
รถบรรทุกข้าวสารเทกระจาดบนถนนวิภาวดี
รถพ่วง 18 ล้อบรรทุกข้าวสารกว่า 30 ตัน เพื่อไปส่งบรรจุลงเรือขายต่างประเทศ ฝนตกถนนลื่นเสียหลักคว่ำกองทัพอากาศดอนเมือง ถ.วิภาวดี ท้ายพ่วงบรรทุกข้าวสาร 14 ตันตกเกลื่อนถนน ชาวบ้านแห่เก็บใส่กระสอบกลับบ้าน
(23ก.ค.) เวลา 02.00 น. พ.ต.ท.สนั่นชัย มอไธสง สารวัตรเวรสน.วิภาวดี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ซึ่งบรรทุกข้าวสารมาเต็มคันรถ เสียหลักพลิกคว่ำที่บริเวณช่องทางด่วนหน้าฐานทัพอากาศ ถนนวิภาวดีขาเข้า แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ หัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 80-7829 กำแพงเพชร ท้ายพ่วงหมายเลขทะเบียน 80-7828 กำแพงเชพร ของบริษัทโรงสีไฟ ไทยเสรี ซึ่งบริเวณท้ายพ่วงพลิกบรรทุกข้าวสารมาเต็มคันได้พลิกคว่ำกลางถนน ทำให้ข้าวสารจำนวน 14 ตัน ตกเกลื่อนกองเป็นเพนินอยู่บนพื้นถนน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดการจราจรบริเวณช่องทางด่วน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากในช่วงเช้าได้มีรถทัวร์ ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดทะยอยเข้ามาในกรุงเทพฯจึงต้องใช้ทางคู่ขนานแทน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านในระแวกดังกล่าวต่างได้นำกระสอบสิ่งของมาเก็บข้าวสารที่ตกลงมากองบนพื้นถนน เนื่องจากเจ้าของรถที่บรรทุกข้าวสารมานั้นไม่ได้ห้ามและต้องการให้ชาวบ้านมาช่วยกันเก็บกวาดข้าวสารหรือนำกลับบ้าน เพื่อต้องการเคลียร์พื้นถนนให้เร็วที่สุดก่อนจะสว่าง ซึ่งอาจจะทำให้รถติดขัดมากขึ้น
จากการสอบสวน นายศาศวัต บุญช่วย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 11 ต.โค้งไถ่ อ.ขานุวรลักษณ์ จ.กำแพงเชร คนขับรถพ่วง กล่าวว่า ตนขับรถบรรทุกข้าวสารมาจากบริษัทโรงสีไฟ ไทยเสรี จ.กำแพงเพชร โดยจะนำข้าวสารไปส่งให้กับโรงงานที่อ.พระประแดง เพื่อบรรจุออกขายต่างประเทศ แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดฝนตกหนักทำให้ถนนลื่นรถ เบรคไม่อยู่ทำให้รถเสียหลักหัวรถปัดหันหัวไปทางถนนวิภาวดีขาออก ทำให้ท้ายพ่วงพลิกคว่ำซึ่งบรรทุกข้าวสารมา 14 ตันล่วงลงจากรถไปกองอยู่พื้นถนน ส่วนหัวพ่วงของรถบรรทุกข้าวสาร 17 ตัน ไม่ได้พลิกคว่ำแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ก็ต้องรอรถมาลากท้ายพ่วงและขนถ่ายข้าวสารที่เหลือทั้งหมด
พ.ต.ท.สนั่นชัย กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายศาศวัต ในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้เกิดอันตรายและกีดขวางทางจราจร อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจสอบสภาพรถอีกครั้งว่ามีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ หากรถไม่พร้อมใช้งานก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ทั้งนี้จะเร่งเคลียร์พื้นที่โดยเร็วเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรต่อไป



