ข่าว

ตร.รวบ!‘สาวแสบ’ตุ๋นเหยื่อเข้ารับราชการ

ตร.รวบ!‘สาวแสบ’ตุ๋นเหยื่อเข้ารับราชการ

05 ต.ค. 2558

ตร.กองปราบรวบ ‘สาวแสบ’ ตุ๋นเหยื่ออ้างใช้เส้นสายฝากเข้ารับราชการใน อบต.ได้ มีผู้เสียหายกว่า 10 ราย

 

        เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 ต.ค.58 ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. และ ตำรวจกก.2 บก.ป.นำกำลังเข้าทำการจับกุม น.ส.หัทยา ทัพกฤษณ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/25 ถ.อัมรินทร์วิถี ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงลพบุรี ที่ จ29/2558 ลงวันที่ 9 เมษายน 2558 ในฐานความผิดฐาน ”ฉ้อโกง“ ที่บริเวณลานจอดรถ วัดโขมด ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี

        พ.ต.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สำหรับ น.ส.หัทยา ผู้ต้องหารายนี้ มีพฤติกรรมหลอกลวงผู้เสียหายโดยอ้างว่ารู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สามารถฝากเข้าทำงานเป็นข้าราชการใน อบต.แห่งหนึ่งได้ แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นเงินจำนวน 4 แสนบาท เพื่อใช้ในการวิ่งเต้นให้ทางกรรมการสอบคัดเลือก แต่เมื่อมีการจ่ายเงินให้ครบตามจำนวนดังกล่าวกลับไม่ได้เข้าทำงานราชการตามที่ตกลง โดยผู้ต้องหาอ้างว่า สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติจึงไม่สามารถวิ่งเต้นเดินเรื่องให้ได้ พร้อมกับพยายามหลบหน้าผู้เสียหายหรือย้ายที่อยู่ไปตามจังหวัดต่างๆในแถบภาคกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการชดใช้เงินกลับคืนให้กับผู้เสียหายรวมถึงออกตระเวนหาเหยื่อรายใหม่ก่อเหตุลักษณะเดิมอีกหลายครั้ง
 
        พ.ต.อ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่าที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อยอมจ่ายเงินให้กับน.ส.หัทยา ไปแล้วเป็นจำนวนกว่า 10 ราย คิดมูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท กระทั่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เสียหายรายนี้ที่ สภ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงทำให้ น.ส.หัทยา ต้องหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ออกแกะรอยติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
 
        จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.หัทยา ผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าตนเองเป็นอดีตข้าราชการซี 5 สังกัดเทศบาลนครสวรรค์ แต่ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนที่ต้องถูกกล่าวหาเช่นนั้นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ได้ไปยืมเงินเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งในสมัยที่ยังทำงานรับราชการอยู่ แต่ไม่มีเงินคืนให้กับเจ้าหน้าหนี้จนต้องย้ายที่อยู่ไปตามจังหวัดต่างๆ กระทั่งถูกให้ออกจากราชการ เนื่องจากไม่มาทำงานติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน
 
        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลพบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป