ข่าว

เปิด4นโยบาย‘ประมุขตุลาการคนใหม่’

เปิด4นโยบาย‘ประมุขตุลาการคนใหม่’

05 ต.ค. 2558

เปิด4นโยบาย‘ประมุขตุลาการคนใหม่’ยึดมั่นหลักนิติธรรมมุ่งคุ้มครองประชาชน : ทีมข่าวยุติธรรม สำนักข่าวเนชั่น

             เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา สำหรับ “วีระพล ตั้งสุวรรณ” ประธานศาลฎีกาคนที่ 43 โดยหลังการรับตำแหน่งประมุขตุลาการคนใหม่ของศาลสูงสุดได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยการขับเคลื่อนการทำงานประกาศนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559-2560 ด้วยการมุ่งเน้นอำนวยความยุติธรรม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ประชาชน บนหลักการ “อำนวยความยุติธรรม โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม และการพัฒนาเสริมสร้างระบบงานศาลยุติธรรม เพื่อให้ประชาชน เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยง่าย ทั่วถึง เสียค่าใช้จ่ายน้อย"

             ทั้งนี้ นโยบายประธานศาลฎีกาที่ประกาศให้ข้าราชการตุลาการ รวมทั้งบุคลากรในศาลยุติธรรม รับทราบเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติหน้าที่มีทั้งสิ้น 4 ด้าน ประกอบด้วย

             1.ด้านการ “อำนวยความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน” มุ่งเน้นการพิจารณาพิพากษาคดีภายใต้หลักนิติธรรม ให้เป็นไปอย่างเปิดเผย ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีมาตรฐานที่ชัดเจน และเหมาะสมแก่ประเภทคดี เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งศาลชั้นต้นและศาลสูงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการจัดตั้งศาลโดยคำนึงถึงพื้นที่และลักษณะคดีเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง เท่าเทียมกัน และเสียค่าใช้จ่ายน้อย โดยให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมมาใช้เพื่อส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาพิพากษาคดี การบริหารจัดการ และการให้บริการประชาชนด้วย

             ขณะเดียวกัน ต้องส่งเสริมให้ "ผู้พิพากษา" มีบทบาทในการแสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งสนับสนุนการนำกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพิสูจน์ความจริงในคดี ภายในกรอบของกฎหมาย และสนับสนุนให้ผู้พิพากษาใช้แนวทางการลงโทษ หรือการแก้ไข บำบัดฟื้นฟูที่หลากหลาย โดยใช้ดุลพินิจให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีและผู้กระทำความผิดแต่ละราย และส่งเสริมพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาททางเลือก รวมทั้งมุ่งการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยในการปล่อยชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยนำมาตรการหรือวิธีการที่สามารถ ป้องกันการหลบหนีมาใช้แทนการเรียกหลักประกัน และเสริมสร้างบทบาทของศาลยุติธรรมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนด้วย

             2.ด้านการ “พัฒนาระบบงานศาลยุติธรรม” จะพัฒนาระบบงานให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก ทั่วถึง เท่าเทียมกัน และเสียค่าใช้จ่ายน้อย ปรับปรุงโครงสร้างและระบบงานของสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค โดยมุ่งเน้นการกระจายอำนาจเพื่อสนับสนุนภารกิจของศาลยุติธรรม ตลอดจนวางแผนและจัดการบริหารงานบุคคลให้เหมาะสม รวมถึงพัฒนากฎหมายและระบบวิธีพิจารณาคดีมีประสิทธิภาพ เหมาะสมสอดคล้องกับพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและบริบทของสังคม เร่งรัดการออกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ข้อบังคับ ข้อกําหนดและคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมาย และเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน

             นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาระบบศาลชำนัญพิเศษ และการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พัฒนาระบบบริหารจัดการ งบประมาณ การใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และปฏิรูปการจัดทำฐานข้อมูลคดีให้ทันสมัย มีมาตรฐานเพื่อการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย สร้างความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมพัฒนาการสื่อสารทั้งภายใน-ภายนอกองค์กรเพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว

             3.ด้านการ “พัฒนาบุคลากร เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและสร้างจิตสำนึกในการอำนวยความยุติธรรม” รวมทั้งส่งเสริมการเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตนของข้าราชการตุลาการและบุคลากรในศาลยุติธรรม ปรับปรุงโครงสร้างระบบงานวิจัยการพัฒนาบุคลากร และหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ สร้างองค์ความรู้ เสริมสร้างประสิทธิภาพ ของข้าราชการตุลาการและบุคลากรในศาลยุติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จัดสวัสดิการและยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการตุลาการ และบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกระดับเพื่อให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มีความพร้อมในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

             4.ด้านการ “ต่างประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือ ทางการศาล และกระบวนการยุติธรรม” เพื่อยกระดับศาลยุติธรรมไทยให้มีบทบาทในระดับสากล พัฒนาความร่วมมือทางด้านวิชาการ การฝึกอบรม แลกเปลี่ยนบุคลากรกับต่างประเทศ และเสริมสร้างให้ประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศเชื่อมั่นในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมไทย

             ทั้งนี้ สำหรับการบริหารงานส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดการด้านธุรการที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้พิพากษาและข้าราชการในศาลยุติธรรมนั้น ขณะนี้ นายอธิคม อินทุภูติ ก็ได้เข้ารับหน้าที่ปฏิบัติงานตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม แทนนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว

             สิ่งนี้คือ 4 นโยบายหลักที่ประมุขศาลฎีกาได้ประกาศนโยบายต่อหน้าข้าราชการตุลาการ และบุคลากรในศาลยุติธรรม โดยทั้ง 4 นโยบายถือเป็นแนวทางหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการในศาลยุติธรรมโดยทุกฝ่ายต้องคำนึงถึง “หลักยุติธรรม นิติธรรม และประชาชน” ควบคู่กันไป