ข่าว

'วิษณุ'ยังไม่ส่งข้อมูลเรียกค่าเสียหาย'ปู'ให้'บิ๊กตู่'

'วิษณุ'ยังไม่ส่งข้อมูลเรียกค่าเสียหาย'ปู'ให้'บิ๊กตู่'

09 ต.ค. 2558

'วิษณุ' เผย ข้อมูลเรียกค่าเสียหายทางแพ่งคดีจำนำข้าว 'ปู' ยังไม่ถึงมือ 'บิ๊กตู่' คิวต่อไปฟันเอกชน แย้มผู้สมัครชิงเก้าอี้ 'ป.ป.ช.' บางคน คุณสมบัติตก

 
                      9 ต.ค. 58  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2 คณะจากกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการ ฯ ได้ส่งข้อมูลมาถึงตนแล้ว 1 ชุด โดยยังไม่ได้ส่งเรื่องดังกล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา เนื่องจากอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดทั้งหมด ไม่เช่นนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์ เกิดข้อสงสัย ตนจะได้ชี้แจงได้ อย่างไรก็ตาม ตนจะทยอยส่งข้อมูลที่ได้รับมาถึงนายกฯ ก่อน โดยจะไม่รออีกชุด เพราะเกรงว่าจะล่าช้า ส่วนจะส่งได้ในวันใดนั้น ยังไม่ขอระบุ
 
                      นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนตัวเลขค่าเสียหายจะไม่มีการพูดถึง เพราะต้องรอให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธาน ซึ่งเป็นคณะกรรมการ ฯ ชุดสุดท้ายที่จะพิจารณาต่อจากนายกฯ จะเป็นผู้เปิดเผย เพราะเป็นอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณา ที่อาจระบุตัวเลขให้จ่ายค่าเสียหายแพงขึ้นหรือน้อยลงได้ ส่วนการดำเนินการกับภาคเอกชนนั้น ต้องรอให้เรื่องนี้เสร็จสิ้นก่อน เพราะเมื่อความผิดประธานยุติ ความผิดผู้สนับสนุนจะตามมา
 
 
 
ชิงเก้าอี้ 'ป.ป.ช.' บางคนคุณสมบัติตก
 
 
                      นายวิษณุ ในฐานะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนตำแแหน่งเดิมที่จะพ้นวาระ 5 ราย กล่าวว่า ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมพิจารณาสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเพื่อเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นรายชื่อทั้งหมดของผู้สมัครเข้ารับการสรรหา เห็นเพียงบางรายชื่อจากหนังสือพิมพ์ จึงยังนิยามอะไรไม่ได้ เพราะถ้าตรวจสอบคุณสมบัติแล้วตก ซึ่งตนได้รับแจ้งมาแล้วว่ามีบางคนที่คุณสมบัติตก
 
                      เมื่อถามว่า หลักเกณฑ์พิจารณาสรรหากรรมการ ป.ป.ช.คนใหม่ ต้องดูจากงานของคนเก่าที่พ้นไปว่ารับผิดชอบงานส่วนใดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไปดูอย่างนั้นไม่ได้ ไม่ใช่นักบัญชีออกไปแล้วเลือกคนเป็นนักบัญชีเข้ามา คนที่เป็นตำรวจออกไปแล้วเลือกคนที่เป็นตำรวจเข้ามา ไม่ใช่ ไม่มีในประวัติศาสตร์ของตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น ยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น ต้องมีนักกฎหมายอย่างน้อย 1 คน นักบัญชีอย่างน้อย 1 คน อย่างนั้นก็เป็นอีกเรื่อง
 
 
 
