ข่าว

‘มีชัย’นั่ง‘ปธ.กรธ.’ย้ำร่างโดยไร้ใบสั่ง

‘มีชัย’นั่ง‘ปธ.กรธ.’ย้ำร่างโดยไร้ใบสั่ง

05 ต.ค. 2558

“มีชัย”เผย”บิ๊กตู่”ทาบทามนั่ง”ปธ.กรธ.”อย่างเลี่ยงไม่ได้เหตุหวั่นได้ชื่อไม่รู้จักแทนคุณแผ่นดินย้ำร่างโดยไร้ใบสั่งยึด5แนวทางคสช.เพื่อร่างรธน.ย้ำไม่ตัดทิ้ง "ประชา

 
          วันที่  5 ตุลาคม 2558 เวลา 10.45 น. ที่บ้านเกษะโกมล นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวภายหลังการประชุม คสช.เพื่อพิจารณาเห็นชอบ กรธ. 21 คนว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มีโอกาสมาพบกับสื่อมวลชนอีกครั้ง เพราะได้ปฏิเสธและหลบหลีกกันเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ยังไม่พูดอะไร เนื่องจากกระบวนการขั้นตอนทั้งหลายยังไม่ยุติและยังไม่เป็นทางการ การออกมาพูดอะไรก็จะกลายเป็นการเดาสุ่มหรือทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นได้ ซึ่งเรื่องที่จะมาเรียนให้ทราบมีแค่ 2 เรื่อง คือ มีคนถามและสงสัยกันมากว่าตนจะรับหรือไม่รับ และหากรับ รับด้วยเหตุผลอะไร เรื่องนี้อยากเรียนว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยกรัฐมนตรี ได้เชิญตนไปพบเพื่อชวนมาทำงานในฐานะประธานร่างรัฐธรรมนูญ ตนก็ได้เรียนถามว่า มีความจำเป็นขนาดไหนที่ต้องให้ตนมาทำ ซึ่งนายกฯก็ได้ตอบว่ามีความจำเป็นอย่างมาก ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ 
 
          นายมีชัย กล่าวว่า "ดังนั้นเมื่อนายกฯในฐานะผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด และเป็นผู้ที่เสี่ยงเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้ลุล่วงไป ได้ยืนยันว่ามีความจำเป็น ตนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่สมควรจะไปซักไซร้ให้มากไปกว่านี้ ก็ต้องเชื่อในดุลยพินิจของท่าน และในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามกำลังความสามารถ ตนจึงไม่อาจเห็นแก่ความสุขความสบายที่ชักจะเริ่มเคยตัว และไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้ ไม่เช่นนั้นจะได้ชื่อว่า เป็นพวกที่ไม่รู้จักทดแทนคุณของแผ่นดิน และรู้อยู่ว่างานครั้งนี้ไม่ง่าย และมีอุปสรรคไม่น้อย แต่เมื่อนึกว่าทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในการทำให้ประเทศเดินหน้าได้ตนก็ต้องทนและทำ และตั้งใจทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และเหตุที่จะต้องรอถึงวันนี้ จนมาเปิดเผยเพราะมีขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะแต่งตั้งคือ คสช. จึงต้องรอ คสช. ซึ่งนายกฯก็ได้ทำตามพิธีการ เมื่อมีการประชุมก็ถามอีกครั้งหนึ่งว่า ตนรับได้หรือไม่ ซึ่งตนก็ได้เรียนกับนายกฯ ว่าตกลงรับได้"
 
          "อีกประเด็นที่มีคนสงสัยหรือคาดเดาต่างๆ นานาว่า ในที่สุดผมก็จะไม่เป็นตัวของตัวเอง และคงต้องร่างไปตามที่มีผู้สั่ง จึงขอเรียนตามตรงว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญไม่มีใครสามารถร่างตามใจปราถนาของตัวเองได้ อย่างที่จะเรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ได้ร่างเก็บไว้ใช้ที่บ้าน แต่เป็นการร่างเพื่อไปใช้กับคนทั้งประเทศ" นายมีชัยกล่าว และว่า ฉะนั้นจึงต้องมีกรอบในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยกรอบอันแรกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ กรอบที่กำหนดไว้ตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่บังคับว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องร่างให้ครบถ้วนจึงต้องทำตามนั้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ กรอบที่ 2 คือ คสช. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจรัฐถาธิปัตย์และมีภารกิจสำคัญที่จะต้องทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาของบ้านเมือง จึงต้องถามไถ่ คสช.ว่ามีกรอบหรือความคิดอย่างไร 
 
          นายมีชัย กล่าวว่า กรอบการร่างรัฐนูญ ตามความมุ่งหมายของ คสช. มี 5 ประการคือ 1.ให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับนับถือของสากล และในขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหา ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศไทยและคนไทย 2.ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้  3.ให้มีมาตรการป้องกัน ไม่ให้การเมืองใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง โดยใช้เงินแผ่นดินไปอ่อยเหยื่อกับประชาชน เพื่อสร้างความชอบธรรมโดยไม่ได้มุ่งหมายให้ประชาชนอยู่ดีกินดีในระยะยาว จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง และเกิดวิกฤตที่หาทางออกไม่ได้ 4.มีแนวทางขจัดการทุจริต และประพฤติมิชอบอย่างได้ผล และ5.สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในอันที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และร่วมกันรับรู้และรับผิดชอบต่อความเจริญ และการพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม
 
          นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับกรธ.ทั้ง 20 คน คงมีคนถามว่าใครเป็นคนคัดเลือก คำตอบคือ คสช.และรัฐบาลร่วมพิจารณาคัดเลือก แล้วให้ตนพิจารณาส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่มีบางคนที่ตนคิดน่าจะมีคนอื่นเข้ามาแทนเพื่อที่จะให้ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ ทางรัฐบาลและ คสช.ก็ไม่ขัดข้องเปลี่ยนแปลงให้ แต่อย่าถามว่าใคร เพราะจะกระทบกระเทือนต่อคนที่เขาถูกเอารายชื่อออกไป ไม่ใช่ว่าคนคนนั้นไม่ดี แต่เพราะองค์ประกอบจะซ้ำๆ เกินไป
 
          เมื่อถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญจะใช้ร่างเดิมหรือจะพิจารณาร่างขึ้นใหม่ นายมีชัย กล่าวว่า คงต้องปรึกษากับคณะกรธ.ทั้ง 20 คนก่อน เพราะถ้าตัดสินใจไปก็จะกลายเป็นการผูกมัด เพราะแต่ละคนคงมีแนวคิดต่างๆ นานา ส่วนวันนี้คงเริ่มประชุมหรือเริ่มทำงานกันไม่ทัน เพราะเพิ่งได้รายชื่อ แต่ละคนคงจะทราบแว่วๆ แต่ไม่แน่ เพราะฉะนั้นจะเรียกประชุมตั้งแต่พรุ่งนี้ (6 ต.ค.) เวลาบ่ายโมงครึ่ง ที่รัฐสภา เนื่องจากต้องมีการประชุมกันทุกวัน ระยะเวลาสั้นมาก ไม่เฉพาะเวลาการคิด การร่างอย่างเดียว แต่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของคนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวด้วย
 
          เมื่อถามว่า กรอบในการร่างรัฐธรรมนูญของ คสช.ดูจะเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการให้มีความเห็นของคนส่วนรวม จะมีแนวทางอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า ตนคิดว่ากรธ.คงต้องระดมความคิดเห็น ในส่วนคณะกรรมการฯและในส่วนของบุคคลที่จะไปปรึกษาหารือ หรือคนที่จะไประดมความคิดเห็นกันมา แล้วต้องทำโมเดลขึ้นมาก่อน ว่าทำอย่างนี้อย่างนั้น ดีหรือไม่ แล้วค่อยหาหนทาง ที่จะไปรับฟังว่าคนอื่นคิดเห็นอย่างไร ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่เคยมีในร่างรัฐธรรมนูญของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกมธ.ยกร่างฯ นั้น ในร่างใหม่นี้ ตอนนี้ยังมองอะไรมากไม่ได้ ต้องไปคุยกันก่อนในคณะกรธ.
 
          เมื่อถามว่า คิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน อย่างไรบ้าง ในแง่ความกดดันที่จะมีในอนาคต นายมีชัย กล่าวว่า แนวคิดและความคิดของประชาชน เปลี่ยนไปมาก ที่สำคัญคือช่องทางการสื่อสารระหว่างกันของประชาชนก็พัฒนาไปมากจนกระทั่งความคิดต่างๆ มันอาจจะหลั่งไหลพรั่งพรูได้ในหลายรูปแบบ และหลายวิธีการ เพราะฉะนั้นการที่จะทำร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกใจคนทุกคน คงยาก ปัญหาความยากอยู่ที่ว่าทำอย่างไร จึงจะทำให้ประเทศเดินไปได้ และพอรับกันได้ในทุกฝ่าย ตรงนั้นถือเป็นความยาก ยากกว่าที่เคยทำมาในอดีต 
 
