ข่าว

‘ประยุทธ์’เชิญ‘มีชัย’พบถกนั่งประธานกรธ.

‘ประยุทธ์’เชิญ‘มีชัย’พบถกนั่งประธานกรธ.

02 ต.ค. 2558

‘ประยุทธ์’เชิญ‘มีชัย’พบถกนั่งประธานกรธ. ยันรายชื่อกรธ.-สปท.เสร็จก่อน5ต.ค.นี้ ‘มีชัย’ให้คำตอบนั่งประธานกรธ.วันจันทร์

            เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 2 ก.ย.2558 ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายชื่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ว่า ตอนนี้กำลังทำอยู่ ส่วนตำแหน่งประธาน วันนี้ได้เชิญนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้าพบ เพื่อที่จะคุยกัน ในขั้นต้น ไม่อย่างนั้นจะตกลงกันได้อย่างไร
 
            เมื่อถามว่า เชิญนายมีชัยมาคนเดียว หรือเชิญบุคคลที่เป็นกรรมการมาด้วย นายกฯ กล่าวว่า กรรมการคนอื่นตนมีรายชื่อหมดแล้ว การที่เชิญนายมีชัย มาพูดคุยเพื่อให้มาดูว่าจะรับหรือไม่ ถ้ารับก็ต้องให้ท่านดูรายชื่อเหล่านี้ว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะต้องทำงานกับท่าน

            เมื่อถามว่าเชิญนายมีชัยมาคุยที่ทำเนียบรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มาที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อถามว่ารายชื่อทั้งหมดจะสามารถเคาะได้วันไหน นายกฯ กล่าวว่า ก่อนวันที่ 5 ต.ค. เพราะต้องเซ็นชื่อก่อน

            “อย่าไปสนใจว่าใคร ต้องสนใจว่าจะได้อะไรกลับมาจากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าบอกว่าต้องมาจากคนทั้งประเทศตรงนี้ วันนี้เขาก็มีส่วนร่วมกันอยู่แล้วในแต่ละขั้นตอนที่ผ่านมาเขาก็ดำเนินการ ในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดต่างๆ มีใครเอาคน 70 ล้านคนมานั่งร่างรัฐธรรมนูญด้วยกันหรือไม่ ก็ไม่มี ฉะนั้นอย่าไปฟังคนที่พูดบิดเบือนว่าทุกคนต้องร่วมมือกันแล้วก็ไม่เห็นเข้ามา ซึ่งมันไม่จำเป็น เพราะกรธ. เองก็มีผลตามกฎหมายอยู่แล้วก็จะนำแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญของทุกประเทศมาดู รวมถึงเอาของประเทศไทยมาดูด้วยและเปรียบเทียบ แล้วดูว่าสำหรับประเทศไทยแล้วในวันข้างหน้าระยะเวลาหนึ่งจะต้องทำอย่างไรให้ประเทศปลอดภัย เขาคิดแค่นั้น ระหว่างนี้ก็จะพิจารณาไปทีละหมวด สร้างความเข้าใจเปิดเวทีในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งทุกครั้งก็ทำแบบนี้แล้วจะมากล่าวหาว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ ก็มีอยู่ 2-3 เรื่อง ทั้งเรื่อง คปป. เรื่องที่มานายกฯ และส.ว. ถามว่าวันนี้บ้านเมืองมันปลอดภัยแล้วหรือยัง ถ้าปลอดภัยแล้วก็ว่ามา แต่ถ้าคิดว่าวันข้างหน้ายังไม่ปลอดภัยก็ต้องไปหาวิธีการมา ผมให้หลักการไปแค่นี้" นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
            เมื่อถามว่า บ่ายวันนี้จะรู้ว่านายมีชัยจะรับหรือไม่รับตำแหน่งประธานกรธ.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใช่ ต้องฟังว่านายมีชัยจะรับหรือเปล่า ถ้าไม่รับก็ต้องหาคนใหม่ สื่อมีใครหรือไม่ ขอให้เสนอเข้ามา ซึ่งนายมีชัย ก็รู้กันดีว่ามีความรู้ด้านนี้อยู่แล้ว และคณะทำงานที่มาร่วมก็มาจากหลายส่วน ทั้งจากฝ่ายกฎหมาย สปช. สศช. และที่ปรึกษาก็ไปหากันมา เมื่อเสนอชื่อขึ้นมาตนก็จะพิจารณาดูทั้งหมด 20 บวก 1 ประธาน

            เมื่อถามว่ามีชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอเข้ามาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เสนอเข้ามาแต่ตอนนี้ยังไม่เห็น คือมันต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง แต่ผู้ใหญ่สองสามคน เข้ามาด้วยกันมันก็ลำบาก

            เมื่อถามว่าชื่อนายอานันท์ จะมาอยู่ในสปท.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนจะมาทำหน้าที่ปฏิรูป คนละเรื่องกับรัฐธรรมนูญ

            เมื่อถามว่าหากนายมีชัย ไม่รับก็จะทาบทามนายอานันท์ มาทำหน้าที่ประธานกรธ.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดว่านายมีชัยจะรับหรือไม่รับ บ่ายวันนี้ก็รู้ ส่วนประธานสปท. เมื่อตั้งสมาชิกมาเขาก็จะเลือกกันเอง มาขับเคลื่อนงานต่อจากสปช. ซึ่งก็ต้องเอาข้อมูลเก่าทั้งหมดคือ 36 ประเด็น 7 วาระพัฒนา มาเรียบเรียงใหม่ดูว่า สิ่งไหนเหมาะที่จะทำ สิ่งไหนที่ยังไม่เหมาะหรือสิ่งไหนที่จะต้องเพิ่มเติมและทั้งหมดก็จะแบ่งเป็นระยะ1-2-3 โดยระยะที่ 1 ตนจะเป็นคนเอามาทำ ระยะ 2 รัฐบาลหน้าเป็นผู้ทำ ถ้าไม่เสร็จคือระยะที่ 3 ต้องไปทำต่อ ปัญหาวันนี้อยู่ที่ว่าใครจะเป็นคนทำ หากรัฐบาลหน้าเขาไม่ทำ จะทำอย่างไร เรื่องการปฏิรูปทั้งหมดมีเป็นร้อยเรื่อง ก็ต้องถามว่าทุกคนและประเทศไทยจะปฏิรูปหรือไม่ หรือจะปล่อยไว้แบบเดิม อยากทำอะไรก็ทำ
 
            “ทำไมเป็นห่วงเรื่องเผด็จการกับผมนักหนาก็ไม่รู้ ทำไมไม่ไปห่วงเรื่องของรัฐสภา และอีกหลายอย่าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

            พล. อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของ สปท.มีจากหลายภาคส่วน มีการส่งชื่อเข้ามาแล้ว มีจากทุกพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีการส่งมา ซึ่งเขาเข้ามาเพื่อการปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลมองว่าวันข้างหน้าที่จะทำให้ประเทศสงบนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งก็ต้องเอาปัญหาเดิมมาดู ก็ มี 1.เรื่องการปฏิรูปประเทศ จะใช้เวลา เท่าไหร่ 5-10 ปี หรือไม่ตนไม่รู้ เพราะตนไม่ได้อยู่นานขนาดนั้นอยู่แล้ว 2.เรื่องการปรองดองซึ่งทุกคนอยากให้มีการปรองดอง แต่วันนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเรื่องราวทั้งหมดยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม คดีต่างๆ ยังไม่ได้มีการตัดสินเลย ถ้าตัดสินแล้วจึงจะมาพูดได้ว่าเราจะปรองดองกันอย่างไร แล้วถึงจะไปพูดถึงเรื่องการออกกฎหมายต่างๆ และ 3.ทำอย่างไรจะไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก ต้องไม่มีการเดินขบวนจนเต็มถนน วันนี้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมฝูงชนประกาศใช้แล้ว ใครที่มาชุมนุมโดยไม่ขออนุญาตถือว่ามีความผิดแล้ว วันนี้มีการบันทึกไว้แล้วทั้งหมด อยู่ที่จะดำเนินการเมื่อไหร่เท่านั้น วันข้างหน้าก็จะถูกเรียกมาเหมือนหลายๆ คดี เช่น การปิดล้อมสนามบินที่ผ่านมา ก็ขอให้ระมัดระวังด้วย โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาต่างๆ ตนไม่อยากให้มีคดีติดตัว เพราะมันจะกระทบทั้งชีวิต ตนไม่อยากทำ

