ข่าว

บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’

บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’

08 ต.ค. 2558

ไลฟ์สไตล์ : บรรยากาศพาไป... ใน ‘โอคายาม่า’

 
        ก้าวแรกที่มาเยือนก็อดหยุดกวาดสายตาดูภูเขาที่โอบล้อมจังหวัด “โอคายาม่า” แบบไม่มีช่องว่างเว้นไม่ได้ เพราะการถูกปกป้องด้วยธรรมชาติแบบนี้เลยทำให้ที่นี่มีอากาศ น้ำ ดิน อุดมสมบูรณ์จนขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแจ่มใสของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราเองก็สัมผัสได้จากอากาศที่ปลอดโปร่งและวิถีชีวิตผู้คนนิยมเดินทางด้วยจักรยานสูดอากาศดีๆ กันเป็นกิจวัตร เราเดินทางมาที่นี่ด้วยรถไฟชินคันเซ็นจากโอซาก้าประมาณ 50 นาที บรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากจังหวัดยอดนิยมมาสู่จังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในแพลนของนักท่องเที่ยวส่วนมากเท่าไหร่นัก เป็นเสน่ห์ให้ต้องรีบค้นหามีความอยากรู้อยากเห็นในการเดินทางเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สิ่งแรกที่น่าประทับใจคือทางการท่องเที่ยวของโอคายาม่าเตรียมความพร้อมและใส่่ใจนักท่องเที่ยวอย่างดี มีเจ้าหน้าที่แนะนำอย่างละเอียดและมีเอกสารการเดินทางเป็นภาษาไทยและอื่นๆ ให้พร้อม เป็นแรกสัมผัสความอบอุ่นที่ได้รับและพร้อมเดินทางต่อด้วยความมั่นใจในมิตรไมตรี
 
 
บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’
 
 
        โอคายาม่า ตั้งอยู่ทางภาคใต้ติดกับทะเลเซโตะ นับเป็นศูนย์กลางในการท่องเที่ยว และคมนาคมในจังหวัดใกล้เคียงอย่าง ฮิโรชิม่า, โทตโตริ และ เฮียวโงะ อันเป็นที่ตั้งของปราสาทฮิเมจิ บรรยากาศไม่ได้พลุ่งพล่านด้วยคลื่นมนุษย์มากนัก มีอากาศอบอุ่นและมีฝนตกเล็กน้อยในช่วงเปลี่ยนฤดู ซึ่งวันที่ไปนั้นเป็นวันที่อากาศดีมีฟ้าแจ่มใส เราจึงเลือกเดินทางไปที่สวนโอคายาม่าโคราคุเอ็น และชมปราสาทโอคายาม่าเป็นอันดับแรก ส่วนของสวนนั้นเป็น 1 ใน 3 ของสวนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี ค.ศ.1687 ต้นกำเนิดมาจากเจ้านาย หรือผู้ปกครองเมืองสมัยก่อนต้องการเห็นทัศนียภาพสวยๆ เมื่อมองออกมานอกปราสาททุกฤดู น่าสนใจที่ความสวยในสายตาเจ้าเมืองนั้นนั้นไม่ได้อยู่ที่แมกไม้สีสวยอย่างเดียว ภาพการทำเกษตรกรรมอุดมสมบูรณ์ก็นับเป็นวิวสวยที่เจ้านายอยากเห็นจึงจัดสวน และแบ่งพื้นที่ปลูกข้าวกับใบชารอบๆ ปราสาทด้วย การเดินในนี้ต้องใช้เวลประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ถึงจะเดินได้รอบ พื้นที่ประมาณ 133,000 ตารางเมตร เก็บภาพความสวยงามได้ทุกมุม ปลายทางคือร้านชาเล็กๆ ที่เสิร์ฟพร้อมขนมคิบิดังโงะ หรือขนมของโมโมทาโร่ ตัวการ์ตูนจากนิทานญี่ปุ่นโบราณซึ่งมีต้นกำเนิดจากจังหวัดโอคายาม่านั้นเอง
 
 
บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’
 
 
        หลังจากจิบชาชมวิวสวยก็เดินไปที่ปราสาทโอคายาม่า  สร้างในปี ค.ศ. 1597 โดยเจ้านายชื่อ Hideie Ukita และเปลี่ยนการปกครองปราสาทมาถึง 15 ยุค ภายในจัดเหมือนพิพิธภัณฑ์ย่อมๆ มีกิจกรรมแต่งชุดกิโมโน และปั้นจานดินเผายังรวมสิ่งของโบราณจากเจ้านายสมัยก่อนที่ยังหลงเหลือมาให้ชม โดยชั้นที่ 6 ของปราสาทเป็นด้านบนสุดที่มองเห็นเมืองโอคายาม่าได้โดยรอบ มีสัตว์ในตำนานอย่าง “ชะชิโฮะโกะ” หัวเป็นเสือหางเป็นลา อยู่ที่มุมหลังคาทุกมุมเป็นเครื่องรางป้องกันอัคคีภัย เชื่อว่าเสือจะเป็นตัวคุ้มกันภัยส่วนหางปลาจะทำหน้าที่พ่นน้ำดับความร้อนได้นั้นเอง ความจริงแล้วปราสาทหลังเดิมถูกโจมตีจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกสร้างใหม่ทั้งหมดในปี ค.ศ. 1966 แต่บรรยากาศนั้นไม่เปลี่ยนยังคงสร้างให้เหมือนของจริงมากที่สุด ส่วนฐานปราสาทเก่านั้นถูกรักษาไว้ด้านล่างสามารถเข้าชมได้เช่นกัน
 
 
บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’
 
 
        ออกจากปราสาทในช่วงเย็นเราได้เห็นนักเรียนแต่งตัวเรียบร้อยน่ารักยิ้มเก่ง ปั่นจักรยานกันเกือบทุกคนเหมือนในภาพยนตร์รักวัยรุ่นของญี่ปุ่นในสมัยก่อนไม่มีผิด ด้วยใจกลางเมืองมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ ไม่แปลกถ้าตอนชั่วโมงเร่งด่วนเรากลับเห็นนักเรียนนักศึกษาวัยร่าเริงมากกว่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังเคร่งเครียด เข้าสู่เวลาช็อปปิ้งมาถึงที่โอคายาม่าอย่าลืมซื้อองุ่นหวานมัซซึกัทมาลิ้มลองเพราะการันตีว่าปลูกในเมืองที่ดิน น้ำ อากาศดีจึงหวานอร่อยสุดในญี่ปุ่นแล้ว ส่วนคอแฟชั่นไม่ควรพลาดยีนพื้นเมือง เบตตี้ สมิท ในโคจิม่า เนื้อผ้านุ่มสบายถือเป็นแบรนด์ต้นๆ ของเสื้อผ้ายีนในญี่ปุ่นทีเดียว
 
 
บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’
 
 
        วันถัดมาเราเริ่มวันช่วงเช้ารีบไปที่ศาลเจ้าคิบิทซึจิงจะ จุดเด่นอยู่ที่โบสภ์เก่าที่ถูดขึ้นเป็นมรดกชาติ ระเบียงทางเดินไม้ที่ยาวกว่า 398 เมตร รอบข้างเป็นสวนสวยให้มองสบายตา ไฮไลท์คือพิธีทางศาสนา นาริคามะ ชินจิ เป็นพิธีการขอพร โดยมีเรื่องเล่าว่า มียักษ์ชื่อ อุระ คอยอาละวาดรังแกคนในหมู่บ้าน จนในที่สุด คิบิทซึมิโกะ ผู้เป็นนักรบเก่งกาจจึงอาสามาปราบยักษ์อุระ ทั้งสองต่อสู้กันจนนกรบตัดคอยักษ์ได้สำเร็จแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรยักษ์ก็ยังไม่ตาย ร้องครวญครางอยู่หลายวัน นักรบจึงนำหัวยักษ์มาฝังที่ใต้ศาลเจ้าแห่งนี้ หลายปีผ่านในที่สุดเจ้ายักษ์ก็กลับใจมาเข้าฝันนักรบว่าจะกลับตัวบำเพ็ญประโยชน์โดยจะช่วยทำนายให้คนที่มาขอพรมาจะสมปราถนาหรือไม่ หลังจากนั้นเมื่อมีการทำพิธีขอพร มิโกะประจำศาสเจ้าจะเริ่มหุงข้าวทำพิธี ระหว่างนั้นถ้าใครได้ยินเสียงอื้อออกมาจากใต้พื้นศาลจะแสดงว่าสิ่งที่ขอไว้จะเป็นเรื่องจริง บางคนที่ไปนั้นได้ยินชัดเจนแค่คนที่นั่งข้างกันนนั้นกลับไม่ได้ยินเลยก็มีเป็นปริศนาให้ครุ่นคิด
 
 
บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’
 
 
        ช่วงเที่ยงวันเรามาแวะพักเท้ากันที่ โยโนโก ในเมืองมิมาซากะ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีโรงแรงเรียวกังหรู คิฟู โน๊ะ ซาโตะ ไว้แวะมาแช่ออนเช็นได้ระหว่างวัน จากนั้นสามารถเดินที่ยวรอบๆ หมู่บ้านได้ เห็นเงียบๆ แต่มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ทั้งพิพิธภัณฑ์รถไฟของเล่น ใครชอบของเล่นเก่าต้องเข้ามารับรองมีหลงกันอยู่นาน ถัดมาเป็นลานแช่เท้ากลางหมู่บ้านที่จะมีชาวบ้านมาร่วมพูดคุยทักทายนักท่องเที่ยวด้วยความเป็นมิตร มี พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ที่สะสมตั้งแต่เป็นตู้เปิดแผ่นเสียงขนาดใหญ่ จนถึงกล่องดนตรีในรูปแบบตุ๊กตาเสมือนจริงเราใช้เวลาที่นี่พอสมควรเนื่องจากกำลังทึ่งการประดิษฐ์ของคนสมัยก่อนที่ทำให้ระบบแมนนวลไร้ไฟฟ้า กลับมีชีวิตขึ้นมาได้อย่างมีชีวิตชีวา
 
 
บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’
 
 
        ถัดจากเสน่ห์เมืองน่ารักมาถึงเสน่ห์เมืองเก่าจริงใน คุราชิกิ เขตบิคัง ผสมผสานบรรยากาศเมืองสมัยเอโดะ และเมืองแบบตะวันออกได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ เดินไปตามทางแม่น้ำคุราชิกิ จะเจอต้นไม้สวย บางส่วนเป็นสถาปัตยกรรมสีขาวร่วมสมัย เดินลึกไปหน่อยเป็นบ้านเมืองเก่าดั้งเดิมบ้างเปิดเป็นร้านค้า บ้างเปิดเป็นพิธิภัณฑ์ให้ชมความเป็นอยู่ ถ่ายรูปได้สวยทุกพื้นที่จนเป็นแหล่งถ่ายพรีเวดดิ้งอันดับต้นๆ นอกจากนี้มีพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ ที่ออกแนวร่่วมสมัยผสมการทำเสนอแบบ 3-4 มิติ ให้ผู้ชมได้สนุนสนานมากว่าการจ้องมอง ท่องจำได้เสียงหัวเราะออกมาทุกคน เราอยู่ที่นี้ได้จนเย็นย่ำก็รีบไปจบทริบที่สะพานเซโตะไนโอฮาชิ เชื่อมระหว่างจังหวัดโอคายาม่าและคากาว่า ระยะทางทั้งหมด 13.1 กิโลเมตร ถ้าอยากเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ ก็ต้องขึ้นไปบนจุดชมวิวที่เห็นสะพานทอดยาวได้สุดตา และแนวภูเขาที่โอล้อมเมืองอยู่บวกอากาศดีๆ ด้วยแล้วเป็นวิวโรแมนติกปิดท้ายวันได้อย่างน่าอิ่มเอมใจ
 
 
บรรยากาศพาไป...ใน‘โอคายาม่า’