ข่าว

โนเบลสันติภาพพลิก!คณะเจรจาตูนีเซียเข้าวิน

โนเบลสันติภาพพลิก!คณะเจรจาตูนีเซียเข้าวิน

09 ต.ค. 2558

โนเบลสันติภาพพลิก!คณะเจรจาปรองดองตูนีเซียเข้าวิน ทำงานยึดหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีบทบาทไกล่เกลี่ยและขับเคลื่อนประชาธิปไตยให้เกิดความก้าวหน้าและอย่างสันติ

              9ต.ค.2558 คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในนอร์เวย์ ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2558 แก่คณะทำงานเจรจาสร้างความปรองดองในตูนิเซีย ( Tunisian National Dialogue Quartet ) จากการทำงานด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยแบบพหุนิยมในตูนิเซีย หลังการปฏิบัติดอกมะลิ 2554 ที่นำไปสู่การโค่นล้มผู้นำเผด็จการ และเป็นจุดเริ่มของการลุกฮือเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือที่เรียกว่า อาหรับ สปริง

             นางคาซี คุลมานน์ ไฟว์ ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลฯ กล่าวว่า คณะกรรมการหวังว่า โนเบลสันติภาพในปีนี้ จะมีส่วนช่วยปกป้องประชาธิปไตยในตูนีเซีย และเป็นแรงบันดาลใจแก่ทุกฝ่ายที่พยายามส่งเสริมสันติภาพและประชาธิปไตยในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือและที่อื่นๆในโลก “แต่ละประเทศแตกต่างกันไป แต่เราหวังว่าค่านิยมในกระบวนการที่ได้ผลในตูนีเซีย จะเป็นแรงบันดาลใจ”

             คณะเจรจาสร้างความปรองดองแห่งชาติ ประกอบด้วย 4 องค์กรหลักภาคประชาสังคม ได้แก่ สหภาพแรงงานแห่งชาติตูนีเซีย สภาอุตสาหกรรม การค้าและหัตถกรรม องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งตูนีเซีย และสภาทนายความตูนีเซีย ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของภาคส่วนและค่านิยมในสังคม ทั้งในด้านการทำงาน สวัสดิการ หลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 ในช่วงที่กระบวนการประชาธิปไตยของประเทศอยู่ในภาวะล่มสลาย และความวุ่นวายทางการเมือง ตลอดจนจลาจลในประเทศ ทำให้ตูนีเซียต้องการพลังภาคประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมามีบทบาทในการสานต่อประชาธิปไตย เพื่อขับเคลื่อนภายใต้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรี และการเปลี่ยนถ่ายอำนาจอย่างสันติ

             คณะทำงานภาคประชาชน 4 องค์กรได้แสดงบทบาทในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยและเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การพูดคุยอย่างสันติระหว่างประชาชน พรรคการเมืองและหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยกันหาทางออกบนฉันทามติ ต่อปัญหาท้าทายมากมายท่ามกลางความแตกต่างทางศาสนาและการเมือง จึงต้องได้รับการให้เครดิตในแง่ของความสำเร็จ และผลประโยชน์อันเกิดจากการปฏิวัติดอกมะลิที่ยังไม่สูญสลายไป .

             โฆษกสหประชาชาติ นายอาห์หมัด ฟาวซี โฆษกสหประชาชาติในนครเจนีวา กล่าวแสดงความยินดีแก่เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ ว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าภาคประชาสังคม มีบทบาทสำคัญในการผลักดันสันติภาพได้ และตูนีเซียเป็นตัวอย่างอันวิเศษของประเทศอาหรับนับจากการลุกฮือของประชาชน

             ด้าน นายเฟเดริกา โมเกรินี หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศ สหภาพยุโรป (อียู) แถลงว่า ความสำเร็จของคณะเจรจาปรองดองตูนีเซียและรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้มา เป็นการชี้หนทางหลุดพ้นจากวิกฤติ นั่นคือความสามัคคีในชาติและประชาธิปไตย

              ทั้งนี้ ปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 273 ชื่อ เป็นบุคคล 205 คนและองค์กร 68 แห่ง โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเผย 10 รายชื่อตัวเก็งที่คาดว่าจะได้รับเลือกจากคณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ในปีนี้ โดยเป็นรายชื่อจากการวิเคราะห์ของคริสเตียน เบิร์ก ฮาร์ปวิเก้น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสันติภาพออสโล และเว็บไซต์พนัน เบตแฟร์ และนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี อยู่ในรายชื่ออันดับแรก จากการแสดงบทบาทนำในการช่วยเหลือผู้อพยพที่ไหลทะลักเข้าสู่ยุโรปมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้่งที่สอง

              อันดับ 2 ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตสของโคลัมเบีย และนายทิโมเลียนจิเมเนซ ผู้นำกองทัพการปฏิวัติโคลัมเบีย หรือกลุ่มกบฏฟาร์ค สองฝ่ายเพิ่งลงนามข้อตกลงเบื้องต้นที่กรุงฮาวานาของคิวบาเมื่อเดือนที่แล้วที่จะนำไปสู่การปิดฉากสงครามกลางเมือง

              นอกจากนี้ยังมีตัวเก็งรายอื่นๆ เช่น อันดับ 3  หนังสือพิมพ์โนโวย่า กาเซต้า ของรัสเซียและดมิทรี มูราตอฟ บรรณาธิการบริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งสื่ออิสระฉบับนี้ยืดหยัดวิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แม้มีนักข่าวถูกฆ่า

              อันดับ 4 คือ Article 9 Association กลุ่มสมาคมมาตรา 9 ของญี่ปุ่น กลุ่มนี้เคลื่อนไหวคัดค้านร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ที่มีการตีความใหม่เกี่ยวกับเนื้อหาในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้สามารถส่งทหารไปปฏิบัติการสู้รบในต่างแดนได้ โดยกลุ่มนี้มองว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับใฝ่สันติ

              อันดับ 5  ยีน นาคัตเช บันเยเร่, ยีนเน็ต คาฮินโด บินดู และ ดร. เดนิส มุคเวจ ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเหยื่อคดีข่มขืนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  

              อันดับ 6 สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ผู้เรียกความเลื่อมใสศรัทธากลับคืนสู่คริสตจักรอีกครั้ง ทรงแสดงความเห็นต่อประเด็นร้อนต่างๆของโลกตั้งแต่ ค้าอาวุธ สงคราม ความยุติธรรมในสังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้พระองค์ยังมีส่วนสำคัญในการเจรจาฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและคิวบา

              อันดับ  7 มุสซี เซไร บาทหลวงคาธอลิกชาวเอริเทรีย ผู้ก่อตั้งองค์กร ฮาเบเชีย ในอิตาลีเพื่อประสานงานช่วยเหลือผู้อพยพที่ล่องเรือข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนไปยุโรป

              อันดับ 8  ไดสุกะ อิเคดะ ประธานกลุ่มชาวพุทธ โซกะ กักไค อินเตอร์แนชันแนล ของญี่ปุ่น กลุ่มนี้มุ่งส่งเสริมสันติภาพ และการเคารพเกียรติศักดิ์ศรีของชีวิตและสิทธิมนุษยชน

              อันดับ 9 เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ชาวอเมริกันผู้เปิดโปงโครงการสอดแนมของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ

              และอันดับ 10 ราอิฟ บาดาวี เจ้าของเวบไซต์ ฟรี ซาอุดิ ลิเบอรัลส์ ที่โพสแสดงความเห็นแนวคิดเสรีจนถูกทางการกักขัง 1 วัน

.........................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก http://www.nobelprize.org/)