ข่าว

6ต.ค.กรธ.เริ่มถก!มั่นใจเป็นไปตามกรอบ

6ต.ค.กรธ.เริ่มถก!มั่นใจเป็นไปตามกรอบ

05 ต.ค. 2558

6ต.ค.กรธ.เริ่มถก!มั่นใจเป็นไปตามกรอบ พร้อมลุยยันทำงานด้านปรองดอง เตรียมตั้งอดีตกมธ.ร่างรธน.เป็นที่ปรึกษา 'วรชัย'วอน'มีชัย'ยึดประโยชน์ประเทศ

               6ต.ค.2558 นายอุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวภายหลังจากที่ได้รับการตั้งแต่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ถือเป็นเกียรติที่คสช.เลือกตนให้มาทำงาน เพราะหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญก็ถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญ หลังจากนี้ตนและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่เหลือ จะระดมความคิดว่าจะทำอย่างไร เพื่อที่จะดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายโดยกรธ.ก็จะต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งในปัจจุบัน ตนเห็นว่าประชาชนอยู่ในมุมที่แตกต่างหลากหลาย จึงถือเป็นหน้าที่ของกรธ.จะต้องผสานแนวความคิดของแต่ละฝ่ายเข้าด้วยกัน
 
               นายอุดม กล่าวว่า ตนคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งเป้าหมายว่า กรธ. จะต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 4 เดือน ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิธีการทำงานของประธานและคณะกรรมการคนอื่น ๆ ด้วยว่า คิดอย่างไร ซึ่งในวันที่ 6 ตุลาคม เป็นการประชุมของกรธ.ครั้งแรกโดยจะมีการพูดคุยกันว่า จะมีวิธีการดำเนินงานต่อจากนี้อย่างไร
         
               นายอุดม กล่าวว่า ส่วนที่มีหลายฝ่ายแสดงความเห็นว่า ไม่ควรจะมีเนื้อหาในส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) นั้น ตนเห็นว่า เรื่องการปรองดองถือเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหว ซึ่งมีการพยายามแก้ปัญหาให้คนที่คิดต่างสามารถเข้ามาอยู่ในเวทีเดียวกันได้ แต่ตนไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่แล้ว จะไปตั้งองค์กรในลักษณะดังกล่าว ดังนั้น กรธ.จะต้องหารูปแบบหน่วยงานที่จะทำงานเรื่องการปรองดองซึ่งไม่ใช่ในลักษณะแบบนี้ด้วย


พร้อมลุยงานตั้งอดีตกมธ.ร่างรธน.เป็นที่ปรึกษา                

               นายอภิชาต สุขัคคานนท์ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และได้ประกาศรายชื่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นเบื้องต้น แล้วว่าขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้เกียรติได้เลือกตนเข้าไปทำหน้าที่ กรธ. ทั้งนี้ยอมรับว่าการทาบทามเข้าไปทำหน้าที่นั้นเป็นไปอย่างกระทันหัน โดยมีผู้ใหญ่ได้โทรศัพท์มาระหว่างขับรถ เมื่อได้พูดคุยแล้วได้ตอบตกลงเข้าร่วมทำงาน ส่วนแนวทางการทำงานร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่ได้วางโจทย์ใด ๆ ไว้ ส่วนระบบเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2558 ที่อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ทำไว้นั้น ยังไม่ได้ศึกษาดังนั้นขอไม่ตอบคำถามว่าจะรื้อระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมหรือไม่  อย่างไรก็ตามในส่วนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญคงนำเนื้อหาจากฉบับก่อนๆ มาพิจารณาร่วมด้วย  

               “เมื่อผมได้เข้าไปทำหน้าที่ก็จะพยายามเต็มที่ในส่วนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้  โดยผมจะใช้ความรู้และประสบการณ์จากที่เคยเป็นผู้พิพากษา มากว่า 33 ปี และกกต. กว่า 7 ปี ดังนั้นจะใช้ประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยทำร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนกระแสกดดันทางการเมืองหรือภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมนั้น ผมไม่หนักใจ เพราะเชื่อว่าการทำร่างรัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมและแสดงความเห็นมายังผู้ร่างรัฐธรรมนูญ” นายอภิชาต กล่าว
                        
               ผู้สื่อข่าวถามว่าจะพิจารณาให้อดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาร่วมทำงานด้วยหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ไม่ทราบต้องรอให้ที่ประชุมพิจารณากันก่อน แต่ความเห็นส่วนตัวมองว่าอดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอาจเข้ามาทำงานร่วมกันในฐานะที่ปรึกษาได้ ฐานะที่เป็นผู้ทำร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558  มาก่อน
                   
