
คอร์รัปชั่นไทยมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
คอร์รัปชั่นไทยมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งของประเทศไทย คือ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และการสู้กับคอร์รัปชั่นนั้น เหมือนกับทำสงคราม สุดท้ายแล้วต้องมีทั้งคนแพ้และคนชนะ สำหรับประเทศไทย องค์กรที่ทำหน้าที่หลักในการทำสงครามนี้ก็คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. คำถามคือว่า ทำสงครามมานานขนาดนี้แล้ว โอกาสที่จะเห็นชัยชนะตรงปลายทางมีแค่ไหน
นายวิชา มหาคุณ โฆษก ป.ป.ช. กล่าวในรายการชั่วโมงที่ 26 ทางช่อง NOW26 เมื่อคืนวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่า ในฐานะที่ทำงานในส่วนนี้มานาน 9 ปี ก็มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว หลังคลำอยู่ในท่ามกลางความมืดมานานพอสมควร เพราะเราเข้ามาหลังจากชุดที่ผ่านไปโดนเว้นวรรค 2 ปีกว่า ไม่มีคนทำงานด้านนี้ คือ ด้านดูแลในเรื่องการไต่สวน ขณะที่เจ้าหน้าที่เคว้งคว้าง เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เองก็ไม่ได้รับการฝึกฝน อบรม ถือเป็นช่วงสุญญากาศ
ในช่วงนั้นตรวจพบว่ามีคดีใหญ่ๆ ดองอยู่พอสมควร ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจดองเรื่อง แต่เนื่องจากไม่มีการขับเคลื่อน เพราะทุกอย่างตามกฎหมายต้องอาศัยกรรมการลงไปตรวจสอบ สองปีที่เว้นวรรคมีเรื่องที่ค้างอยู่เกือบหมื่นเรื่อง
ปัญหาใหญ่ที่เราลงไปในตอนแรกคือ การสร้างความมั่นใจให้แก่เจ้าหน้าที่ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วก็ต้องสร้างที่เรียกว่า “สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์” ที่เป็นองค์กรในการฝึกอบรม ปรับใหม่หมด ปรับฐานใหม่หมด มีการปรับเปลี่ยนสำนักไต่สวน อะไรต่อมิอะไร เอาคนฝีมือดีขึ้นมา
มีคนบ่นว่า ทำไม ป.ป.ช.ถึงล้วงลูก ?
ตรงนี้ขอบอกเลยว่า ไม่ล้วงได้ไง ถ้าเราไม่กระตุก ชี้ให้ไปสอบตรงนั้น ตรงนี้ เพราะเห็นอยู่ว่า น่าจะมีข้อมูล นั่นเป็นเพราะเขามองไม่เห็น อย่างจุดที่สำคัญๆ อย่างเช่น เชื่อมโยงกัน เพราะเป็นญาติกัน เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน บริษัทที่เข้ามาประมูลเป็นญาติกับคนสั่งการ ทำไมไม่สอบ อย่างนี้เราจะพูดกันอยู่เสมอ
หรือเรื่องการประมูล มีการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ทางคณะกรรมการจะต้องลงไปแล้วถาม กระบวนการไต่สวนจะต้องวางแผน จะสอบอย่างไร
สำหรับคดีที่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง มักจะมีคำครหาว่า มีใบสั่ง ป.ป.ช.ต้องทำตามความต้องการของคนบางกลุ่ม ในทางปฏิบัติแล้วเป็นไปได้หรือไม่ ?
ก็มีบ้างที่จะมีคนมาพูดจา มาล็อบบี้ เพื่อนสนิทกันก็มี คนรู้จักกันก็มี ญาติก็มี ตรงนี้เราต้องอธิบาย ต้องแสดงจุดยืนให้คนที่มาหาทราบ ให้เขาเห็นว่า เวลาที่เราจะจัดการกับปัญหาอะไร คุณมีอะไรที่มาแก้ตัวได้หรือไม่
เพราะไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ เราจะกล่าวหาใคร อย่างระบบกล่าวหา จะเอาตัวไว้เป็นผู้ต้องหา แต่ระบบไต่สวน จะเรียกว่า เป็นผู้ถูกกล่าวหา จนกว่าเราจะได้ข้อมูลเพียงพอ ถึงจะบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ในช่วงระหว่างก่อนมีบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา คุณก็ต้องไปหาข้อมูล คุณมีโอกาส คุณมีสิทธิ์ ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ จะดำเนินการกับคุณทันที เป็นไปไม่ได้ในระบบไต่สวน เพราะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงจนกว่าจะสิ้นสงสัย
รู้สึกหรือไม่ว่า คณะกรรมการบางคนมีการตั้งธง ?
สมัยก่อน จำได้ว่า มีเจ้าหน้าที่บางคนเขามีความรู้สึกอย่างนั้น เพราะเขามีความรู้สึกว่า ผิดนี่นา เห็นอยู่ ประกอบกับได้รับทราบข้อมูลจากข้างนอก อย่างนี้ เราจะเตือนเขาเลยว่า ไม่ได้ ตั้งธงอย่างนี้ จะทำให้ความยุติธรรมเสียหมด รวนหมด
เวลาที่เราแจ้งข้อกล่าวหาเขาไป เราถึงตั้งโจทย์ให้ละเอียดว่า พฤติการณ์ของเขามีอะไรบ้าง วันนั้น วันนี้ มีพฤติการณ์อะไร ระหว่างวันที่เท่านั้นเท่านั้น เขาอนุมัติอะไร อย่างนี้เป็นต้น ให้เขาแก้ได้ถูกจุด และเรายังเรียกเขามาบอกว่า ไหนคุณสงสัยอย่างไรบ้าง ถามได้เลย ผมว่ามีเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาหลายคนมาพบเราแล้ว สบายใจ เพราะอยู่ข้างนอกไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้วิธีการทำงานของเรา
คุณวิชากำลังจะบอกว่า นี่คือกระบวนการที่ ป.ป.ช.นำมาใช้กับทุกกรณี ?
แน่นอนเลย กระบวนการดังกล่าวเป็นวิธีการที่ ป.ป.ช.นำมาใช้กับทุกกรณี รวมไปถึงคดีที่เป็นการเมืองที่เป็นคดีโด่งดัง ที่อาจจะมีคนร้องเรียนว่า โอกาสชี้แจงน้อยเหลือเกิน จำกัดเหลือเกิน
เป็นเรื่องที่แน่นอน ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา หรือทางผู้ที่มาแก้ตัวแทน ก็คือ ทนาย ซึ่งปกติแล้วเราจะไม่ยอมให้ตั้งทนาย แต่เราจะให้มีผู้แทนหรือผู้ที่เข้ามาเป็นกำลังใจได้สักคนหนึ่ง มานั่งเป็นเพื่อน แล้วก็ช่วยค้นข้อมูลให้
ถ้าเป็นระบบไต่สวน จริงๆ แล้วไม่ให้ แต่ว่าเรายังอนุญาต ให้มาดูสำนวนก็ได้นะ แต่ขอให้คุณมาเอง
ส่วนใหญ่ที่เกิดข้อครหาก็คือ ทำไมให้คนนี้ ทำไมไม่ให้คนนั้น ตรงนี้เราก็ต้องตอบ ต้องอธิบายไปว่า เหตุที่คนนั้นจำเป็นที่จะต้องให้มาเอง เพราะเป็นเหตุการณ์ปกติ แต่อีกคนอยู่ระหว่างถูกข่มขู่คุกคาม จะให้เขามาได้อย่างไร
เริ่มเห็นแสงสว่างที่่เห็นปลายอุโมงค์แล้ว แต่ทำไมเวลาจัดอันดับ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ไม่ดีนัก ?
เราเดินทางมาก็เริ่มเข้าสู่ร่องรอยแล้ว คือ ประชาชนตื่นตัว รู้ว่า การทุจริตเป็นเรื่องร้ายแรง ก็ยินดีที่จะเข้ามาให้ถ้อยคำ ยินดีที่จะมาร่วมเป็นเครือข่าย ผนึกกำลัง เปลี่ยนจาก ไม่ใช่เรื่องของฉัน เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เริ่มเข้ามาตรงนี้แล้ว เนื่องจากกระบวนการให้การศึกษา ปลูกจิตสำนึกได้ผล
อีกส่วนหนึ่งก็คือ มีองค์กรภาคเอกชนเข้ามาเฝ้าระวัง หรือที่เรียกกันว่า “หมาเฝ้าบ้าน” กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ตื่นตัวขึ้นเยอะทีเดียว
และอีกส่วนหนึ่ง จุดที่เราสามารถทำคดีได้เสร็จสมบูรณ์ ทำให้เห็นว่า ไม่ได้มีแต่คดียาอย่างเดียว ยังมีคดีเรือ รถดับเพลิง หรืออื่นๆ อีกเยอะ การไต่สวนสาธารณะที่เห็นภาพชัดเจนก็คือ สนช. ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน อยากจะรู้เรื่อง ความเป็นมาอย่างไรตั้งแต่ต้น การตัดสินใจ เขาสามารถจะเลือกตัดสินใจได้ว่า เขาเชื่ออันไหน
แต่ส่วนตัวคิดว่า น่าจะเป็นจุดมองเห็นภาพได้ดีขึ้นก็คือ การตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้ผล เพราะเราเอาจริง ที่ผ่านมาเราตรวจสอบแล้วก็เก็บเอาไว้ ถึงเขาไม่มา เราก็รอ บางทีรอถึง 900 กว่าวัน แต่ตอนนี้ ถ้า 3 ครั้ง ไม่มา ไม่แสดงบัญชีที่ถูกต้อง เราจะส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ส่งไปจนกระทั่งศาลบอกว่า ต่อไปนี้ไม่รอลงอาญาแล้วนะ ถ้าสู้มา จัดการแน่ เพราะฉะนั้น มีผู้ถูกจำคุกไปแล้ว ตอนนี้จึงเหมือนผึ้งแตกรัง
คิดว่าควรจะมีการลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตสักครั้งหรือไม่ เพื่อให้เห็นว่า กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ?
คนไทยคุ้นกับโทษประหารชีวิต เพราะมีมานานแล้ว แต่เรายังไม่คุ้นว่า โทษทุจริตจะถึงขั้นประหารชีวิตหรือไม่ แม้จะมีโทษประหารชีวิต ตามมาตรา 149 ที่มีมานานแล้ว แต่สุดท้ายศาลก็ไม่เคยลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต
ผมคิดว่า เราลงโทษจริงจัง เอาให้หนัก ไม่ต้องถึงขั้นประหารชีวิต แต่เอาจริง ถ้ารับสินบนก้อนใหญ่ ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง ทำให้ประเทศชาติทรุด ทำให้ประชาชนทุกข์ยาก อย่างนี้ต้องจัดการอย่างจริงจังและรวดเร็ว กระบวนไต่สวนต้องทำให้เร็วขึ้น อย่ามัวรออยู่ว่า เมื่อไหร่เรื่องจะถึงศาล
เพราะฉะนั้นเราต้องปรับตรงนี้ ทำให้เร็ว การบังคับใช้กฎหมายทำให้จริงจัง
มีความรู้สึกอย่างไรกับคดีรับจำนำข้าว ?
เราก็ต้องรับรู้ว่า เรื่องของเศรษฐกิจบ้านเรา เรื่องข้าวเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าข้าวสูญเสียการส่งออก การปลูก พืชพันธุ์ที่จะต้องคัดในส่วนที่ดีที่สุด บ้านเมืองอยู่ไม่ได้แล้ว
ต้องยอมรับว่า ที่อยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะเรามีข้าวที่ขึ้นหน้าขึ้นตา มีพืชพันธ์ุข้าวที่ดี
เรื่องคดีทุจริตจำนำข้าว หรือระบายข้าว ก่อผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่ง ป.ป.ช.พิจารณาถึงผลกระทบในหลายๆ ด้าน ไม่ใช่แต่ตัวเลขที่เสียหายอย่างเดียว
อยากจะเห็น ป.ป.ช.ชุดใหม่ ทำอะไรทำบ้าง ?
สิ่งที่อยากเห็นก็คือ เรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สิน เพราะเป็นอาวุธที่สำคัญ ซึ่งต้องทำแบบบูรณาการ เพราะเชื่อมโยงในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร่ำรวยผิดปกติ เพื่อที่จะยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน แล้วจะต้องไต่สวนไปถึงต่างประเทศด้วย ขณะนี้เรามีศูนย์ไต่สวนระหว่างประเทศ ซึ่งจะประเดิมคดี เหมืองทองคำ เป็นคดีแรก



