
'ปานเทพ'พร้อมนั่งปธ.สปท.
07 ต.ค. 2558
'จิระ' ปฏิเสธตำแหน่งประธาน ชู 'ยุทธศักดิ์' เหมาะสมมากกว่า 'ปานเทพ' ลั่น พร้อมนำ สปท.
7 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 11.40 ที่รัฐสภา พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่เสนอให้ตนเป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก่อนหน้านั้น รวมถึงกระแสข่าวที่ตนจะได้เป็นประธาน สปท. ว่า ตนไม่มีความสามารถพอที่จะรับตำแหน่งประธาน กรธ. กระแสข่าวที่ออกไปเป็นการบิดเบือน ซึ่งตนไม่ได้โปรโมทตัวเอง ส่วนตำแหน่งประธาน สปท. นั้น เห็นว่าหลายท่านมีความเหมาะสมมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา , นายชัย ชิดชอบ , นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ และนายวิรัช ชินวินิจกุล โดยเรื่องนี้ขอปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ประธานจำเป็นจะต้องเป็นทหารหรือไม่ พล.อ.จิระ กล่าวว่า ไม่ว่าจะพลเรือนหรือทหารเป็นได้หมด ไม่มีข้อกำหนดใดๆ มาระบุเลยว่าจะต้องเป็นทหาร เมื่อถามย้ำเรื่องประธาน สปท. พล.อ.จิระ กล่าวว่า เอาคนอื่นก่อนดีกว่า ตนยังไม่พร้อมที่จะเป็น ถ้าเป็น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ซึ่งตนเคารพรักมาก และคร่ำหวอดในวงการเมืองมามากกว่า น่าจะเหมาะสม ซึ่งไม่ทราบเลยว่าทำไมกระแสข่าวถึงออกมาเป็นชื่อตน
'ปานเทพ' พร้อมนั่งเก้าอี้ประธาน
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายงานตัวถึงกรณีที่มีชื่อเป็นประธาน สปท. ว่า ส่วนตัวรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก และมีความพร้อมที่จะเป็นประธาน สปท. โดยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ยังไม่มีการทาบทาม มีแต่สื่อที่มาทาบทามตน ซึ่งขณะนี้ตนกำลังจะหมดหน้าที่จากตำแหน่งประธาน ป.ป.ช. และอยู่ระหว่างการสรรหาใหม่ ทั้งนี้ ทราบว่า สปท.จะมีการประชุมนัดแรกวันที่ 13 ต.ค.นี้ และจะมีการโหวตประธาน ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการ
นายปานเทพ กล่าวว่า ในส่วนการทำงานของ สปท.คงเน้นหนักเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งรับช่วงต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มี 11 ด้าน แต่จะทำทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้ เพราะ สปท.มีเวลาไม่มาก ต้องทำเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นรากฐานของปัญหาทั้งหมด ทั้งนี้ การทำงานต้องประสานกับทุกฝ่าย รวมทั้งต้องประสานกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลรับพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศจาก สปช.ไปแล้ว ส่วนเรื่องการปรองดองเป็นเรื่องที่อยู่ในการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านอยู่แล้ว รวมถึงการนิรโทษกรรม ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก



