ข่าว

ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากมีผล22 ก.ค.62ล้านบัญชีได้อานิสงส์ไม่เกิน2หมื่นบาท

ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากมีผล22 ก.ค.62ล้านบัญชีได้อานิสงส์ไม่เกิน2หมื่นบาท

23 ก.ค. 2552

คลังออกประกาศกรมสรรพากรยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่าย จากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่ไม่เกินปีละ 2 หมื่นบาท มีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ระบุครอบคลุมผู้ฝากเงินถึง 62 ล้านบัญชี รัฐยอดสูญรายได้ปีละ 300-400 ล้านบาท

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกรมสรรพากรยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ รายบัญชีที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกินปีละ 2 หมื่นบาท ทุกธนาคารทั่วประเทศโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจะครอบคลุมเงินฝากออมทรัพย์ 62 ล้านบัญชี รวมเม็ดเงินกว่า 1.5 ล้านล้านบาท โดยหากผู้ฝากเงินมีหลายบัญชีและมีรายได้ดอกเบี้ยรวมกันเกิน 2 หมื่นบาท มีหน้าที่ต้องแจ้งธนาคารให้หักภาษี ณ ที่จ่าย รายเดือนหรือจะรวมยอดทั้งปีเพื่อยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาช่วงสิ้นปีก็ได้

 “เกณฑ์ดังกล่าวเป็นสิทธิประโยชน์เดิมที่รัฐบาลให้แก่ผู้ฝากเงินออมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2538 แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากธนาคารมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อมีการจ่ายดอกเบี้ยเพราะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครบ้างที่ขอคืนภาษี ซึ่งในแต่ละปีกรมสรรพากรจะมีรายได้จากส่วนนี้ประมาณ 300-400 ล้านบาท หากยกเว้นภาษีถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำและน่าจะบรรเทาปัญหาผู้ที่อาศัยรายได้จากดอกเบี้ยได้มากกว่า” นายกรณ์กล่าว

 ส่วนกรณีที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ยกเว้นภาษีรายได้ดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ไม่เกิน 1 แสนบาทว่า ขณะนี้ไม่มีความจำเป็น เนื่องจากการแก้ไขประกาศสรรพากรที่ยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่าย บัญชีออมทรัพย์ ที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 2 หมื่นบาทนั้นมีผลกว้างกว่า ครอบคลุมบัญชีออมทรัพย์ถึง 62 ล้านบัญชี จากจำนวนบัญชีออมทรัพย์ทั้งหมด 63 ล้านบัญชี  เพราะหากประเมินจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่ปัจจุบัน 1% กรณีของบัญชีที่ไม่เข้าข่ายยกเว้น จะต้องมีเงินฝากสูงถึง 4 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อย