ข่าว

 ก้าวแรกที่ไม่เพอร์เฟกท์

ก้าวแรกที่ไม่เพอร์เฟกท์

23 ก.ค. 2552

ในที่สุด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียน ก็ได้รับการอนุมัติในหลักการเป็นที่เรียบร้อยแล้วในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ภูเก็ตเมื่อต้นสัปดาห์

ท่ามกลางการเบ้ปากดูถูกว่าเป็นแค่เสือกระดาษที่ ไม่มีเขี้ยวเล็บ อะไรจะไปจัดการกับประเทศสมาชิกที่แหกคอกหรอก

 แต่ดิฉันว่ามีเอาไว้ก็ไม่เสียหลายอะไรนะคะ เหมือนกับที่นายกฯ มาร์คบอกเอาไว้ว่าเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่อาเซียน

 แม้จะเป็นเพียงเขี้ยวปลอมๆ กัดใครเข้าให้คนถูกกัดก็คงได้แค่ คันๆ ขำๆ ไม่ได้รับบาดแผลอะไร
 แต่อย่างน้อยใส่เขี้ยวปลอมเอาไว้ก็สามารถข่มขวัญคนบางคน (ที่ขวัญอ่อนหน่อย) ให้กลัวได้เหมือนกัน

 คุณเดวิด แมธีสัน จากกลุ่มฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เห็นดีเห็นงามด้วย โดยบอกว่า ถึงแม้คนจำนวนมากจะกังขาเรื่องนี้ แต่อาเซียนนั้นอ่อนแอในหลายๆ ด้าน ทางองค์กรจะต้องเริ่มต้น ณ จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งการก่อตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนขึ้นนี้ก็ถือเป็นก้าวแรก แม้จะเป็นก้าวที่ไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม

 การจัดตั้งกลไกด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียนขึ้นมานั้นเป็นแนวคิดที่ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่กลางปี 2536 แล้วค่ะ แต่ไม่คืบหน้าเอาเสียเลย ต้องทั้งผลักทั้งดันกันมานานถึง 16 ปีกว่าจะคลอดออกมาอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้

 หน้าที่หลักของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียนก็คือ คอยสอดส่องดูแลปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรที่ก่อตั้งมา 42 ปีเข้าให้แล้ว

 แต่ถ้าอ่านหลักการโดยละเอียดๆ แล้วจะเห็นว่า เป็นบทบาทในเชิง ส่งเสริม สิทธิมนุษยชนมากกว่า ปกป้อง เพราะคณะกรรมการสิทธิฯ ชุดนี้ไม่มีอำนาจที่จะไปลงโทษสมาชิกที่ละเมิดกฎแต่อย่างใด

 นั่นเป็นไปตามหลักการไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในกันและกันของอาเซียนที่ถูกโจมตียับว่าเป็นการ ปัดความรับผิดชอบที่พึงมี มากกว่า

 แมทธีสันจากฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ บอกต่อว่า คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเทศสมาชิกและกลุ่มสิทธิพลเมืองอื่นๆ แล้วว่าจะช่วยกันผลักดันให้กลไกที่ก่อตั้งขึ้นมาแล้วนี้กลายเป็นเขี้ยวเล็บที่แท้จริงของอาเซียนได้อย่างไร

 ส่วนดิฉันเองนั้นก็แอบหวังว่าอย่างน้อยน่าจะมีความคืบหน้าอะไรออกมาบ้างในอีก 5 ปีข้างหน้า

 เพราะการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียนขึ้นมานี้ มีข้อกำหนดให้มีการทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรเมื่อครบ 5 ปี นับจากวันที่มีผลบังคับใช้ด้วย

 สงสัยคงกลัวว่าตั้งขึ้นมาแล้วจะไม่ไปไหน เลยต้องออกข้อกำหนดนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดช่องให้มีการพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้าต่อไปนั่นเอง

ทัศนีย์ สาลีโภชน์