัยรพ กล่าวอีกว่า ต่อมาผู้ต้องหาออกอุบายให้ผู้เสียหายนำพระเครื่องดังกล่าวไปขายให้ร้านทองแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา โดยให้นำทรัพย์สินของมีค่าอาทิ เงินสด 230,000 บาท แหวนเพชร 1 วง มูลค่า50,000 บาท มาฝากไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักประกัน พร้อมทั้งบอกผู้เสียหายว่าพวกตนขอรออยู่ที่รถ ด้วยความโลภเหยื่อจึงหลงเชื่อนำพระเครื่องไปขายที่ร้านทองแห่งนี้ แต่เมื่อไปถึงพบว่าไม่มีบุคคลที่รับซื้อพระเครื่องแต่อย่างใด จึงรีบเดินทางกลับมาหากลุ่มผู้ต้องหา ปรากฎว่าได้หลบหนีไปแล้ว จึงทราบว่าถูกหลอก ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความ สน.โชคชัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่าหนึ่งในคนร้ายคือนางวารินทร์ กระทั่งมีพลเมืองดีพบผู้ต้องหารายนี้ เดินเข้าภายในตึกโรงพยาบาลเปาโล จึงนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจึงควบคุมตัวมาสอบสวน ที่สน.โชคชัย
         ด้าน พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา รับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และได้ร่วมกับพวกอีก 2 คนที่ยังหลบหนีอยู่ ก่อเหตุลักษณะดังกล่าว ส่วนรายละเอียดผู้ต้องหายังให้การวกวน อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การเนื่องจากคนร้ายกลุ่มนี้เป็นมืออาชีพ ไม่มีงานทำ แต่จะหากินด้วยวิธีดังกล่าว เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าคนร้ายเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมีหมายจับทั้งหมด 26 หมาย อีกทั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว เพิ่งถูกตำรวจ สน.สายไหม จับกุมพร้อมผู้ร่วมขบวนการอีก 3 ราย ซึ่งมีชื่อ “แก๊งคลองน้ำแก้ว” ล่าสุดตำรวจพบข้อมูลว่าคนร้ายรายนี้เพิ่งไปก่อเหตุที่จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมากระทั่งมาถูกจับกุมครั้งนี้ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายรายใดที่ถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถเดินทางมาชี้ตัวได้ที่ สน.โชคชัย เพื่อเป็นเบาะแสติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้เบื้องต้นแจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป