
'หมอเลี้ยบ'สู้คดีตั้งกก.ธปท.มิชอบ
08 ต.ค. 2558
'หมอเลี้ยบ' ให้การปฏิเสธ ขอยื่นคำให้การต่อสู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ม.157 แต่งตั้ง ปธ.กก. - กก.ผู้ทรงคุณวุฒิ ธปท.ปี 51 ขัด ก.ม. นัดตรวจพยานหลักฐาน 3 ธ.ค.นี้
8 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกาผู้พิพากษา เจ้าของสำนวน พร้อมด้วยองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน คดีหมายเลขดำ อม.39/2558 ออกนั่งบัลลังก์นัดสอบคำให้การในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ หมอเลี้ยบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
โดยศาลได้อธิบายคำฟ้องให้คู่ความรับฟังว่า เมื่อปี 2551 ระหว่างที่ นพ.สุรพงษ์ ดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง มีวาระการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและไม่ใช่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จึงได้เสนอรายชื่อจากการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ธปท. เพื่อให้ นพ.สุรพงษ์ เห็นชอบแต่งตั้งตามขั้นตอน แต่ นพ.สุรพงษ์ ไม่เห็นด้วยกับรายชื่อดังกล่าวและได้ใช้อำนาจสั่งการแทรกแซง โดยแต่งตั้งนายวิจิตร สุพินิจ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นกรรมการ ทั้งที่บุคคลทั้ง 3 เป็นกรรมการในสถาบันการเงิน จึงถือเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนขัดต่อหลักการการมีส่วนได้ส่วนเสียอันจะกระทบต่อภาพลักษณ์ความโปร่งใสของ ธปท.และเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 28/1
โดยในวันนี้ นพ.สุรพงษ์ เดินทางมาศาล เมื่อศาลได้อ่านเเละอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยให้การปฏิเสธ โดยขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 30 พ.ย. เเละขอให้ศาลอนุญาตให้มีการพิจารณาคดีลับหลัง ซึ่งองค์คณะทั้ง 9 พิจารณาแล้วเห็นว่า การยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรในวันที่ 30 พ.ย.นั้น มีความล่าช้าเกินไป เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วตามสมควร จึงให้จำเลยยื่นคำให้การภายในวันที่ 9 พ.ย. หากจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดให้ถือว่าไม่ติดใจ ส่วนเรื่องการพิจารณาคดีลับหลังนั้น ศาลเห็นว่าจำเลยมีหน้าที่ต้องเดินทางมาศาลเพื่อรับฟังการพิจารณาคดีทุกครั้ง หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถมาศาลได้ให้จำเลยเเจ้งเหตุเป็นคราวๆ ไป ศาลไม่อนุญาติในคำขอนี้ เเละให้กำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นวันที่ 3 ธ.ค. 58 เวลา 09.30 น. เเละให้คู่ความทั้งสองยื่นเเนวทางการไต่สวนก่อนนัดตรวจพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 14 วัน
ด้าน นพ.สุรพงษ์ กล่าวภายหลังยื่นประกันตัวในชั้นศาลว่า ศาลไม่ได้ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ แต่ให้มาขออนุญาตก่อนเดินทาง ส่วนกำหนดการยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น มั่นใจว่าจะยื่นคำให้การทันภายในกำหนด 9 พ.ย. เพราะพยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นชุดเดียวกับที่เคยยื่นไว้ในชั้น ป.ป.ช. ส่วนพยานบุคคลจะมีกี่ปากนั้น ไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากคดีอยู่ในขั้นการพิจารณาของศาลแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาฯ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากมีการชี้มูลความผิด นพ.สุรพงษ์ เมื่อเดือน มี.ค. 54 เเละศาลฎีกาฯ นักการเมืองมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องในวันที่ 16 ก.ค. 58 โดย นพ.สุรพงษ์ ได้ใช้บัญชีเงินฝากและเงินสดรวม 10 ล้านบาท ยื่นประกันตัวในชั้นศาล