แจงคะแนนเสียงสรรหา ป.ป.ช.คนใหม่ ต้อง 2 ใน 3
 
 
                      นายวิษณุ กล่าวถึงกระบวนการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.แทนบุคคลในตำแหน่งเดิมที่จะพ้นวาระ 5 ราย ว่า องค์ประกอบในการสรรหาครั้งนี้จะประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงคนในสัดส่วนรองนายกฯ และหากการประชุมเพื่อสรรหาบุคคลใดก็ตามได้คะแนนเสียงเท่ากัน 2 ต่อ 2 ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะคะแนนเสียงดังกล่าวไม่สามารถคัดเลือกบุคคลใดเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ได้ ต้องเป็นคะแนนเสียง 3 ต่อ 1 และหากเกิดกรณีคะแนนเสียงเท่ากัน 2 ต่อ 2 จริง ก็ต้องมีการประชุมจนกว่าจะได้บุคคลที่เหมาะสม และครั้งนี้คนเป็นประธานกรรมการสรรหาก็ไม่มีสิทธิ์โหวตชี้ขาดกรณีคะแนนเท่ากัน เพราะกฎหมายเขียนไว้ว่าต้องได้คะแนน 2 ใน 3 
 
                      นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการประชุมสรรหาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ จะได้รายชื่อบุคคลที่เหมาะสมหรือไม่นั้น ตนยังไม่แน่ใจ ถ้าได้ก็ได้ ถ้าไม่ได้ก็ว่ากันใหม่ ซึ่งกรณีที่จะไม่ได้ เช่น มีการถกเถียงเรื่องคุณสมบัติโดยต้องตีความกัน เพราะถ้าเจ้าหน้าที่เสนอว่ารายชื่อนั้นๆ ไม่ผ่านคุณสมบัติ ก็ต้องตัดออก แต่หากกรรมการเห็นว่ายังมีเรื่องน่าสงสัยต้องไปสอบเพิ่มก็อาจมีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าไม่เกิดปัญหาอะไรก็จะประชุมเพียงครั้งเดียว

 

แจงต้องร่างรธน.ตามกรอบ ม.35 กันคนทุจริตหวนการเมือง
 
 
                      นายวิษณุ กล่าวถึงกรอบการร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ห้ามผู้ต้องโทษทุจริตเข้าสู่การเมืองอีก ว่า ในมาตรา 35 เขียนไว้เป็นกรอบเมื่อจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งใช้มาตั้งแต่เมื่อครั้งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าถามว่าเรื่องนี้จะเป็นอุปสรรคในการเข้าสู่การเมืองหรือไม่ ก็อยู่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะเขียนรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร เพราะกฎหมายเกี่ยวกับท้องถิ่นทุกฉบับไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. เทศบาล รวมถึง กทม. ต่างบัญญัติว่า คนที่โดนตัดสินว่ามีความผิดในทางทุจริต ไม่สามารถกลับมารับเลือกตั้งได้อีกตลอดชีวิต จึงทำให้เกิดการอุปมาอุปไมยว่าขนาดในกฎหมายท้องถิ่นยังห้ามผู้ที่มีความผิดด้านทุจริตเข้าสมัครรับเลือกตั้งแล้วในระดับชาติที่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าคดโกง จะสมควรให้เข้ามาในวงการเมืองอีกหรือไม่เมื่อพ้นโทษแล้ว ดังนั้นจึงอยู่ที่ กรธ.ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานที่จะเป็นคนคิด
 
                      "ไปดูได้กฎหมายของเทศบาลก็ยังเขียนแบบนี้ เพราะฉะนั้นพวกนักการเมืองท้องถิ่นบางคนมีความฉลาด เพราะเมื่อเข้ากระบวนการสอบและเห็นว่าจะมีปัญหาจึงชิงลาออกก่อน เพราะถ้าลาออกไปแล้วมีอะไรทีหลังก็จะลงสมัครได้อีก เพราะยังไม่เคยถูกสั่งให้ออกในขณะดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้มาตรา 35 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว บังคับให้การร่างรัฐธรรมนูญต้องทำตาม ก็แล้วแต่สไตล์ไอเดียของแต่ละคน และต้องมาดูว่าคำว่าทุจริตนั้นอยู่ในขั้นไหน ชี้โดย ป.ป.ช.หรือชี้โดยศาลได้หรือไม่"
 
