
ยกเลิกด่านลอย-ฝ่าฝืนเด้งทันที
08 ต.ค. 2558
'ประวุฒิ' คาด 'อ๊อด' ยังหลบในไทย อีก 24 วัน น่าจะส่งสำนวนฟ้อง 'อาเดม - ยูซูฟู' ทนายเผยมือวางระเบิดรับทำตามคำสั่งแลกไปตุรกี สั่งยกเลิกด่านลอย - ฝ่าฝืนเด้งทันที
8 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาการแทนที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 (สบ 10) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ว่า สำหรับการติดตามตัวนายอ๊อด พยุงวงษ์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะยังหลบหนีกบดานอยู่แหล่งต่างๆ ในภาคกลาง เนื่องจากการตรวจสอบทราบว่านายอ๊อดยังมีญาติและเพื่อนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนข้อมูลพยานหลักฐาน ทางเจ้าหน้าที่ได้พบกับมารดาของนายอ๊อดจริง แต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาก เนื่องจากนายอ๊อดไม่ได้อยู่กับมารดานานแล้ว ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น คาดว่าน่าจะไม่มี เนื่องจากนายอ๊อดเป็นบุคคลไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จึงไม่อาจจะเปิดบัญชีทางการเงินได้ จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะมีบุคคลที่สนับสนุนนำเงินค่าจ้างมาให้นายอ๊อดเพื่อจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อมาประกอบระเบิด ขณะที่การตรวจสอบใบหน้านายอ๊อดในข้อมูลไบโอแมทริกซ์กับรูปภาพการ์ด นปช. ก็อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ แต่โดยส่วนตัวแล้ว การจะแยกแยะภาพและยืนยันตัวบุคคลอาจจะเป็นไปได้ยาก
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า เรื่องการสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องนายอาเดม คาราดัก หรือ บิลาล และ นายไมไลรี ยูซูฟู นั้น คาดว่าหลังจากนี้ไม่เกินการฝากขังอีก 2 ครั้ง หรือประมาณ 24 วัน ก็น่าจะดำเนินการเสร็จสิ้น โดยในอาทิตย์หน้าจะมีการประชุมตั้งหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน เพื่อปรับทีมงานจากชุดเดิมเป็นชุดใหม่ ในการติดตามผู้ต้องหาอีก 15 คนที่ถูกออกหมายจับ ส่วนในวันนี้ (8 ต.ค.) ทางเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเชิญเจ้าหน้าที่จากสถานทูตตุรกี เข้ามาหารือแนวทางต่างๆ ทั้งการตรวจสอบหนังสือเดินทาง การยืนยันแหล่งที่อยู่ของ น.ส.วรรณา สวนสัน และนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู รวมถึงการยืนยันการเดินทางเข้าออกประเทศของนายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรือ อิซาน ด้วยเช่นกัน ส่วนการประสานไปยังจีนและประเทศอื่นๆ ก็ยังไม่มีการประสานกลับมา แสดงว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้ต้องหา
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวถึงการที่ทนายเข้าไปพบ นายอาเดม คาราดัก ในวันนี้ ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลก็ยังเป็นปกติเหมือนเดิม ขณะที่ที่มาของทนายคนดังกล่าว ก็น่าจะผ่านการตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งก็น่าจะถูกต้อง ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการที่จะขอศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มเติมนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีบุคคลใดบ้างและอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ เนื่องจากต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน และข้อมูลเส้นทางการเงินที่ชัดเจนจากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีชายลักษณะคล้ายแขกขาวสะพายเป้เข้าไปบริเวณศาลทหาร