
กลไกใหม่ของรธน.ฉบับมีชัยต้องถามปชช.
กลไกใหม่ของรธน.ฉบับมีชัย ต้องถามปชช. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
โจทย์ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ความสำคัญและต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เขียนโดย “มีชัย ฤชุพันธุ์” มีจารึกไว้ คือการสร้างกลไกระงับการโกง การคอร์รัปชั่น และการใช้เงินหลวงไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
โดย “ประธาน กรธ.” ยอมรับตอนหนึ่งระหว่างการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการมองรัฐสภา เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ว่าการทุจริต คอร์รัปชั่น หรือการใช้งบประมาณแผ่นดินทางที่ไม่เกิดประโยชน์แท้จริง เป็นปัญหาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นว่าเป็นเรื่องหนักของประเทศ ซึ่งส่วนตัวก็ว่าจริง เพราะนับวันมีแต่นโยบายที่เอาเงินแผ่นดินไปแจกจ่ายประชาชนแล้วไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้น ต้องป้องกัน ไม่ให้เกิด ไม่เช่นนั้นจะเกิดภาวะล้มละลายทั้งประเทศ เมื่อเรามีกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริตแล้ว ที่ยังขาดคือ กลไกระงับก่อนที่จะเกิดความเสียหาย
จับอาการแล้ว กลไกปราบโกงของประเทศไทย อาจถึงขั้นต้องยกเครื่องใหม่!!
แต่จะยกเครื่องอย่างไร.?? ที่ประชุม กรธ.ยังไร้แนวทางอย่างชัดเจน แม้ “กรธ.สายประชาสังคม” เสนอให้ใช้ไอเดียของอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปฏิรูป ที่ให้มี “สภาตรวจสอบภาคพลเมืองประจำจังหวัด” ทำหน้าที่ตรวจสอบการสมัครรับเลือกตั้งเลือกตั้งทุกระดับ, การบริหารองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐ, ใช้จ่ายเงินแผ่นดิน, ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
แต่ “กรธ.สายราชการ” กลับมองว่าอำนาจนั้นทับซ้อนกับผู้ตรวจการแผ่นดิน และเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ประเด็นนี้จึงต้องพับเก็บไว้ และหันไปฟังความเห็นจากองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในสัปดาห์หน้า
ขณะที่โจทย์ระดับรอง ตามคำฝากพิเศษของ คสช. ซึ่งที่ประชุมได้เคาะแล้ว คือ 1.การตรวจสอบ ป้องกันผู้ทุจริตหรือประพฤติมิชอบเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2.การตรวจสอบการทำงานภาครัฐเพื่อความโปร่งใส และกระบวนการทำงานที่ปลอดการแทรกแซง และ 3.สร้างมาตรฐานทางจริยธรรม คุณธรรม และธรรมาภิบาลในสังคมทุกระดับ และสร้างหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง
เมื่อติดตามเนื้อหา จะพบว่าเป็นโจทย์ที่มีเนื้อหาอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปฏิรูปมาตราต่างๆ ซึ่งเน้นหนักส่วนกลไกภาคพลเมืองที่ให้สิทธิมีส่วนร่วมกับภาครัฐ แต่รายละเอียดอาจไม่ครอบคลุม หรือตรงใจเพียงพอ ทาง “กรธ.” จึงต้องหยิบมาศึกษารายละเอียดใหม่ โดยยกข้อศึกษา หรือผลงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาต่างๆ มาพิจารณาร่วมด้วย
ส่วนโจทย์ใหญ่เรื่องการเมืองที่ต้องเน้นเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มาตรการยังไม่มีออกมาให้เห็น เพราะต้องรอคณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างการบริหารและนิติบัญญัติพิจารณา โดยแนวโน้มและความเป็นไปได้ต่อสาระสำคัญต่างๆ เช่น นายกฯ คนนอก, ระบบของสภา ที่ว่าจะมีสภาเดียว หรือ 2 สภา ต้องใช้เสียงประชาชนชี้ขาด
ด้วยการนำประเด็นไปถามประชาชนว่า อยากได้แบบไหน สิ่งไหนที่ตรงใจที่สุด เพราะส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะแบบไหน ล้วนมีข้อดี แต่สิ่งที่จะถูกใจผู้ปฏิบัติ หรือฝ่ายการเมืองที่สุด ต้องใช้แรงสนับสนุนจากเสียงของประชาชน



