
กู้เรือภัทรมารีน5ได้แล้ว!เร่งค้นหาผู้สูญหาย
06 ต.ค. 2558
เจ้าหน้าที่กู้เรือภัทรมารีน 5 ที่อับปางได้แล้ว เร่งค้นหา 4 ลูกเรือที่สูญหาย
จากกรณี เรือภัทรมารีน5 ที่ถูกคลื่นลมซัดจมเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ลูกเรือจำนวน 4 คน สูญหายไปกับกระแสน้ำ ที่บริเวณปากอ่าวจังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากชายฝั่งประมาณ 8 ไมล์ทะเล จนถึงวันนี้เวลาล่วงเลยมาเป็นวันที่ 16 หลังจากที่เกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ญาติผู้สูญหายยังคงพอมีความหวังว่าลูกหลานอาจรอดชีวิต แต่มาถึงวันนี้ญาติเริ่มหมดหวังขอเพียงกระดูกกลับไปบำเพ็ญกุศล วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกู้ซากเรือ เชื่อว่าผู้สูญหายทั้งหมดยังติดอยู่ในซากเรือ
ความคืบหน้าล่าสุด ในวันนี้ (6 ตุลาคม 2558) นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมคณะ เจ้าของบริษัทเรือภัทรมารีน สปอร์ต และตัวแทนบริษัทประกัน ได้เดินทางมาสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สมุทรปราการ เพื่อลงเรือตรวจการณ์ เดินทางไปยังจุดที่เรือภัทรมารีน5 จมอยู่ใต้ทะเลในร่องน้ำปากอ่าวสมุทรปราการ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการกู้เรือภัทรมารีน5 ขึ้นสู่ผิวน้ำในวันนี้ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาโปรยปราย โดยมีผู้สื่อข่าวหลายแขนง ลงเรือติดตามไปบันทึกภาพทำข่าวการกู้เรือภัทรมารีน5 ในครั้งนี้
หลังจากที่นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เดินทางไปถึงจุดที่เรือภัทรมารีน5 จม บริเวณร่องน้ำ ปากอ่าวสมุทรปราการ เรือกู้ซากเรือใต้น้ำและคนงานของบริษัทAZอันเดอร์วอเตอร์เวิร์ก ได้ทำการอัดอากาศเข้าที่บริเวณถังอับเฉาและแท่งพอนทูลด้านหัวเรือ ทำให้หัวเรือของเรือภัทรมารีน5 ที่จมอยู่ใต้น้ำลอยโผล่พ้นน้ำขึ้นมา พร้อมทั้งใช้เรือเครนขนาด 200 ตัน ยกพยุงหัวเรือเอาไว้ ก่อนที่จะทำการอัดอากาศเข้าในถังอับเฉาด้านท้ายเรือและแท่งพอนทูล ที่ติดตั้งเอาไว้ทางด้านกาบเรือซ้ายและขวาเพื่อให้ท้ายเรือลอยขึ้นพ้นผิวน้ำ ก่อนที่จะใช้เรือทักจำนวน 3 ลำทำการลากจูงเรือภัทรมารีน5 เข้าฝั่ง
ขณะเดียวกันยังมีเรือทักจำนวน 2 ลำที่คอยแล่นประกบซ้ายและขวาของเรือภัทรมารีน 5 เพื่อเป็นการป้องกันและสังเกตการณ์การลากจูงของเรือทั้งหมด ส่วนทางด้านเรือตรวจการณ์ของเจ้าท่าภูมิภาคสมุทรปราการ ได้แล่นนำขบวนเรือจำนวน 1 ลำ และแล่นปิดท้ายจำนวน 1 ลำเพื่อส่งสัญญาณไม่ให้เรือบรรทุกสิ้นค้าแล่นฝ่าขบวนเรือลากจูงดังกล่าว ซึ่งในการลากจูงเรือลำดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง เพื่อนำเข้ามาจอดที่ท่าเทียบเรือปราการที่อยู่บริเวณท้ายซอยเทศบาลบางปู 80 ซึ่งมีสะพานยื่นออกมาในทะเล ซึ่งในจุดดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูมาคอยเข้าค้นหาร่างผู้สูญหายภายในเรืออีกครั้ง