โดยขณะนี้ ยังไม่พบตัว ซึ่งได้ประสานให้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองช่วยตรวจสอบในเรื่องนี้แล้ว ขณะที่ชื่อของชายคนดังกล่าว ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ รวมถึงพฤติกรรมก็ยังไม่พบพิรุธที่ชัดเจน เพียงเข้ามาเดินวนไปวนมาแล้วก็ออกไปอาจจะเป็นเพียงนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่เข้ามาถ่ายภาพก็เป็นได้ ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลกำลังตรวจสอบให้ครบถ้วน
'อาเดม' รับทำตามคำสั่งแลกไปตุรกี
เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 (พัน ร.มทบ.11) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายบิลาน มูฮัมหมัด หรือ อาเดม คาราดัก ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ได้เดินทางมาเข้าเยี่ยมนายบิลาน หลังจากที่ทางพนักงานสอบสวนขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังเป็นครั้งที่ 4 เพื่อสอบถามประเด็นมูลเหตุจูงใจและความชัดเจนของเส้นทางที่ใช้เข้ามาประเทศไทย รวมถึงวิธีการขั้นตอนในการวางแผนก่อเหตุระเบิด อีกทั้งเรื่องการจัดหาที่พักในไทย
จากนั้นเวลา 10.00 น. นายชูชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมนายบิลาน ว่า การเดินทางมาวันนี้เพื่อสอบถามรายละเอียดนำไปทำคำร้องประกอบคำรับสารภาพ โดยใช้การสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เพราะนายบิลานทราบว่าการกระทำของเขาเป็นโทษหนัก หากรับสารภาพแล้วจะได้รับการลดโทษ ซึ่งจากการพูดคุย ได้สอบถามถึงแหล่งที่มา โดยนายบิลานยอมรับว่าเดินทางมาจากประเทศจีน แต่ไม่บอกเมืองที่อาศัยอยู่ เพราะเกรงว่าทางการจีนจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเพื่อนและญาติที่เมืองดังกล่าว โดยเดินทางผ่านประเทศเวียดนามเข้ามาไทย เพื่อรอเดินทางไปประเทศมาเลเซีย และปลายทางคือประเทศตุรกี เพราะขณะนี้ครอบครัวและญาติพี่น้องอยู่ที่ประเทศตุรกีหมดแล้ว ส่วนมูลเหตุแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ยืนยันว่า นายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มาน เป็นคนสั่งการให้นำกระเป๋าที่บรรจุระเบิดไปวางไว้ที่ศาลท้าวมหาพรหม ในวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ก่อนถึงจุดวางระเบิดในเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ส.ค. 58 นายบิลานได้เข้าไปยังมัสยิดแถวนั้นเพื่อทำการละหมาด จากนั้นได้นั่งรถแท็กซี่กลับมา เพื่อนำกระเป๋าไปวางตามจุดที่นายอับดุลเลาะห์สั่งการไว้ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. เมื่อนายบิลานถามหาสาเหตุว่าเหตุใดจึงต้องไปวางที่ศาลท้าวมหาพรหม แต่นายอับดุลเลาะห์ไม่ตอบ ตนคาดว่าจะเป็นเรื่องบุญคุณส่วนตัว โดยนายอับดุลเลาะห์ให้นายบิลานนำกระเป๋าระเบิดวางไว้ให้ใกล้ศาลท้าวมหาพรหมที่สุด เพราะมีคนพลุกพล่านเป็นจำนวนมาก จากนั้นนายบิลานจึงได้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และถอดวิกที่นายอับดุลเลาะห์ เตรียมไว้ให้ก่อนจะหลบหนีไป ทั้งนี้นายบิลานยังบอกอีกว่า หากทำงานตามคำสั่งการเสร็จสิ้น นายอับดุลเลาะห์จะประสานงานกับทางมาเลเชีย เพื่อให้นายบิลานเดินทางผ่านไปยังประเทศตุรกี
นายชูชาติ กล่าวอีกว่า นายบิลานเล่าว่าหลังจากก่อเหตุก็ไม่ทราบข่าวหรือรับรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิด เนื่องจากที่ห้องพักไม่มีเครื่องมือสื่อสารและไม่มีโทรทัศน์ แต่เมื่อตนให้ดูภาพเหตุการณ์ดังกล่าว ก็มีท่าทีที่สลดใจและรู้สึกผิดกับสิ่งที่กระทำ อย่างไรก็ตาม นายบิลานยืนยันว่ารู้จักนายอับดุลเลาะห์เพียงคนเดียวเท่านั้น และไม่รู้จักคนอื่น รวมถึงนายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาอีกรายด้วย อีกทั้งไม่เคยเห็นนางวรรณา สวนสัน หรือ นางไมซาเราะห์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพัวพันเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรด้วย แต่เรื่องแรงจูงใจนั้น นายบิลานยังปิดอยู่ เหมือนกับว่ามีอะไรอยู่ในใจ สำหรับเรื่องพาสปอร์ตปลอมที่มีชื่ออาเดม คาราดัก นั้น นายอับดุลเลาะห์เป็นคนนำมาให้ที่อพาร์ตเมนต์ เพื่อใช้เดินทางไปมาเลเซียและตุรกีต่อไป ทั้งนี้ นายบิลานยืนยันว่าเป็นชาวอุยกูร์ หลังจากนี้คงจะต้องสอบถามอย่างละเอียดก่อนที่จะดำเนินการขั้นตอนการยื่นคำร้องต่อศาลทหารกรุงเทพ คาดว่า อีกประมาณ 2 สัปดาห์จะเข้าเยี่ยมนายบิลานอีกครั้ง และจะพยายามติดต่อญาติของนายบิลานที่อยู่ประเทศตุรกีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณทางเข้าพัน ร.มทบ.11 ทางเจ้าหน้าที่ทหารยังวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเช่นเคย มีการตรวจ บันทึกภาพรถและบุคคลที่เข้า-ออกทุกคัน รวมทั้งยังไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวไปทำข่าวหรือเก็บภาพบริเวณด้านหน้าทางเข้า โดยอนุญาตให้สังเกตการณ์บริเวณฝั่งตรงข้ามเท่านั้น
ยกเลิกด่านลอย - ฝ่าฝืนเด้งทันที
พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสจากประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้มีการยกเลิกการตั้งด่านลอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ในวันนี้ (8 ต.ค.) มีการเรียกประชุมผู้รับผิดชอบงานจราจร พร้อมมีคำสั่งให้ยกเลิกการตั้งด่านลอยทุกชนิดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขณะเดียวกันจากนี้ไป หากมีการตั้งด่านจะต้องมีเจ้าหน้าที่ระดับสารวัตรเป็นผู้ควบคุม โดยจะต้องมีการแสดงป้ายให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาอย่างละเอียดว่า เป็นการตั้งด่านจุดไหนและเป็นด่านประเภทใดให้ชัดเจน
"หากพบว่าเจ้าหน้าที่รายใดฝ่าฝืนคำสั่ง หรือแอบตั้งด่านลอย ก็อาจมีการลงโทษ โดยการมีคำสั่งให้มาช่วยราชการ หรือย้ายออกจากหน้าที่ อย่างไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะเป็นชั้นประทวน หรือสัญญาบัตร เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเรียกความศรัทธาจากประชาชนคืนมาอีกครั้ง ทั้งยังเป็นการลดข้อครหาจากประชาชนที่ต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้รับผลประโยชน์หรือเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งใบสั่งจราจร"
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวเสริมอีกว่า จากนี้ไปอาจเสนอให้ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรและจะมีการออกใบสั่งจากการกระทำผิดด้วยหลักฐานจากกล้องแทนการตั้งด่าน ให้เสร็จสิ้นทั้งหมดภายใน 3 เดือน และกำลังจะเสนอให้ขยายอายุความของใบสั่งเพิ่มจาก 1 ปี ให้เป็น 3 ปี อย่างไรก็ตาม หากประชาชนยังคงพบเห็นการตั้งด่านลอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ สามารถถ่ายภาพหรืออัดคลิปวิดีโอ ส่งเข้ามายัง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ของเพจ รายงานสภาพการจราจร ตร. หรือ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสามารถโทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนได้ที่หมายเลข 1197 ได้ทันที