                      ส่วนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในประเด็นดังกล่าวจะเหมือนร่างของนายบวรศักดิ์ร่างหรือไม่ ที่ไม่มีผลย้อนหลังกับนักการเมือง เช่น บ้านเลขที่ 111 และ 109 นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่โดยหลักแล้วควรจะเป็นเช่นนั้น ส่วนจะเขียนอย่างไรต่อไปก็ขอให้ชัดเจน              
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวถึงทางออกกรณีประชามติไม่ผ่าน จะมีผลกับการรับหรือไม่รับในการลงประชามติหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นเราถึงต้องคิด และดูถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม ถ้าเตรียมแนวทางไว้สำหรับรองรับกรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน คนก็อาจคิดได้ว่าเราเตรียมตัวเพราะรู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดความรู้สึกอย่างนี้ขึ้น ดังนั้น จึงอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ขอให้ดูที่เนื้อหา
 
                      ส่วนที่รัฐสภายุโรปออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นสากลและคืนประชาธิปไตยโดยเร็ว นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังรอดูรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ซึ่งยังไม่ทราบว่านายมีชัย ได้วางหลักการในการร่างรัฐธรรมนูญไว้อย่างไรบ้าง เพราะนายมีชัยไม่ได้หารือกับ คสช.และก็คงไม่ต้องพูดคุย ขณะที่รัฐบาลก็ไม่ได้ให้แนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญกับนายมีชัยด้วย เราให้อำนาจการตัดสินใจกับ กรธ.เต็มที่ และตอบไม่ได้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีความยากหรือง่ายกว่าครั้งที่ผ่านมาอย่างไร ระหว่างนี้คงต้องรอดูเท่านั้น
 
                      เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร และอดีตคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จะเป็นประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นายวิษณุ กล่าวว่า ร.อ.ทินพันธุ์ จะมาหรือไม่ หรือว่าเหมาะสมหรือไม่ ตอบไม่ถูก แต่เห็นสื่อทุกฉบับนำเสนอเหมือนกันหมด แสดงว่ามาจากแหล่งข่าวคนเดียวกัน และบอกว่ารู้จักกับตนและนายมีชัยตั้งแต่ พ.ศ. 2516 ซึ่งตอนนั้นตนอยู่เมืองนอก ยังไม่รู้จักใครเลย
 
                      "ผมไปเมืองนอกปี พ.ศ. 2515 กลับมา 2519 แต่รู้จัก ร.อ.ทินพันธุ์ เพราะสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกฯ ร.อ.ทินพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ผมเป็นเลขาฯ ครม. และตอนนี้ผมก็เป็นประธานกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาให้ใครก็ตามเป็นศาตราจารย์ทุกสาขา ซึ่ง ร.อ.ทินพันธุ์ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ และนายบวรศักดิ์ ก็ร่วมอยู่ในคณะกรรมการด้วย เราทำงานด้วยกันมา 2 - 3 ปีแล้ว ผมไม่ได้รู้จักกันตั้งแต่ปี 2516 เพราะตอนนั้นผมอายุแค่ 21"
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.อ.ทินพันธุ์ อายุ 81 ปีแล้วจะรับหน้าที่ประธาน สปท.ไหวหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ร.อ.ทินพันธุ์ เป็นคนแข็งแรง เพราะเท่าที่ประชุมด้วยกันมา ร.อ.ทินพันธุ์ ก็ยังขับรถเองโดยตลอด อย่างไรก็ตาม การประชุมนัดแรกของ สปท.จะให้ผู้ที่มีความอาวุโสที่สุด คือ นายชัย ชิดชอบ เป็นประธานชั่วคราว ส่วนรูปแบบการทำงานของ สปท.จะเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ ซึ่งก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน แต่ไม่อยากบ่นผ่านสื่อ เพราะทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน