
จับตาเงื่อนไขมีชัยปลดล็อกแก้รธน.ชั่วคราว
ประยุทธ์ถกคสช.เคาะชื่อกรธ.-สปท. จับตาเงื่อนไขมีชัยปลดล็อกแก้รธน.ชั่วคราว ตัดประชามติออก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นัดประชุม คสช.ในเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ตุลาคมนี้ เพื่อพิจารณารายชื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทั้ง 21 คน โดยรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้หัวหน้า คสช.เป็นผู้คัดเลือก กรธ.ภายใน 30 วัน หลังจากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโน เป็นประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5 ตุลาคม และยังเป็นวันที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช.ได้นัดให้คำตอบนายกรัฐมนตรีว่าจะรับหรือไม่รับตำแหน่งประธาน กรธ. นอกจากนี้ยังเป็นการพิจารณารายชื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จำนวน 200 คนด้วย
จับตาปลดล็อกแก้รธน.ตัดประชามติ
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เงื่อนไขของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในการหารือกับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 ต.ค.) อาจจะทำให้นายกฯ ไม่กล้าตัดสินใจคนเดียว จึงต้องนำเข้าที่ประชุม คสช.วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเงื่อนไขของนายมีชัยจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโรดแม็พตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจนอาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเป็นครั้งที่สอง โดยเฉพาะประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่แน่ใจว่าจะยังคงไว้หรือไม่ โดยส่วนตัวคิดว่าต้องไม่ถูกตัดออก เพราะความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาและที่มาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ขั้นตอนสุดท้ายด้วยว่า ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือไม่
“หากคุณมีชัยรับตำแหน่งประธาน กรธ.จริง ก็อาจมีคำถามว่า กรธ.จะมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความอิสระมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงมือกฎหมาย คสช.เท่านั้น เพราะคุณมีชัยดำรงตำแหน่งกรรมการ คสช.อยู่อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย แม้จะไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ คสช.ก็ต้องเตรียมคำอธิบาย เพราะจะถูกคนบางกลุ่มนำไปเป็นประเด็นโจมตีได้เช่นกัน แต่ถ้าคิดอีกด้านหนึ่งก็อาจเป็นเรื่องดี ที่ คสช.กับ กรธ.แนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน จะไม่ได้มีปัญหาในภายหลัง เหมือนเมื่อครั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ หมดสถานะไปก่อนหน้านี้” นายสุริยะใส กล่าว
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า มาถึงวันนี้ไม่ว่าใครจะมาเป็นประธาน กรธ.ก็ยังจะถูกประเมินจากสังคมว่าจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นำไปสู่การปฏิรูปได้จริงหรือไม่ ซึ่ง คสช.จะต้องกางโรดแม็พปฏิรูปอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่จำเป็นต้องรอรัฐธรรมนูญทุกเรื่อง เพราะจะทำให้ 2 ปีจากนี้ไปก่อนเลือกตั้งสูญเปล่า และยังไม่สามารถนับหนึ่งได้อย่างจริงจัง



