
พบวัวนมทยอยตายปริศนากว่า100ตัวที่ประจวบฯ
10 ต.ค. 2558
พบวัวนมทยอยตายปริศนากว่า 100 ตัว ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้านปศุสัตว์เร่งหาสาเหตุ
10 ตุลาคม 2558 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีวัวนมของเกษตรกรในหลายฟาร์มของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทยอยตาย ฟาร์มละ 3-7 ตัว แบบไม่ทราบสาเหตุ รวมจำนวน ทั้งสิ้นกว่าร้อยตัวแล้ว จึงสอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทราบว่า พบปัญหาวัวนมตายจริง แต่ยังไม่ใช่โรคระบาด ตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการส่งหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในทุกอำเภอ ให้ออกสำรวจฟาร์มเลี้ยงวัวนมในพื้นที่ว่า มีจุดใดเกิดปัญหาวัวนมป่วยหรือตายบ้างแล้ว ให้รีบรายงานให้สำนักงานปศุสัตว์ทราบเรื่องเป็นการด่วน
นอกจากนี้ ยังได้ประสานขอเจ้าหน้าที่จากสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ โดยมี ส.พญ.มนทกานติ์ จิระธันห์ พร้อมทีมสัตวแพทย์,เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตวแพทย์ภาคตะวันตก,สำนักงานปศุสัตว์เขต 7 และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ,ปศุสัตว์อำเภอ ระดมกำลังลงพื้นที่เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อภายในซากวัว รวมทั้งอาหารในกระเพาะ ฯลฯ ไปส่งตรวจเพื่อหาสาเหตุการตายในทางวิทยาศาสตร์ โดยผลจะออกราว 2 สัปดาห์
นายธนบดี ขวาโยธา ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้รับแจ้งว่า มีวัวนมตายแบบไม่ทราบสาเหตุ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบทันที จึงทราบจากเกษตรกรว่า เริ่มพบการตายของวัวราวปลายเดือนกันยายน ช่วงแรกตายเพียงไม่กี่ตัว จนถึงขณะนี้ กว่า 10 วันแล้ว พบมีการตายของวัวนม ใน 10 ฟาร์มหลัก จำนวน 113 ตัว กระจายในหลายอำเภอทั้งที่ อ.ปราณบุรี ,สามร้อยยอด ,กุยบุรี และ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ แต่พบเพียงบางฟาร์มเท่านั้น ไม่ได้มีการระบาดติดต่อกันทุกฟาร์มแต่อย่างใด โดยทั่วทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เลี้ยงวัวนม ซึ่งถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอยู่กว่า 3 หมื่นตัว
ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า อาการของวัวที่ตายคือ มีอาการ ซึม มีไข้ ฉี่วัวเป็นสีน้ำตาล และตายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เมื่อผ่าซาก จะพบว่า จะมีปัญหาที่ปอด โดยขณะนี้มีการตั้งข้อสันนิษฐานไว้หลายประเด็น แต่ต้องรอผลการพิสูจน์จากห้องแล็ปก่อน ทั้งเรื่องของการสั่งซื้อมันสกัดเอทานอล จากต่างจังหวัดมาเป็นอาหารให้วัวนมกิน แทนการกินกากปาล์มหรือขี้เค็ก
เบื้องต้น พบว่า เกือบทุกฟาร์มที่วัวตายกินอาหารคล้ายกัน รวมถึงในช่วงนี้มีวัวตกทุกวัน สภาพฟาร์มในทุกฟาร์มจึงมีปัญหาที่วัวนม จะต้องนอนจมโคลน อาจเกิดเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่งได้ เมื่อวัวมีร่างกายอ่อนแอ ในช่วงหน้าฝน ก็จะเจ็บป่วยถูกโรคแทรกและตายได้ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังมีความเป็นห่วงถึงความปลอดภัยในการบริโภคเนื้อวัวในระยะนี้ แม้จะยืนยันในเบื้องต้นว่า อาการที่วัวตายยังไม่ใช่โรคระบาดตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ ยังสามารถบริโภคเนื้อวัวได้ แต่ควรปรุงเนื้อให้สุกตามปกติเหมือนเนื้อชนิดอื่น เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคเอง โดยยืนยันว่า ยังสามารถควบคุมพื้นที่ได้ ทั้งนี้ ขอแนะนำเกษตรกรว่า หากเริ่มพบว่า วัวมีอาการป่วยหรือซึมไม่ยอมกินอาหาร ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที อย่าไปรักษากันเอง เพื่อที่จะได้รีบตรวจสอบ
ด้านนายณัฐวุฒิ บุงปัน อายุ 45 ปี เจ้าของฟาร์มณัฐวุฒิ ที่ ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ทำอาชีพเลี้ยงวัวนม เพื่อรีดนมส่งขายมานานกว่า 10 ปีแล้ว ปัจจุบันมีวัวอยู่ 50 แม่ ยังไม่เคยเจออาการป่วยของวัวแล้วล้มตายอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่วัน รู้สึกตกใจมาก เพราะวัวป่วยและตายเร็วที่ฟาร์มเพียงแค่ 2 วันก็ตายแล้ว อาการที่เจอคือ วัวมีอาการหอบ หายใจแรง น้ำลายยืด ไม่กินอาหาร และกล้ามเนื้อที่ขามีอาการสั่น ที่ฟาร์มของตัวเอง เมื่อพบว่า มีอาการป่วย ต่อมาอีกเพียง 2 วันก็ตาย
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า โดยที่ฟาร์มพบว่ามีวัวตายไปแล้ว 7 ตัว และเริ่มแจ้งสำนักงานปศุสัตว์เมื่อพบมีวัวตายเป็นตัวที่ 3 โดยปกติแล้ว วัวจะมีโรคหลักๆคือ ปากเท้าเปื่อย และไข้เห็บ แต่ก็สามารถรักษาได้ ยอมรับว่าที่ฟาร์มมีการปรับปรุงสูตรอาหารให้วัวนม ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ใช่สาเหตุการตายของวัวหรือไม่ แต่เดิมเคยให้วัวกินเปลือกสัปปะรด แต่ปัจจุบันมีราคาแพงมากและยังหายาก จึงเปลี่ยนมาเป็นกากปาล์มหรือขี้เค้กแทน ล่าสุดเปลี่ยนมาเป็นกากมัน หรือมันสกัดเอทานอลแทน ซึ่งกากมันกินมานานได้เกือบ 1 ปีแล้ว กระทั่งมาถึงช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เดี่ยวร้อนเดี่ยวหนาว ก็ไม่รู้ว่าจะใช่สาเหตุที่วัวตายหรือไม่ ตอนนี้ทำได้เพียงเฝ้าระวังวัวป่วยหากพบก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และรอความหวังจากเจ้าหน้าที่ที่จะเร่งหาสาเหตุการตายและหายารักษาให้ได้โดยเร็วที่สุด นายณัฐวุฒิ กล่าว



