
ผวจ.เตือนปชช.ใช้รถระวังสั่งดูแลเด็กเล็กจากหมอกควัน
06 ต.ค. 2558
ผู้ว่าฯตรังเตือนประชาชนใช้รถใช้ถนนและสั่งโรงเรียนรวมทั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดูนักเรียน เกรงจะได้มีปัญหาสุขภาพจากปัญหาหมอกควัน
วันที่ 6 ตุลาคม 2558 นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวเตือนประชาชน หลังหมอกควันไฟจากประเทศดอินโดนีเซียเข้ามาปกคลุมเต็มพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดตรังว่า จังหวัดตรังเราไม่มีเครื่องมือตรวจวัดค่าฝุ่นละอองในอากาศ แต่ขอให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนจะต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
เนื่องจากทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ดี โดยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ควรจะเปิดไฟฟ้าหน้ารถ ขณะที่ประชาชนที่ออกนอกบ้านก็ควรจะต้องมีการสวมหน้ากากอนามัยที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขจัดเตรียมไว้ตามสถานพยาบาลทุกแห่ง และควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมทั้งการออกกำลังกาย
พร้อมสั่งการให้ผู้บริหารสถานศึกษา โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ดูแลเด็กเล็กเป็นกรณีพิเศษ อย่าให้ออกกลางแจ้ง และต้องเฝ้าระวังดูแลสุขภาพให้เด็กเล็ก ทั้งนี้ ทางจังหวัดตรังจะขอความร่วมมือไปยังสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อวิทยุในพื้นที่ให้ช่วยประชาชนสัมพันธ์ให้ทั่วถึงประชาชน เนื่องจากปัญหาหมอกควันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนได้
ส่วนสถานการณ์ทั่วไปของปัญหาหมอกควันในพื้นที่พบว่า ในภาคเช้าวันนี้ปริมาณควันไฟลดน้อยลงจากเมื่อวาน แต่ในช่วงเย็นอาจจะกลับมาหนาแน่นมากกว่าเดิม เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีฝนตกลงมาแต่อย่างใด
หมอกควันภูเก็ต ยังเกินมาตรฐาน
นางพรศรี สุทธนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันที่พัดปกคลุมหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากได้เกิดไปไฟไหม้ป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่ภาคใต้ตอนบนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันดังกล่าว
สำหรับพื้นที่จังหวัดภูเก็ตพบว่าเช้านี้ (6ต.ค.)สถานการณ์ดีขึ้น หากดูรายชั่วโมงพบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอนลดลงเรื่อยๆ แต่ค่ามาตรฐาน 24 ชั่วโมง เมื่อเวลา 07.00 น.พบว่าสูงเกินมาตรฐานอยู่ที่ 136 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สถานหมอกควันจ.นราธิวาสดีขึ้นหลังฝนตกลงมา
สถานการณ์หมอกควันจากไฟไหม้ป่าบนหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่พัดผ่านและปกคลุมพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยเช้าวันนี้ (6 ต.ค.) มีฝนตกลงมาแพรกระจายปกคลุมทั้ง 13 อำเภอ
ส่งผลทำให้ปริมาณหมอกควันไฟไหม้ป่าที่เคยแพรปกคลุมพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อช่วงเย็นวานนี้อยู่ที่ 89 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และล่าสุดจากการตรวจวัดของสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ
แต่จากการตรวจสอบเวลา 07.00 น. สามารถวัดปริมาณฝุ่นละอองที่บริเวณ ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่าเท่ากับ 73 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีปริมาณฝุ่นละอองลดลงถึง 16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
และจากสถานการณ์หมอกควันไฟไหม้ป่าที่แพรปกคลุมพื้นที่จ.นราธิวาสในครั้งนี้ ยังส่งผลกระทบต่อเรือประมงขนาดเล็กซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรือกอและ ต่างพากันทยอยนำเรือจอดเทียบท่า
พบผู้ป่วยทางเดินหายใจเข้า รพ.ยะลาเพิ่มขึ้น หลังมีปัญหาหมอกควันอินโด
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลยะลาว่า ได้มีบรรดาประชาชนนำผู้สูงอายุ และบุตรหลาน เดินทางมาพบแพทย์กันเป็นจำนวนมาก โดยพบว่าส่วนใหญ่จะมีอาการไอ และแสบคอ บางรายมีอาการไข้ ซึ่งในเบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุมาจากหมอกควันในอากาศ
มีรายงานจากโรงพยาบาลยะลา ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด ประกอบด้วย กลุ่มโรคทางเดินหายใจส่วนบน กลุ่มโรคปอดบวม กลุ่มโรคหลอดลมอักเสบ กลุ่มภูมิแพ้ และกลุ่มหอบหืด เข้าพบแพทย์ รวม 214 คน ซึ่งต่างจากเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่มีผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด เข้าพบแพทย์เพียง 64 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตรวจวัดอากาศยะลา เช้านี้เมื่อเวลา 06.00 น. ได้รายงานปริมาณฝุ่นในอากาศจำนวน 101 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแล้ว โดยมีแนวโน้มคงที่ และลดลง ซึ่งสภาพอากาศเช่นนี้ ยังคงส่งผลกระทบไปยังกลุ่มเด็ก และผู้สูงวัย รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยทางเดินหายใจ ที่ยังคงต้องระมัดระวังสุขภาพ
......................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)