               นายชาติชาย ณ เชียงใหม่  อาจารย์คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  กล่าวภายหลังได้รับแต่งตั้งให้เป็น กรธ. ถึงแนวทางการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า ต้องนำกรอบเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 , รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550  มาพิจารณาร่วมกับบริบทปัจจุบัน ที่มีความต้องการที่หลากหลาย โดยหัวใจต้องทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีชีวิต ไม่ถูกฉีกได้ง่าย รวมถึงตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยาว นอกจากนั้นต้องยึดหลักประชาธิปไตย เสรีภาพ ความเสมอภาคในการทำงานร่วมกัน รวมถึงการสร้างกลไกภาคประชาชน เอกชน และภาครัฐให้เกิดความสมดุล โดยในส่วนของกลไกภาคประชาชนนั้นต้องปรับปรุงด้านการตรวจสอบของภาคประชาชนให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐนั้นต้องเน้นการตรวจสอบตนเองมากขึ้นกว่าเดิมที่เน้นให้บุคคลภายนอกเข้ามาตรวจสอบ
                 
               “ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2558 มีของดี 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ โดยกลไกของภาคประชาชนมีจำนวนมาก แต่การปรับปรุงนั้นต้องทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นภาพของการทะเลาะ นอกจากในประเด็นของการปฏิรูป เช่น กระบวนการยุติธรรม หรือตำรวจ ต้องวางกลไกให้เกิดการปฏิรูปที่แท้จริง  ส่วนแรงกดดันทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดา การทำร่างรัฐธรรมนูญต้องประสานประโยชน์ คือ นำความจริงของฝ่ายต่าง ๆ มาประมวล นำเสนอ และอธิบาย ผมมองว่าการทำร่างรัฐธรรมนูญคงไม่ทำให้ใครถูกใจ หรือพอใจทั้งหมดได้แต่ต้องสร้างหลักการที่ทำให้ทุกฝ่ายยอมรับและยึดหลักไปด้วยกัน” นายชาติชาย กล่าว
                        
               ส่วนนายอมร วานิชวิวัฒน์ กรธ. กล่าวว่า แปลกใจที่ได้รับเลือกให้เป็น กรธ. ทั้งที่ตนตั้งใจจะเข้าไปทำหน้าที่สานงานด้านปฏิรูปต่อเนื่อง แต่เมื่อได้รับเลือกเข้าไปทำหน้าที่แล้วต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เห็นส่วนดีของตนจึงให้ความไว้วางใจในการทำหน้าที่ อย่างไรก็ตามในแนวทางการทำงานมีสิ่งที่ตนจะเสนอต่อที่ประชุมกรธ. คือ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายต่อการให้ความเห็นร่างรัฐธรรมนูญ
    

ประพันธ์ขอคุยกรอบการทำงานก่อน

               นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่าเพิ่งทราบเช่นเดียวกันว่าได้รับการแต่งตั้ง  ซึ่งการที่นายมีชัย เป็นประธาน กรธ.นั้น นายมีชัยก็เป็นอาจารย์ด้านกฏหมายอยู่แล้ว และเป็นที่ยอมรับในเรื่องความรู้ความสามารถในการทำงาน  หลังจากนี้ก็คงต้องรอประชุมหารือ และพูดคุยกันก่อน ว่าจะมีกรอบในการทำงานอย่างไร

               ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวลหรือไม่เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าถูกคว่ำไป นายประพันธ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ ต้องรอให้มีการประชุมหรือพูดคุยกันก่อน

 

ประวิตรย้ำเลือกมีชัยเพราะเหมาะสม
 
                พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ จะเข้ามาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า เป็นเรื่องที่ดีเพราะตัวนายมีชัยเองก็มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงไม่เลือก และตัวนายมีชัยเองก็เต็มใจที่จะรับหน้าที่นี้ อีกทั้งการที่เลือกนายมีชัย ไม่ได้หมายความว่า คสช. มีตัวเลือกประธาน กรธ. น้อย แต่มาจากการพิจารณาตามความเหมาะสมซึ่งทุกคนเห็นชอบตรงกัน
 
                ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายมีชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในคสช.เป็นประธานกรธ.จะทำให้การร่างรัฐธรรมนูญมีอิสระหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นายมีชัยได้พูดแล้วว่าจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งเป็นคำตอบที่ดี และเชื่อว่าท่านจะดำเนินการตามกรอบของการร่างรัฐธรรมนูญ 
 
                ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีใบสั่งจาก คสช. หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ได้ถามผู้สื่อข่าวกลับว่า แล้ว คสช. จะสั่งอะไรในเรื่องของรัฐธรรมนูญได้ เมื่อผู้สื่อข่าวตอบไปว่าเรื่องของการปรองดองและปฏิรูป พล.อ.ประวิตรก็ตอบกลับว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว ตรงใจกับตน
 
                พล.อ ประวิตร กล่าวอีกว่า นายมีชัยและพล.อ.ประยุทธมีความพยายามดำเนินการไปตามโรดแม็พที่วางเอาไว้ กล่าวคือจะใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญ 6 เดือน และจะใช้เวลาทำประชามติ  4 เดือน 
 
                ต่อข้อข่าวถามถึงความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผ่านประชามติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าผ่านแน่นอน ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ต้องทำ พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับสื่อวลชน ช่วยกันสร้างความรับรู้เรื่องของรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนด้วย นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ ได้กล่าวชัดเจนแล้วว่า จะต้องร่างรัฐธรรมนูฐให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ถ้ามีอะไรที่เป็นบทเฉพาะกาล ก็ว่ากันไปว่าจะให้มีความเหมาะสมอย่างไร
 
                ส่วนในร่างรัฐธรมนูญจะยังคงมี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบไม่สามารถตอบได้ โดยนายมีชัยจะต้องปรึกษาหารือกับกรธ.ต่อไป ว่าจะทำอย่างไรให้มีความเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
    

สนช.พร้อมเป็นฐานสนับสนุนข้อมูลกรธ.

                      
               นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวถึงการประกาศแต่งตั้ง 21 กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีพล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ ตัวแทนจาก สนช.เพียงคนเดียว ว่า ไม่เป็นปัญหา เพียงแค่คนเดียวก็สามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสนช.กับกรธ.ได้ สิ่งสำคัญคือ เราได้คนที่มีความเข้าใจและมีเวลาเข้าไปร่วมร่างรัฐธรรมนูญที่มีกำหนดว่าต้องจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ส่วน สนช. เอง ก็จะช่วยเป็นฐานรวบรวมข้อมูลข้อคิดเห็นที่เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญไปให้ ซึ่งก็จะใช้ทั้งข้อมูลชุดเดิมที่มีอยู่แล้วจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบกับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและโครงการสนช.พบประชาชน
                
               ทั้งนี้กมธ.พิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีกำหนดนัดประชุมเพื่อเตรียมพร้อมการทำงานควบคู่ไปกับกรธ.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งกระบวนการดำเนินการก็จะทำการพิจารณาแล้วสรุปเป็นรายงานการศึกษาให้ที่ประชุมใหญ่สนช.เห็นชอบก่อนจะส่งให้กรธ.พิจารณาเป็นรายประเด็นไป เพราะหากรอสรุปประเด็นทั้งหมดแล้วส่งไปกรธ.ตอนหลังทีเดียว ก็เกรงว่า ข้อเสนอนั้นอาจเป็นหมันได้ ถ้ากรธ.พิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ก็อาจจะทำให้ไปปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของเราไม่ได้
                    
               นายพีระศักดิ์  พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวว่า เชื่อว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน จะร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ต่างไปจาก กมธ.ยกร่างฯ ชุดที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน มากนัก เนื่องจากกรอบการร่างต้องเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 35 และสอดคล้องตามที่พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า อยากให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยสากล และต้องสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยด้วย
                 
               นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันสนช.ก็จะช่วยส่งเสริมการทำงานของกรธ.ด้วยการรับฟังความคิดเห็นส่งไปเป็นข้อมูลข้อเสนอแนะให้กรธ.เพราะครั้งนี้การร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีองค์กรอย่างสภาปฏิรูปแห่งขาติ (สปช. )มาช่วย รับฟังและเสนอความคิดเห็น ส่วนสปท.ทั้ง 200 คน ที่ตั้งขึ้นใหม่จะมีหน้าเฉพาะการปฏิรูปเท่านั้น
        
               “สำหรับ ประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา ที่มีข้อถกเถียงกันมากอย่าง คปป. ส่วนตัวเห็นว่า บางเรื่องที่จะมีเผื่อไว้ใช้สำหรับสถานการณ์พิเศษ ก็ควรจะกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลเท่านั้น เพื่อให้มีกำหนดเวลาบังคับใช้อย่างชัดเจน” นายพีระศักดิ์ กล่าว
       
               ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มญาติวีรชนปี 35 คลางแคลงใจตัวนายมีชัย ประธานกรธ.ในประเด็นการวางเงื่อนไขสืบทอดอำนาจ นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับเนื้อหา ซึ่งขณะนี้เพิ่งได้ตัวกรธ.มาทำหน้าที่ จึงยังไม่เห็นเนื้อหา

            
วรชัยวอนมีชัยยึดประโยชน์ประเทศ

               นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ว่า ที่ผ่านมานายมีชัยได้รับเลือกให้เข้ามาดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญหลายครั้งหลายฉบับ ทั้งในภาวะปกติและภาวะของการยึดอำนาจ เชื่อว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของนายมีชัยย่อมทราบดีว่าควรจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาอย่างไร ทั้งนี้ ขอให้นายมีชัยดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตย เป็นที่ยอมรับทั้งจากในประเทศและนานาชาติ ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง อย่าทำแค่รับใช้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น

               และขอให้นายมีชัยมีจุดยืน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นฉบับภาคบังคับ หากประชาชนไม่ยอมรับประเทศจะเสียหายใหญ่หลวงที่สำคัญ นายมีชัยไม่ควรสานต่อร่างรัฐธรรมนูญปี 2558 ที่เป็นปัญหาก่อนหน้านี้ เพราะมีลักษณะรวบอำนาจ หวังให้ผู้มีอำนาจสืบทอดอำนาจต่อ ขอให้เห็นกับประชาชนและประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ดีควรเปิดเวทีให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ เพื่อจะได้รวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดมาปรับใช้กับร่างรัฐธรรมนูญ และขอให้นายมีชัยยึดหลักการทำรัฐธรรมนูญบนพื้นฐานที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด หากทำดีคนก็เคารพนับถือ หากทำเสียก็จะกลายเป็นตราบาปในหัวใจของประชาชนไปตลอด


ทูตฝรั่งเศสเชิญประยุทธ์เข้าร่วมสภาพภูมิอากาศ

               นายตีแยรี วีโต เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ได้เยี่ยมคารวะนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยนายวีระศักดิ์ ได้แสดงความขอบคุณเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสฯ ในความร่วมมือที่ผ่านมา และยินดีที่เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสฯ จะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือกจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

               ด้าน เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่ให้ความร่วมมือที่ดีตลอดมา พร้อมกับยืนยันว่า ฝรั่งเศสจะให้ความสำคัญกับไทย ในฐานะหุ้นส่วนหลัก (major partner) และยินดีที่จะมีคณะผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ และเอกชนไทยประมาณ 20 บริษัทจะไปเยือนฝรั่งเศสในเดือนตุลาคม 2558  ภายใต้กรอบการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศส (High Level Economic Dialogue Meeting – HLED)

               นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับการกระชับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว รูปแบบการปกครองท้องถิ่น การศึกษา พลังงานนิวเคลียร์ 

               นอกจากนี้ ยังเชิญพล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (COP21) ซึ่งฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับผู้นำระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2558 โดยจะเชิญผู้นำจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมการประชุมนี้ด้วย


รมว.ต่างประเทศระบุยังไม่มีปฏิกิริยาซิงเกิล เกตเวย์

               นายดอน ปรมัตถ์วินัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกรณีที่รัฐบาลทำการศึกษาข้อดีข้อเสียของซิงเกิล เกตเวย์ว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่เป็นปัญหา เพราะยังเป็นเรื่องของการศึกษาข้อดีข้อเสีย จึงเป็นเพียงการศึกษาที่ไม่ใช่การเดินหน้าโครงการ นั่นแสดงว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นกิจลักษณะและหากชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องนี้โดยละเอียด ทุกฝ่ายก็จะมีความสบายใจมากขึ้น ดังนั้นเมื่อวันนี้มีคนไม่เข้าใจและอาจไม่สบายใจ จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต้องชี้แจงทำความเข้าใจให้ละเอียด ยืนยันว่าซิงเกิล เกตเวย์เป็นเพียงแนวคิด ไม่ได้ตั้งใจควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ เพราะถ้าควบคุมก็จะไปกระทบ และสวนทางกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล

               “เราไม่ทำให้ส่วนทางกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ทุกอย่างต้องไปด้วยกัน แต่วิธีการให้ข่าว หรือวิธีการตีความ อาจทำให้ไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศคงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง มันยังเป็นเรื่องภายในของเรา และเรากำลังจะเปิดเออีซีเศรษฐกิจการค้าเสรีเป็นหัวใจสำคัญของเราอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหา”นายดอน กล่าว