          นายมีชัย กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนคิดว่าต้องมี เพราะว่า กรธ.เมื่อร่างเสร็จ ก็ไม่มีองค์กรใดมารองรับ อย่างคราวที่แล้ว เมื่อ กมธ.ยกร่างฯ เมื่อร่างเสร็จยังมี สปช.มารองรับคอยโหวตว่าเอาหรือไม่เอา แต่ครั้งนี้ ทั้ง 21 คน ตัดหางปล่อยวัดเลย แล้วถ้าขืนเอาร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างเสร็จมาใช้เลย ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น ตนคิดว่า การทำประชามติยังเป็นของจำเป็น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะต่อไป เมื่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งปวง จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และการที่จะให้คนปฏิบัติตามได้ ก็ต้องให้มีการรับรู้และคนส่วนใหญ่ต้องเห็นดีเห็นงามด้วย ถึงจะทำได้ ส่วนเกณฑ์การนับคะแนนของการทำประชามตินั้น คงต้องนับจากผู้มาออกเสียง ใครไม่มาออกเสียง ก็ถือว่าสละสิทธิ ในกรรมการทั่วๆ ไปในเวลาลงคะแนนก็มักใช้คะแนนของผู้ที่มาออกเสียง แล้วคนส่วนใหญ่ที่บางทีไม่มาใช้สิทธิหรือไม่กล้าออกเสียง ตนมักจะเรียกว่า โมฆะบุรุษ คนพวกนี้จึงนับไม่ได้
 
          เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่า มีคนมองว่า นายมีชัยเป็นคนรุ่นเก่าแล้วการร่างในแนวทางใหม่ๆ จะไปได้หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า “บังเอิญผมเป็นคนรุ่นเก่า ที่ค่อนข้างจะทันสมัย เพราะผมใช้เว็บไซต์ตั้งแต่พวกคุณยังไม่ใช้เลยด้วยซ้ำ แต่ข้อสำคัญอยู่ตรงนี้ คนรุ่นไหนไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าคุณเปิดใจกว้างรับฟังคนอื่นหรือไม่ คนบางคน ดูเหมือนรุ่นใหม่ ดูเหมือนเป็นประชาธิปไตย แต่ใครไปมีความเห็นแย้งกับเขาหน่อย จะถูกด่าเสียคนเลย แต่ผมไม่เป็นอย่างนั้น ใครจะบอกอะไรก็ได้ ผมก็เอากลับไปคิด ถ้าคิดแล้วว่ามันดีก็เอาไปทำ แต่ถ้าคิดแล้วว่ามันไม่ดี มันมีช่องว่างช่องโหว่หรือมีจุดร้ายมาก เราก็ทิ้งไป การฟังคนอื่น เสนอแนะ ไม่ใช่เป็นเรื่องเสียหาย เป็นเรื่องดี การพูดมากๆ เสียอีกที่ไม่ดี”
 
          เมื่อถามว่า เมื่อคสช.ให้แนวทางการร่างรัฐธรรมนูญมา 5 ข้อ หลังจากนี้คสช.ก็ไม่จำเป็นที่จะเข้ามาข้องเกี่ยวในส่วนนี้แล้ว ใช่หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า เราก็จะต้องพิจารณาไปตามแนวทางนี้ ส่วนอื่นๆ ที่ กรธ. พิจารณาเห็นว่า มันเหมาะสมและดีก็สมควรที่จะใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนต่อไปจำเป็นต้องมีคณะอนุกรรมการที่จะดูในแต่ละด้านหรือไม่นั้น ก็คงต้องไปคิดกันว่าจะทำในรูปแบบใด ซึ่งต้องรอการประชุมครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ เพื่อวางกฎเกณฑ์ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้บอกไว้ด้วยว่าในระหว่างการร่าง จะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ของสนช. ของคสช. และองค์กรต่างๆ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรธ.กำหนด กรธ.จึงต้องไปกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่จะรับฟังความคิดเห็นเหล่านี้
 
          เมื่อถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาเต็ม 180 วันเลยหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ทำจริงๆ ต้องเสร็จก่อน เพราะจะต้องส่งไปให้แต่ละฝ่ายดูเพื่อรับฟังความคิดเห็นแล้วจึงนำกลับมาแก้ แต่ตรงนั้นน่าเป็นห่วงที่สุดว่า มันจะทำให้ระยะเวลาการทำงานน้อยลง เวลาส่งไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นจะให้เวลาสั้นๆ คนที่รับไปก็จะลำบาก ถ้าให้เวลายาวนักก็จะไม่มีเวลา ฉะนั้นตรงนี้ต้องไปกะเวลากันให้ดีว่าจะทำอย่างไร