
พล.อ.อ.อนาวิลเข้ารายงานตัวสปท.คนแรก
06 ต.ค. 2558
พล.อ.อ.อนาวิล เข้ารายงานตัวสปท.เป็นคนแรก ด้าน อมร ขอตำแหน่งโฆษก กรธ. ระบุว่าน่าจะช่วยงานได้มากกว่าเป็นสมาชิกปกติ
6 ต.ค.58 เมื่อเวลา 07.45 น. ที่อาคารรัฐสภา พล.อ.อ.อนาวิล ภิรมย์รัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางเข้ามารายงานตัวสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นคนแรก ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ในขณะที่ นายกลินท์ สาระสิน กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้ารายงานตัวลำดับที่สอง โดยกล่าวถึงความพร้อมเข้ารับหน้าที่สปท.ว่า ยินดีที่จะช่วยประเทศชาติ ส่วนจะมีข้อเสนอแนะต่อการเร่งปฏิรูปหรือไม่นั้น ขอให้มีการหารือกันในสปท.ก่อน
ต่อมาในเวลา 08.30 น. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ หนึ่งในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา พร้อมกับเปิดเผยถึงกรอบการประชุม กรธ. นัดแรกที่จะมีขึ้นในช่วงเวลา 13.30 น. ว่าจะมีการเลือกรองประธานกรธ.อีก 2 ตำแหน่ง ส่วนในเรื่องของเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีความเห็นว่าไม่ควรเป็นความเห็นส่วนตัว จะต้องรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน รวมถึงนำข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมาพิจารณาด้วย
นายอมร กล่าวอีกว่า คาดว่าจะสามารถย่นระยะเวลาในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะช่วงการรณรงค์ก่อนการประชามติ 4 เดือน ส่วนเวลาในพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ 6 เดือนนั้น คงจะใช้เวลาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความรอบคอบ อีกทั้งการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็จะเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ เพื่อจะได้ข้อมูลที่ที่ตรงประเด็นและเป็นประโยชน์ สำหรับพรรคการเมืองก็ต้องมีการรับฟังมาโดยตลอดและให้ความร่วมมือส่งตัวแทนเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น
“อย่างไรก็ตามยังเห็นว่าควรยึดแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แก้ไขเพิ่มเติม และแนวทางของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. 5 ข้อ ที่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของสากล และสอดคล้องวิถีไทย ปรองดอง ไม่ให้เป็นเครื่องมือของนักการเมืองจนเกิดวิกฤต สร้างกลไลที่มีประสิทธิภาพปกป้องผลประโยชน์ประเทศ”
ส่วนตัวต้องการแสดงความจำนงขอเป็นโฆษก กรธ. เพราะน่าจะช่วยงานได้มากกว่าการเป็นกรรมการ เพราะกรรมการนั้นธรรมดา ไม่มีตัวตน
‘อลงกรณ์’ แจง สปท.จะสานต่องาน สปช. ระบุรธน.ใหม่ต้องมีกลไกปฏิรูปต่อ
6 ต.ค.58 เมื่อเวลา 10.30 น.นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวภายหลังการมารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ว่า การเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะสปท. ต่างจากสปช. เพราะสปท.จะดำเนินการผลักดันการปฏิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรมมากกว่า โดยต่อยอดจากพิมพ์เขียวที่สปช.เคยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ส่วนตัวจึงเชื่อว่า สปท.จะทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการปฏิรูป ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกฯที่ ให้โอกาส อดีตสปช.ได้เข้ากลับมาทำหน้าที่ และการที่ให้มีตัวแทนจากกลุ่มหรือพรรคการเมือง จะทำให้ สปท.มาจากทุกภาคส่วนภาคีที่มีความครอบคลุม อีกทั้ง สปท.จะทำงานใกล้ชิดกับแม่น้ำ 5 สาย โดยเฉพาะครม. โดยสปท.จะผลักดันวาระการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า สปท.จะทำงานใกล้ชิดกับครม.แต่ก็จะมีอิสระในการดำเนินงาน ไม่จำเป็นต้องคล้อยตามในสิ่งที่ครม.เสนอ สิ่งที่สปท.คิด ครม.มีสิทธิเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อีกทั้ง สปท.ไม่ได้ทำงานในรูปแบบสภาใหญ่เหมือนสปช.แต่จะเป็นรูปแบบคณะกรรมการหรือกรรมาธิการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีชื่อประธานสปท.ในใจหรือไม่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เพราะทุกคนล้วนมีความเหมาะสม ทั้งนี้คนที่จะมาเป็นประธานจะต้องเป็นผู้มีประสบการ์ มีวิสัยทัศน์ ภาวะความเป็นผู้นำ และสามารถบริหารและดูแลสปท.ให้ทำงานอย่างบรรลุผลได้
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตสปช. เป็นประธานได้หรือไม่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความเห็น เพราะทุกคนสามารถเป็นได้หมด ส่วนทิศทางบทบาทสปท.จะเป็นอย่างไรนั้น เห็นว่าจะต้องรอการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าจะกำหนดไว้อย่างไร แต่เชื่อว่าสปท.จะอยู่ไม่เกินการเลือกตั้ง เพราะหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาตามขั้นตอนปกติ ส่วนกรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกคว่ำไป ระบุให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลังเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเป็นอดีตไปแล้ว แต่ก็อาจมีความเป็นไปได้ เพราะมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้กำหนดไว้ว่า รัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีกลไกในการสร้างการปฏิรูปและปรองดองภายหลังการเลือกตั้ง ส่วนจะมาในรูปแบบคณะกรรมการยูทศาสตร์และการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) หรือไม่ยังตอบไม่ได้
‘วันชัย’ ระบุ สปท.ต้องนำวาะปฏิรูปของ สปช.มาร่วมพิจารณาด้วย
6 ต.ค.58 เวลา 11.00 น. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกว่า การทำงานของสปท.ต่างจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพราะในวันนี้ต้องทำหน้าที่ขับเคลื่อน โดยส่วนตัวอยากให้สปท.นำวาระปฏิรูป37วาระของสปช.ทั้งหมด มาพิจารณาร่วมกัน ซึ่งควรนำเรื่องสำคัญมาดำเนินการต่อให้เสร็จสิ้น โดยต้องทำให้เห็นผลทันทีภายใน1ปี อย่างเรื่องของการเลือกตั้งที่ต้องได้ตัวแทนพรรคการเมืองเป็นคนดีเข้ามาทำหน้าที่ เรื่ององค์กรส่วนท้องถิ่นที่ต้องกระจายอำนาจ การบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นและปฏิรูปตำรวจ ซึ่งที่ผ่านมาสปช.ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และครม.ส่งเรื่องต่างๆต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ ทั้งนี้สปท.เปรียบเสมือนมือของครม.ที่จะต้องมาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีรายชื่อประธาน สปท. ในใจหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า ตนไม่ขอพูดถึงรายบุคคล และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ใคร แต่ส่วนตัวอยากได้ประธานสปท.ที่มีบุคลิกคล้ายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นคนทำงานมุ่งมั่น ทุ่มเท กระตือรือร้น ไม่ใช่มานั่งแค่เป็นประธาน เพราะการขับเคลื่อนการปฏิรูปต้องผลักดันถึงจะสำเร็จ ตัวประธานจึงมีความสำคัญที่จะต้องมีลักษณะดังกล่าว จะเป็นทหารหรือพลเรือนก็ได้แต่ต้องมีคุณสมบัตินี้



