
ผอ.ศ.ศ.ป.คนใหม่รุกตลาดจีน-อินเดีย-ยุโรป
ผอ.ศ.ศ.ป.คนใหม่ เตรียมแผนบุกตลาดจีน อินเดีย และยุโรป
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ต้อนรับ “ผู้อำนวยการคนใหม่” อัมพวัน พิชาลัย พร้อมกับการฉลองครอบรอบ 12 ปี ในวันที่ 1 พฤษจิกายน 2558 ที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทย เตรียมแผนนำสินค้าไทยไปโชว์ในต่างประเทศมากขึ้น หวังเจาะตลาดจีน อินเดีย และยุโรป ให้โลกรู้จักสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยมากขึ้น
อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. คนใหม่ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา กล่าวถึงภารกิจสำคัญของ ศ.ศ.ป.ว่า คือการอนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์ ประเทศไทยมีผู้ประกอบการด้านหัตถกรรมกระจายอยู่ในชุมชนทั่วประเทศ หลายรูปแบบ ทั้งแบบสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มหัตถกรรม ซึ่งต้องช่วยกันอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรม
“สิ่งที่จะทำมีหลายเรื่อง บางเรื่องทำได้เลย บางเรื่องต้องใช้เวลา แต่สิ่งที่จะให้ความสำคัญมากขึ้นคือ เรื่ององค์ความรู้ เรื่องการตลาด ที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น และการสร้างแบรนด์ ศักดิ์สิทธิ์ (SACICT) เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติ รู้จักแบรนด์นี้ให้มากขึ้น รวมทั้งให้รู้ความหมายของคำว่า ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความหมายที่ดีในตัวอยู่แล้ว เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เป็นการดำเนินงานตามพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการสืบสานงานหัตถศิลป์ นอกจากนี้ ยังถือเป็นการช่วยเหลือสังคมไปในตัว เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลูกค้าซื้อสินค้าของสมาชิก ศ.ศ.ป. จะลงสู่ชุมชนโดยตรง เป็นการช่วยเหลือสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่ ศ.ศ.ป.ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับรายได้ของสินค้าชุมชนเหล่านี้เลย”
ผู้อำนวยการ ศ.ศ.ป.กล่าวว่า งานใหญ่งานแรกที่จะทำหลังจากรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คือ การเข้าร่วมงานรวมพลบล็อกเกอร์ทั่วโลก ประมาณ 500 คน ที่จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะจัดขึ้นกลางเดือนตุลาคมนี้ โดย ททท.จะเชิญบล็อกเกอร์มาเที่ยวเมืองไทยเพื่อเขียนถึงสถานที่ท่องเที่ยว และความประทับใจที่ได้มาเที่ยวเมืองไทย เพื่อกลับไปเขียนลงบล็อกของพวกเขา ซึ่งในส่วนของ ศ.ศ.ป. จะขอเข้าไปแนะนำตัวให้บล็อกเกอร์รู้จักว่า ศ.ศ.ป.เป็นใคร ทำอะไร และจะคัดเลือกครูช่างของ ศ.ศ.ป. ไปสาธิตการทำงานหัตถศิลป์ให้ดูเหล่าบล็อกเกอร์ดู นำสินค้าหัตถศิลป์ในความดูแลของ ศ.ศ.ป.ไปจัดแสดงและจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีความคิดว่า จะทำแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าหัตถศิลป์ไทยในสายตาบล็อกเกอร์ต่างประเทศว่าเป็นอย่างไร ต้องการงานแบบไหน ราคาเท่าไหร่ เพื่อนำมาปรับปรุงงานหัตถกรรมของไทยต่อใน
“ได้มีการหารือกับ ททท.ว่า จุดขายของ ศ.ศ.ป. ประการหนึ่งคือ ความเอื้ออาทรของคนไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งต่างชาติจะให้ความสนใจ และชื่นชมงานศิลปะไทยอย่างมาก เป็นการเชื่อมโยงไปถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ท่องเที่ยวชุมชนเชิงหัตถกรรม ถือเป็นการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจสินค้าศิลปวัฒนธรรมไทย”
ส่วนงานที่สองที่ ผอ.อัมพวัน กำลังเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ คือ การนำโมเดลต้นแบบงานหัตถศิลป์ ภายใต้แนวคิด Innovative Craft ไปโชว์ในกิจการห้างสรรพสินค้า “อิลลุม” (ILLUM) ห้างค้าปลีกเก่าแก่ของประเทศเดนมาร์ก ที่กลุ่มเซ็นทรัลเข้าไปซื้อกิจการ เพื่อแสดงให้ชาวยุโรปได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อสินค้าหัตถกรรม ทั้งสินค้าที่เป็นแนวคิดเดิมมาผสมผสานของใหม่ และสินค้าที่เคยจัดแสดงที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นการจุดประกายให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาด ถ้างานนี้ประสบผลสำเร็จ เชื่อว่า กลุ่มเซ็นทรัลจะนำสินค้าศิลปหัตถกรรมไปจำหน่ายในห้างต่างประเทศในเครือเซ็นทรัลมากขึ้น ทั้งสินค้าที่เป็นต้นแบบ การรับออเดอร์ หรือการขายด้วยแค็ตตาล็อก
ผอ.อัมพวัน กล่าวด้วยว่า จากนี้ไปงานจัดแสดงของ ศ.ศ.ป.จะมีความพร้อมมากขึ้น ไม่ใช่แค่การนำสินค้าไปโชว์เพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญเรื่องการตลาดสินค้าหัตถศิลป์ของ ศ.ศ.ป. มากขึ้น สินค้าหัตถศิลป์อยู่ได้เพราะมีคนสือบทอด หมายความว่า สินค้าขายได้ อยู่ได้ เพราะการสืบสาน ขณะนี้กำลังสำรจศักยภาพการผลิตของแต่ละกลุ่มสมาชิก เพื่อจัดทำแค็ตตาล็อกของปี 2559 และปรับให้มีรายละเอียดมากขึ้น
นอกจากนี้ จะมีระบบซื้อขายแบบ อี-คอมเมิร์ซ โดยการปรับหน้าเว็บไซต์ของ ศ.ศ.ป.ให้มีรายละเอียดมากขึ้น รวมทั้งร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ในเรื่องการขนส่ง ต่อไปลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าในแค็ตตาล็อกที่ปรากฏในหน้าเว็บไซต์ และซื้อผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ จากนั้น ศ.ศ.ป.จะจัดส่งทางไปรษณีย์ ด้วยระบบเก็บเงินปลายทาง หรือในกรณีสั่งผลิตจำนวนมาก ก็จะมีการจ่ายเงินล่วงหน้าก่อนผลิตสินค้า ระบบนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 12 ปี ศ.ศ.ป. เป็นต้นไป โดเริ่มจากการจำหน่ายในประเทศก่อน จากนั้นจะพิจารณาขยายขอบเขตการจัดจำหน่ายสินค้าของสมาชิก ศ.ศ.ป. ในอนาคตอาจจะให้มีการติดต่อกันโดยตรงระหว่างผู้สั่งซื้อกับผู้ผลิต เป็นการเริ่มบริหารจัดการของ ศ.ศ.ป.ก่อน และต่อยอดไปยังชุมชนต่อไป
“ขณะนี้ ศ.ศ.ป.พยายามออกโรดโชว์มากขึ้น ในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ 2559 เพื่อแจ้งให้ลูกค้า กลุ่มบริษัท สถาบัน หรือหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจจะช่วยเหลือชุมชน ด้วยการส่งเสริมสินค้าไทย ด้วยการออกงานอีเวนท์ หรืองานประชุม สัมมนา อบรมต่างๆ โดย ศ.ศ.ป.จะนำสินค้าจัดทำเป็นชุดของขวัญ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อไปมอบในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 โดย ศ.ศ.ป.จะเน้นกลุ่มผู้ผลิตที่ทำสินค้าได้มาตรฐาน มีกำลังการผลิตจำนวนมาก หรือกลุ่มงานเป็นชิ้น เฉพาะลาย เฉพาะชิ้น หมดแล้วหมดเลย”
สำหรับแนวทางในปีหน้า ผอ.อัมพวัน กล่าวว่า จะเจาะตลาดจีน เพราะสินค้าไทยเป็นสินค้าคุณภาพสูง แต่กำลังวิเคราะห์ว่า จะเจาะที่จีน หรือฮ่องกง เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ที่สนใจสินค้าไทยอยู่แล้ว เช่น เครื่องประดับ ของที่ระลึก ผ้าพันคอ กระเป๋า เสื้อผ้า นอกจากนี้ จะเดินหน้าบุกตลาดต่างประเทศควบคู่กับในประเทศ เพราะปัจจุบันเป็นการขายในประเทศถึง 90% จากนี้ไป ต้องไปบุกตลาดต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศอาเซียน ส่วนยุโรปจะใช้ช่องทางของผู้ประกอบการไทยที่่ออกไปทำการค้าต่างประเทศ เช่น กลุ่มเซ็นทรัล เรามองว่า สินค้าหัตถกรรม สามารถนำไปใช้ได้ถึงระดับอุตสาหกรรมได้ ซึ่งต้องศึกษาความเป็นไปได้ก่อน ในช่วง 4 ปีที่รับตำแหน่ง จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทุกปีอย่างแน่นอน
การศึกษา
BA(Economic), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
MA (Economic) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Special program on Management of Information System,Central Michigan University, USA
ประสบการณ์การทำงาน
- รองปลัดกระทรวงพาณิชย์
- ที่ปรึกษาการพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
- ที่ปรึกษาการพาณิชย์
- รองอธิบดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระดับ 9 (ผู้บริหารต้น)
- ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
- อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
- นักวิชาการ 9 ผู้เชี่ยวชาญ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
- อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
- ที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานพาณิชย์ต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา
การอบรมที่สำคัญ
- ปี 2548 Executive Program, Kellogg School of Management จัดโดยกระทรวงการคลัง
- ปี 2549 ประกาศนียบัตรนักบริหารระดับสูง สานักงาน ก.พ.
- ปี 2553 Senior Executive Program, London Business School, U.K.



