
'มีชัย'รับทาบ'บวรศักดิ์'ที่ปรึกษากรธ.
07 ต.ค. 2558
'มีชัย' รับทาบ 'บวรศักดิ์' เป็นที่ปรึกษา กรธ. ขอสื่ออย่าวิจารณ์การกลับมา ส่งเทียบเชิญ 'เจษฎ์' ร่วมคณะปรึกษา เหตุต้องการความรู้ ไม่หวั่นแม้จะความเห็นต่าง
7 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 13.30 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการทาบทามบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา กรธ.ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง การอำนวยความสะดวกในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยยอมรับว่าได้ทาบทามนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฐานะอดีตเลขานุการกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว แต่จากการสนทนา นายบวรศักดิ์ จะไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว เพราะเคยร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่เห็นชอบมาแล้ว แต่การพูดคุยได้ระบุไปว่าเชิญนายบวรศักดิ์ ฐานะที่เป็นเลขานุการ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 แต่นายบวรศักดิ์ยังรีรอที่จะให้คำตอบ เพราะกังวลว่าสื่อมวลชนจะวิพากษ์วิจารณ์ แต่หากสื่อมวลชนสัญญาว่าจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ ตนจะไปพูดคุยกับนายบวรศักดิ์อีกครั้ง เพราะตนมองว่า หากนายบวรศักดิ์ตอบรับจะทำให้การร่างรัฐธรรมนูญรอบปัจจุบันเกิดประโยชน์ ส่วนจำนวนของที่ปรึกษานั้นยังไม่ได้กำหนดว่าจะตั้งครบ 9 คนหรือไม่ เพราะต้องรอหารือต่อที่ประชุม กรธ.อีกครั้ง เบื้องต้น อาจมีจำนวนไม่ครบตามที่ระบุก็ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่นายมีชัยให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าว ได้กล่าวทีเล่นทีจริงว่า สื่อมวลชนจะสัญญาหรือไม่ว่าจะไม่ไปว่าท่าน หากสัญญาแล้วมีใครไปวิจารณ์ ตนจะจับเขกหัว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับบุคคลที่จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษานั้น นายมีชัย ได้มอบหมายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการทาบทามบุคคลที่เหมาะสม โดยบุคคลที่นายมีชัยระบุความต้องการจะให้มาทำหน้าที่ คือ นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แม้ว่านายเจษฎ์จะเคยดำรงตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่ผ่านมา แต่สิ่งที่นายมีชัยต้องการในแนวทางปรึกษา คือ ความเห็นทางวิชาการและหลักการภาพรวม ซึ่งอาจเป็นความคิดเห็นที่แตกต่างก็ตาม นอกจากนั้นยังมีชื่อของ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) ฐานะอดีตที่ปรึกษาและโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ชื่อของ พล.อ.เลิศรัตน์ ยังไม่เป็นที่ตอบรับของที่ประชุม กรธ.
วอนทุกภาคส่วนส่งความเห็น
นายมีชัย ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการวางกรอบพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า จากการหารือได้นำเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านๆ มาพิจารณา รวมถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 ที่นักวิชาการมองว่ามีความเป็นประชาธิปไตยที่สุด ขณะเดียวกันยังได้นำกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 35 ทั้ง 10 ประเด็นมาพิจารณาด้วย ส่วนการเขียนรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา หรือตามประเด็นนั้น จะตั้งคณะทำงานเพื่อเขียนเนื้อหาอีกครั้ง
นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับเนื้อหาสำคัญตามเนื้อหาที่กำหนดให้เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นมีความยาก โดยเฉพาะการทำการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย แต่ในที่ประชุม กรธ.ได้เสนอความเห็นมีแนวทาง คือ คำนึงถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนไทย ไม่ใช่ลอกรัฐธรรมนูญฉบับต่างชาติมาเขียนหรือบังคับใช้ เพราะสภาพสังคมไทยนั้นไม่เหมือนกับต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ตนอยากขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ ด้วย โดยไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องของ กรธ. ที่มีเพียง 21 คนเท่านั้น ขณะที่แนวทางการป้องกันการทุจริตในวงการภาครัฐนั้น ยอมรับว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เขียนมานั้นยังไม่ดีพอ แต่จะทำกลไกให้มีประสิทธิภาพอย่างไรนั้น ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมแสดงความเห็นเพื่อกำหนดเป็นมาตรการที่บังคับใช้ได้จริง
"การทำการปกครองให้เหมาะกับสภาพสังคมไทยนั้น ผมยอมรับว่ายาก แต่ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน เพราะรอบนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมและทำรัฐธรรมนูญให้เป็นของทุกคน แต่หากถามผมเรื่องนี้ ก็ยังคิดไม่ออก เมื่อคืนก็คิดก็ยังคิดไม่ออก"
กรธ.ไม่ตัดสิทธิ-เสรีภาพปชช.ร่างรธน.ฉบับปฏิรูป
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลการประชุมกรธ. ครั้งที่ 2 ว่านายมีชัยระบุว่าจะไม่ตัดเนื้อหาและบทบัญญัติที่ว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ที่เขียนโดยอดีตคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นอดีตประธาน กมธ.ฯ แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากอดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ตาม ทั้งนี้เห็นว่าในเนื้อหาดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความเห็นของประชาชนมาจากทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตามในแนวทางเขียนเนื้อหานั้นยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ หากประชาชนเห็นว่าควรเพิ่มเติมประเด็นใดขอให้ส่งความเห็นมายังฝ่ายเลขานุการกรธ. ส่วนในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญในหมวดหรือส่วนต่างๆ นั้น ที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 2 ชุด ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ และ 2.คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร เพื่อศึกษาข้อดี ข้อเสียและทางเลือกต่าง ๆ ของแต่ละรูปแบบ รวมถึงระบบการเมืองในต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยให้มากที่สุด ทั้งนี้ได้ให้เวลาคณะอนุกรรมการฯ ศึกษารายละเอียด จำนวน 1 เดือน จากนั้นจะนำมาหารือในที่ประชุมอีกครั้ง ขณะที่การเขียนบทบัญญัติเป็นรายมาตรานั้น ยอมรับว่าต้องใช้ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการเขียนรายละเอียดให้เป็นตัวกฎหมาย
นายอมร กล่าวด้วยว่าที่ประชุมยังมีมติตั้งอนุกรรมการผลิตสื่อดิจิตอล เพื่อเผยแพร่รายละเอียด ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ และสื่อสารไปยังคนรุ่นใหม่และคนทุกกลุ่มในสังคม เบื้องต้นอนุกรรมการดังกล่าวจะเป็นบุคคลภายนอกที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับกรอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้นำส่วนที่ดีของร่างรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญฉบับที่บังคับใช้ก่อนหน้านี้ มาพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และพิจารณาประเด็นปัญหาต่าง ๆ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข อาทิ แนวทางการขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น เบื้องต้นจะเชิญคณะกรรมการขององค์กรอิสระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมารับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลการประชุมกรธ. ครั้งที่ 2 ว่านายมีชัยระบุว่าจะไม่ตัดเนื้อหาและบทบัญญัติที่ว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ที่เขียนโดยอดีตคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นอดีตประธาน กมธ.ฯ แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากอดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ตาม ทั้งนี้เห็นว่าในเนื้อหาดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความเห็นของประชาชนมาจากทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตามในแนวทางเขียนเนื้อหานั้นยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ หากประชาชนเห็นว่าควรเพิ่มเติมประเด็นใดขอให้ส่งความเห็นมายังฝ่ายเลขานุการกรธ. ส่วนในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญในหมวดหรือส่วนต่างๆ นั้น ที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 2 ชุด ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ และ 2.คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร เพื่อศึกษาข้อดี ข้อเสียและทางเลือกต่าง ๆ ของแต่ละรูปแบบ รวมถึงระบบการเมืองในต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยให้มากที่สุด ทั้งนี้ได้ให้เวลาคณะอนุกรรมการฯ ศึกษารายละเอียด จำนวน 1 เดือน จากนั้นจะนำมาหารือในที่ประชุมอีกครั้ง ขณะที่การเขียนบทบัญญัติเป็นรายมาตรานั้น ยอมรับว่าต้องใช้ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการเขียนรายละเอียดให้เป็นตัวกฎหมาย
นายอมร กล่าวด้วยว่าที่ประชุมยังมีมติตั้งอนุกรรมการผลิตสื่อดิจิตอล เพื่อเผยแพร่รายละเอียด ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ และสื่อสารไปยังคนรุ่นใหม่และคนทุกกลุ่มในสังคม เบื้องต้นอนุกรรมการดังกล่าวจะเป็นบุคคลภายนอกที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับกรอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้นำส่วนที่ดีของร่างรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญฉบับที่บังคับใช้ก่อนหน้านี้ มาพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และพิจารณาประเด็นปัญหาต่าง ๆ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข อาทิ แนวทางการขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น เบื้องต้นจะเชิญคณะกรรมการขององค์กรอิสระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมารับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
‘เลิศรัตน์’ อุบชื่อปธ.กรธ. ในดวงใจ
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกประธาน สปท. ว่า คุณสมบัติของคนที่จะเป็นประธานจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ผ่านงานด้านสภามาก่อน มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ถ้าเป็นเช่นนี้ได้ก็จะมีคุณสมบัติครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งส่วนตัวมีรายชื่อของบุคคลที่จะเป็นประธานแล้ว 2-3 คนในใจ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในตอนนี้ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็มีคุณสมบัติดังกล่าว
จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมารป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สมาชิก สปท.มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นประธานนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถวิจารณ์เป็นรายบุคคลได้ เพราะว่าคนที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการเป็นประธานนั้นก็มีหลายบุคคล ไม่ได้มีคนเดียว แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูเพื่อนสมาชิก สปท. อีก 200 คน ว่าจะมีความเห็นเช่นไร ซึ่งมีอย่างน้อยๆ 5-10 คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกประธาน สปท. ว่า คุณสมบัติของคนที่จะเป็นประธานจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ผ่านงานด้านสภามาก่อน มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ถ้าเป็นเช่นนี้ได้ก็จะมีคุณสมบัติครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งส่วนตัวมีรายชื่อของบุคคลที่จะเป็นประธานแล้ว 2-3 คนในใจ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในตอนนี้ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็มีคุณสมบัติดังกล่าว
จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมารป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สมาชิก สปท.มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นประธานนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถวิจารณ์เป็นรายบุคคลได้ เพราะว่าคนที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการเป็นประธานนั้นก็มีหลายบุคคล ไม่ได้มีคนเดียว แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูเพื่อนสมาชิก สปท. อีก 200 คน ว่าจะมีความเห็นเช่นไร ซึ่งมีอย่างน้อยๆ 5-10 คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม



