
ต้าน-หนุน'มีชัย'ปธ.กรธ.
03 ต.ค. 2558
'ธิดา' ชี้ 'มีชัย' เนติบริกร ค้านนั่ง ปธ.กรธ. 'กล้านรงค์' หนุน เชื่อทำหน้าที่แบบไม่มีอัตตา 'คณิต' ฝากงานร่างรธน. 'ญาติพฤษภา35' จ้องตรวจสอบ หวั่นสืบทอดอำนาจ
3 ต.ค. 58 นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการที่มีข่าวว่า นายมีชัย ฤชุพันธ์ จะเป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะร่างขึ้น จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมา นายมีชัยทำงานรับใช้อำนาจเผด็จการ มีความเป็นเนติบริกรมาโดยตลอด ทั้งยังไม่เคยแสดงตัวว่า จะต้องการเขียนรัฐธรรมนูญในรัฐบาลที่มาจากประชาชน ดังนั้น จึงอย่าคิดว่าเมื่อนายมีชัยมาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญแล้วประชาชนจะยอมรับ ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่กรอบของผู้มีอำนาจ ซึ่งต่อให้นำเทวดามาร่าง ก็ต้องเป็นไปตามนั้น หมายถึง ในรัฐธรรมนูญต้องมีองค์กรที่คอยควบคุมการทำงานของรัฐบาล เช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ซึ่งขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังโยนหินถามทางอยู่ เพราะต้องการอยากให้มี
"สมมตินายมีชัยต้องการเขียนให้เป็นสากล แต่เรือแป๊ะสั่งแล้วจะเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร พิมพ์เขียวที่มีอยู่ในความคิดของผู้มีอำนาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ รัฐธรรมนูญที่จะร่างก็จะออกมาไม่ต่างจากฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีต กมธ.ยกร่าง ซึ่งเนื้อหายังเหมือนเดิม ดังนั้น อย่าไปหวังประชาธิปไตยจากคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจจากประชาชน เพราะมันเป็นไปไม่ได้"
นางธิดา กล่าวว่า สำหรับ คปป. พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องทราบว่า ก่อนหน้านี้มีคนอยู่หลายกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย จึงอย่าเอาแต่มุมมองของตัวเองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน เพราะผู้ยึดอำนาจมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น การปรองดองหรือการปฏิรูป ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลปกติ ผู้มีอำนาจอย่าทำแทนประชาชน และหากศึกษาคำพูดของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในระหว่างการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ผ่านมา ก็จะรู้ว่า อะไรเป็นอะไร สหประชาชาติสนับสนุนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยประชาชน ไม่ใช่บนบ่ารัฏฐาธิปัตย์ที่ยึดอำนาจ แม้รัฐบาลจะปรารถนาดี แต่เป็นความปรารถนาดีตามความคิด ตามอัตวิสัยของตัวเอง ไม่ได้สำเร็จความคิดผู้อื่นโดยรอบ และการที่บอกว่า คปป.จะเข้ามาประคองบ้านเมืองในระยะเปลี่ยนผ่านนั้น ถือว่าไม่ไว้ใจประชาชน
นางธิดา กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีชื่อของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำ นปช.และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ติดโผเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า นายสุภรณ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นปช.แล้ว เพราะมีแนวความคิดแตกต่างกันออกไป โดยได้แยกตัวออกจาก นปช.แล้วตั้งกองกำลังของตัวเองตั้งแต่ช่วงที่มีการชุมนุมบริเวณถนนอักษะ เมื่อปี 2557 และแกนนำส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นายสุภรณ์จึงไม่ถือว่าเป็นแกนนำ นปช. การเข้าร่วม สปท.จึงเป็นไปในนามส่วนตัว ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน สำหรับโควตากลุ่มการเมืองใน สปท. เรายังยืนยันในหลักการเดิม คือ ไม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะรัฐประหาร ซึ่งหากใครต้องการเข้าร่วม สปท. ก็ไม่ถือว่าเป็น นปช.อีกต่อไป
'กล้านรงค์' หนุน 'มีชัย' เชื่อทำหน้าที่แบบไม่มีอัตตา
นายกล้านรงค์ จันทิก รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความคิดเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีรายงานระบุว่า นายมีชัย ตอบรับในตำแหน่งประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้ว ว่า ตนไม่ทราบว่า กรธ.จะประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง แต่สำหรับนายมีชัย ถือเป็นนักกฎหมาย และเป็นครูทางด้านกฎหมาย ดังนั้น เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ ตนเชื่อว่านายมีชัยจะไม่เอาความเห็นตนเป็นที่ตั้ง ไม่มีอัตตา ดังนั้นจะมีการรับฟังความเห็น รวมถึงเหตุผลของบุคคลต่างๆ ต่อเรื่องรัฐธรรมนูญ อีกทั้งร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นของประชาชน การทำร่างรัฐธรรมนูญต้องรับฟังความเห็นของประชาชนเป็นพื้นฐาน และตนเชื่อว่าในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.นั้น จะเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้
นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำงานของ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความคิดเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ นั้น คาดว่าจะมีการเรียกประชุมเพื่อทำความเห็นเสนอต่อ กรธ.เร็วๆ นี้ ภายหลังจากที่ กรธ.เข้ามาทำงานอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะนำข้อเสนอของ กมธ. ฯ ที่เสนอต่ออดีตคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ เป็นประธาน กมธ.ทั้ง 2 รอบ คือ รอบช่วงปรับปรุงเนื้อหา และรอบที่เสนอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาพิจารณาอีกครั้งว่า มีประเด็นใดที่เสนอไปแล้วและได้รับการพิจารณา รวมถึงประเด็นใดบ้างที่ไม่รับพิจารณา อาจนำมาทบทวนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในการทบทวนดังกล่าวจะให้ทาง กมธ.สามัญประจำ สนช.ทุกคณะ ไปพิจารณา ส่วนประเด็นที่เป็นเหตุให้ สปช.ไม่ผ่านความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของอดีต กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ เช่น คปป. ตนไม่ทราบว่าจะถูกนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ ต้องรอให้มีการประชุม กมธ. ฯ ก่อน
'คณิต' ฝากงานร่างรธน.
นายคณิต ณ นคร อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวถึงข้อเสนอต่อการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย กรธ.ว่า ควรผลักดันให้การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทั้ง ตำรวจ อัยการ และศาล ให้เป็นผลสำเร็จ เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาประเทศได้เบ็ดเสร็จ โดยการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา ทั้งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หรือร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนายบวรศักดิ์ ยังไม่พบเนื้อหาที่มุ่งการปฏิรูปเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่า ประเด็นที่ทำให้การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในร่างรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ เพราะมีการต่อต้านจากคนในองค์กรที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นควรมองประโยชน์และอนาคตของประเทศมากกว่าบุคคลในองค์กร
"ยอมรับสิ่งที่กระทบองค์กรที่มีอยู่เดิม เป็นใครก็ไม่ยอม แต่ภาพการทำงานที่ผ่านมา อย่างคดีซุกหุ้น ที่มีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำงานหรือไม่ หากทำงานได้คงได้คนระดับปลากระโห้ติดคุกหมดแล้ว หรือคดีเผาบ้านเผาเมือง ที่ผิดกฎหมายชัดเจน หากกระบวนการยุติธรรมไม่ถูกปฏิรูปไว้ในรัฐธรรมนูญ เรื่องพวกนี้จะไม่เกิดขึ้นแน่"
นายคณิต กล่าวด้วยว่า ตนไม่ขอรับตำแหน่งใดใน กรธ. เพราะเคยร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว ในปี 2539 แต่รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ก็ถูกฉีกทิ้งไปแล้ว ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ตนมองว่า ควรให้คนรุ่นใหม่ดำเนินการจะดีกว่า
'ญาติพฤษภา35' จ้องตรวจสอบร่างรธน.
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า นายมีชัย ตอบรับในตำแหน่ง ปธ.กรธ. ว่า ทางคณะญาติวีรชน ฯ และทุกภาคส่วนของสังคม จะจับตาและตรวจสอบการทำงานร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ในทุกกระบวนการ เนื่องจากยังมีความกังวลต่อการทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ที่อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งของประชาชน อย่างที่เคยเกิดขึ้นช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 มาแล้ว ส่วนหนึ่งเกิดจากการทำร่างรัฐธรรมนูญโดยนายมีชัยที่เขียนให้คณะ รสช. สืบทอดอำนาจจนประชาชนไม่พอใจและออกมาคัดค้าน ดังนั้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้น จะต้องถูกตรวจสอบ แม้นายมีชัยจะเข้ามารับหน้าที่เพราะ คสช. และต้องทำตามคำสั่งของ คสช. โดยไม่มีอิสระ หากมีประเด็นของการสืบทอดอำนาจไว้ คสช.จะต้องร่วมรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาด้วย
นายอดุลย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับ คปป.ที่เขียนในร่างรัฐธรรมนูญ แม้จะระบุเหตุผลว่า เพื่อขับเคลื่อนและสานต่องานปฏิรูป และเพื่อระงับเหตุการณ์ข้ดแย้งรุนแรง รวมถึงสร้างความปรองดอง แต่ตนขอตั้งคำถามว่า การปรองดองที่เป็นหัวใจของการสลายความขัดแย้งและเป็นฐานของการทำปฏิรูปที่สำเร็จจะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ หากใช้การบังคับ หรือ ใช้กฎหมาย ดังนั้น ขอให้คิดให้ดีหากยังมี คปป. ช่วงทำประชามติอาจจะไม่ผ่าน
"ตอนนี้ความคิดของ คสช.กับฝ่ายการเมือง มวลชน หรือประชาชนธรรมดา ตรงกันแล้วหรือไม่ แม้ปัจจุบันคนจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่ถือเป็นสีสันของประชาธิปไตยไม่ใช่ความขัดแย้ง ดังนั้นสิ่งที่ คสช.ควรทำ คือ ทำความคิดให้ตรงกับประชาชน และเมื่อถึงวันที่ต้องลงจากอำนาจ จะได้ลงอย่าสง่าผ่าเผย หากหัวหน้า คสช.บอกว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ต้องทำกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่มีลับ ลวง พราง และผมมองว่า ขณะนี้กองทัพเล่นหมดหน้าตักแล้ว เพราะให้คนในกองทัพออกมาดูแลหน่วยงานของรัฐ ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่จะได้รู้เห็นกันอย่างชัดเจน"



