
สงครามไซเบอร์กำลังมา
สงครามไซเบอร์กำลังมา : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยบอกว่า เขาไม่รู้หรอกว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะรบกันด้วยอะไร แต่สงครามโลกครั้งที่ 4 นั้น คงรบกันด้วยก้อนหินและดุ้นไม้ ซึ่งแย้มพรายว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 คงต้องใช้อาวุธร้ายแรงขนาดหนักถึงขั้นทำอารยธรรมโลกล่มสลายจนกระทั่งต้องทำสงครามใหญ่ครั้งต่อไปด้วยอาวุธตามมีตามเกิดประสาคนยุคหิน ในยุคสงครามเย็น คนมักคิดว่านั่นคืออาวุธนิวเคลียร์ ที่เฉพาะชาติยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่สามารถกระทุ้งเข้าใส่กัน แต่ปัจจุบันต้องมองถึงโอกาสที่กว้างขวางกว่านั้น นั่นคืออาวุธทางไซเบอร์
ใครว่าเรื่องภัยไซเบอร์ไม่ร้ายแรง เป็นแค่ภัยรำคาญใจของพวกคนติดเกมหรือบ้าเทคโนโลยีคงต้องกลับไปทบทวนกันใหม่ เมื่อรับทราบข้อมูลอย่างเช่น แฮ็กเกอร์ชาวจีนโจมตีเจาะข้อมูลทางทหารของชาติตะวันตกมากจนโอบามาต้องยกเรื่องนี้มาพูดทุกครั้งเมื่อคุยกับจีน ระบบท่าเรือ สนามบินของฟิลิปปินส์เคยโดนบังคับหยุดเมื่อโดนแฮ็กเกอร์ต่างชาติโจมตีหรือการเจาะเข้าไปโกงเงินธนาคารขนาดใหญ่ก็มีหลายตัวอย่าง นานาชาติเขาโดนกันแล้ว ไทยนั้นติดอันดับโดนแฮ็กเกอร์โจมตีมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลกด้วย แม้ยังไม่เคยเจอหนักๆ แต่การที่จู่ๆ โดนนัดยิงเว็บราชการล่มพร้อมกันนับสิบเว็บเมื่อกลางสัปดาห์ ก็พอจะมองกันออกว่า โอกาสของการเจอสงครามไซเบอร์นั้นมันง่ายมาก
สงครามไซเบอร์เป็นสงครามของคนจน แฮ็กเกอร์ไม่จำเป็นจะต้องรวย หรือเป็นพลเมืองติดแผ่นดินที่ไหน มีคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งกับสมองด้านไอทีที่ปานกลางขึ้นไป ก็สามารถนั่งอยู่กับบ้านโจมตีระบบขององค์กรไหนก็ได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย ผลเสียหายอาจจะบานปลายหลายแสน เอาแค่หน้าเว็บล่ม ระบบควบคุมสั่งการบังคับบัญชาสะดุด ฝ่ายที่ถูกเล่นงานอาจต้องสูญเงินมหาศาลกว่าจะกู้ระบบได้
ทางออกไม่น่าใช่การอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงตีกรอบช่องทางเข้าออกระบบอินเทอร์เน็ตให้เป็นซิงเกิล เกตเวย์ เพราะยิ่งเปิดโอกาสให้ถูกโจมตีง่าย ถึงจะรู้ตัวคนร้ายแต่ก็ใช่ว่าจะจับได้ เพราะคนร้ายอาจไม่ได้รอมือให้จับในประเทศ ผลได้ไม่น่าคุ้มกับความเสียหายทางเศรษฐกิจจึงควรหาทางป้องกันความเสี่ยงแบบหลายตะกร้า ให้ฝ่ายผู้โจมตีเข้าถึงได้ยากดีกว่า แล้วไปเพิ่มทีมงานต่อสู้กับสงครามไซเบอร์เอา เช่น สหรัฐ มีหน่วยบัญชาการสงครามไซเบอร์ หรือไซเบอร์คอมมานด์ หรือจีนมีหน่วยไซเบอร์บลูทีมทำงานเต็มเวลา การปิดกั้นเว็บควรจะมุ่งเน้นเว็บที่มีเนื้อหาส่งเสริมความรุนแรง โดยเฉพาะจากกลุ่มหัวรุนแรงคลั่งลัทธิที่กำลังสยายปีกไปทั่วโลกและกำลังเจาะตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย อย่างได้ผลในขณะนี้
ที่สำคัญกว่าก็คือ เพิ่มความตระหนักในสำนึกของคนไทย ภัยคุกคามทางด้านนี้ส่วนใหญ่ป้องกันได้ง่าย แค่ไม่ดาวน์โหลดออะไรมั่วซั่วหรือไม่โลภไปกับการตกเบ็ดของเขา การทำความเข้าใจว่า ไทยมิได้อยู่ในโลกที่สวยงาม ผลประโยชน์ที่ขัดกันกับรัฐหรือองค์กรที่มิใช่รัฐอาจนำไปสู่การโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรงได้เสมอ การป้องกันภัยที่ดีที่สุดต้องอยู่บนสำนึกที่ไม่หลงประมาณสถานการณ์ผิดไป



