
โจทย์ยากคือคำตอบสุดท้าย
โจทย์ยากคือคำตอบสุดท้าย : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ในการพบปะกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเหล่าอรหันต์ 21 คน ในนาม “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)” นอกจากการหารือเพื่อวางตำแหน่งและบทบาทในการทำงานของกรรมการในส่วนต่างๆ แล้ว เวลากว่า 3 ชั่วโมงของการประชุมนัดแรก “มีชัย ฤชุพันธุ์" ประธาน กรธ. ได้ยกประเด็นชวนหารือ
เรื่องสำคัญคือ “จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างไร?”
แม้จะมีโมเดล-ตัวอย่างที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เคยบังคับใช้ และร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปฏิรูป ที่เขียนบทบัญญัติตามโจทย์ 10 ประการ ที่กำหนดไว้ในมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แต่สิ่งเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ เพราะความสำคัญที่สุด ตามโจทย์เรือแป๊ะ คือ ภาคปฏิบัติที่ต้องทำได้จริง-เกิดประโยชน์ต่อประเทศ และสามารถตอบคำถามต่อนานาชาติได้ถึงความเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ
ดังนั้น ในช่วงระยะเวลาเริ่มต้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อจากนี้ คือ การระดมความเห็นเพื่อทำข้อสรุปรวบยอด ก่อนลงมือเขียนเนื้อหาเป็นรายมาตราของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ด้วยการยกโครงร่างที่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมเรื่องทั้ง 10 เรื่อง ซึ่งเขียนไว้ในมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตั้งบนโต๊ะ แล้วให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญใช้ประสบการณ์ ความรู้ มาถกเถียงในรายละเอียดไปทีละหัวข้อ ขณะที่ทีมทำงาน-ฝ่ายสนับสนุน ต้องรวบรวมบทบัญญัติที่เคยเขียนซึ่งสอดคล้องกับแต่ละเรื่อง มาให้ที่ประชุมได้เห็นในภาพรวม ซึ่งสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่เห็นชอบ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ประกอบการพิจารณา
ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้เสียเวลาตั้งโครงร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด
สำหรับประเด็นที่พิจารณาผ่านไปแล้ว ที่สำคัญ คือกลไกที่ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และ กำหนดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการกำกับและควบคุมให้การใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน
โดยได้ผลพิจารณาอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า ยังมีจุดที่ต้องปรับเสริม เพื่อให้กลไก โดยเฉพาะการขจัดคอร์รัปชั่น และควบคุมให้ใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญจะไม่เขียนบทกำหนดว่า “ห้ามกระทำ” เพราะกังวลว่าจะทำให้เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ ทั้งกรณีที่พรรคการเมืองได้รณรงค์หาเสียง ประกาศนโยบายที่จะทำต่อหน้าประชาชนไปแล้ว ดังนั้น แนวทางสำคัญ คือ ทำตามนโยบายไป แต่ต้องมีการตรวจสอบและกำกับอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศและประชาชนในส่วนรวม
ขณะที่กลไกการทำงาน ต้องมุ่งความมีประสิทธิภาพและทำได้จริง ไม่ใช่เขียนเพื่อก่อให้เกิดปัญหา
แต่ความเห็นสุดท้าย ที่ “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ยังปวดหัวไม่แพ้กัน คือ ปัญหาที่มีทางแก้ มักถูกเบี่ยงเบน โดย “คน” ที่ใช้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น จุดโฟกัสสำคัญที่ต้องคุยอย่างจริงจังตลอดสัปดาห์ คือมาตรการพัฒนาคุณภาพคน ที่คนเก่งต้องไม่โกง คนทำงานต้องซื่อตรงโปร่งใส และทำงานเพื่อประโยชน์แก่ประเทศอย่างแท้จริง
โจทย์ยากของเรื่องนี้ คือ คำตอบสุดท้าย