 

‘มีชัย’ให้คำตอบนั่งประธานกรธ.วันจันทร์

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา17.05น. ในระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กำลังจะขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถึงกรณีการหารือกับนายมีชัยถึงการรับตำแหน่งประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายกฯ ได้ตะโกนตอบสั้น ๆ ว่า วันจันทร์ เขาจะให้คำตอบ
 

 ‘วิษณุ’ระบุไม่ทรายรายละเอียกการนัดคุย
 
             นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ได้ข่าวจากโทรทัศน์เท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าการพบครั้งนี้จะหมายความว่าอย่างไร อีกทั้งตนและนายมีชัย ยังไม่ได้มีการประสานงานเรื่องดั่งกล่าวตลอดระยะ 24 ชม.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีพล.อ.ประยุทธ ได้กลับแล้ว ท่านก็คงมีการดำเนิงงานส่วนของท่าน ในฐานะหัวหน้า คสช. และทีมงาน ซึ่งที่ผ่านมาตนและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคนอื่นๆอีก 2-3 คน มีหน้าที่เพียงแค่รวบรวมเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับ กรธ. ส่งต่อให้ พล.อ.ประยุทธ เท่านั้น
 
             เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารายชื่อที่ส่งไปนั้นมีประมาณกี่คน นายวิษณุ กล่าวว่า ตนได้เคยบอกไปแล้วว่ามีประมาณ 30 - 40 อย่าคาดเดาว่ารายชื่อที่เสนอไปนั้นจะเป็นคนที่รู้จักหรือไม่ เรื่อนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะพอจะเสนอคนที่สังคมรู้จัก ก็จะมีเสียงคัดค้านว่าทำไมไม่เอาคนที่มีความคิดใหม่ๆ เนื่องจากคนที่สังคมรู้จักล้วนเป็นคนเก่าแก่ พอจะเสนอคนรุ่นใหม่ ก็จะมีเสียงคัดค้านอีกว่า คนเหล่านี้อ่อนประสบการณ์ จะร่างรัฐธรรมนูญกันสำเร็จหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการผสมกันทุกฝ่าย พอเลิกวิธีผสมก็จะเกิดคำถามอีกว่าทหารเยอะไหม หากตนจะบอกว่าไม่มีเลยก็ไม่กล้าพูด แต่ว่าจะเยอะหรือไม่นั้นไม่ทราบ
 
             “ผมได้เคยพูดไปแล้วว่าถ้ามีทหารเยอะเกินก็ผิดปกติ ถ้าไม่มีเลยก็ผิดปกติ เพราะทหารก็ดี ข้าราชการฝ่านอื่นก็ดี ต่างมีความสามารถ และมีคุณสมบัตินั้นก็คือว่า ต้องมีความรู้หลายมิติ ไม่ใช่ในคนๆเดียว หมายถึงในแต่ละคน ทั้งด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ เศรษฐศาตร์ สังคม เพราะว่ารัฐธรรมนูญสมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน จะกล่าวเพียงแต่การเมืองภาคการเมืองอย่างเดียว พูดถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.), สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่วันนี้มีการเมืองภาคประชาชน ซึ่งจะต้องพูดถึงเสรีภาพหน้าที่ รวมถึงเรื่ององค์กรเอกชน สาธารณประโยชน์ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย จึงจำเป็นต้องเอาคนหลายมิติมาผสมกัน ซึ่งไม่มั่นใจว่า 20 คนนั้นจะครบทุกมิติหรือไม่ แต่ตอนที่มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คนนั้น ถือว่ามีครบทุกมิติ”
 
             เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พอได้รายชื่อแล้วจะมีการจัดวางตำแหน่งอื่นๆภายใน กรธ. อย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ในส่วนนี้ กรธ. จะคัดเลือกกันเอง เพราะการแต่งตั้งนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือแต่งตั้งประธาน กรธ. และแต่งตั้งคณะกรรมการ 20 คน ส่วนใครจะโฆษก จะเป็นเลขา หรือเป็นใครใน กรธ. ก็ให้พวกเขาเลือกกันเอง โดยไม่มีไกด์ไลน์กำหนด เพราะเป็นการแต่งตั้งตำแหน่งเพื่อประโยชน์การทำงานของพวกเขาเอง

             ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเหตุใดการแต่งตั้ง กรธ. ถึงมีความลี้ลับซับซ้อน นายวิษณุ กล่าวว่า การแต่งตั้ง กรธ. นั้นไม่ได้มีอะไรลี้ลับอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ หรืออาจจะลี้ลับมาทุกเรื่อง เพียงแต่ผู้สื่อข่าวให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ แล้วก็ไม่ได้ดั่งใจเพราะไม่รู้ จึงมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ลึกลับ อีกทั้งการแต่งตั้งทหาร ตำรวจ หรือปลัดกระทรวง ล้วนใช้วิธีนี้ เพียงแต่ไม่เป็นข่าวใหญา ถ้าหากว่าผู้สื่อข่าวอยู่เงียบๆ คอยฟังประกาศ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
             อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวได้ถามถึงท่าทีของนายมีชัยล่าสุด โดยนายวิษณุเผยว่า ก็ยังคงเหมือนเดิม กล่าวคือขอหารือกับนายกฯก่อน ซึ่งนายกฯก็มีความประสงค์เช่นเดียวกัน แต่ไม่ทราบว่าจะคุยเรื่องอะไรกันบ้าง เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อักทั้งตัวนายมีชัยเองก็ไม่ได้มีเงื่อนไข เพียงแค่เคยถามตนว่าใครบ้างใย กรธ. ซึ่งก็เป็นเรื่องเก่ามานานแล้ว โดยตนก็ตอบไม่ถูกว่ามีใครบ้าง เพราะไม่กล้ายืนยัน เนื่งจากไม่มั่นใจว่านายกฯจะเลือกตามที่ตนบอก ผู้สื่อข่าวได้ถามอีกว่านายมีชัย มีความเหมาะสมที่จะเป็น ปธ. กรธ. หรือไม่ นยวิษณุกล่าวเพียงว่าขอไม่ตอบเรื่องนี้
 
             “ในส่วนของการคัดเลือก กรธ. ยังมีเวลาอีก 3 ซึ่งไม่กล้าบอกว่าเรื่องนี้จะจบในวันนี้ เนื่องจากยังมีอีกหลายๆส่วนที่ต้องดำเนินการต่อ เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้มีการทาบทามอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากถ้าหากทาบทามไปแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะได้รับเลือก โดยในการทาบทามอย่างถี่ถ้วนนั้น จะเป็นหน้าที่ของหัวหน้า คสช. เชิญ ซึ่งจะต้องมีเวลาที่ทำงานอีก” นายวิษณุ กล่าว
 

คาดแต่งตั้งเต็มจำนวนที่กฎหมายกำหนด
           
             นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า  เรื่องนี้จะเรียกว่าคู่แข่งไม่ได้ เพราะไม่ได้มีการรับสมัคร แต่เป็นเรื่องที่มีหลาย ๆ คนนำเสนอแนะแล้วรายชื่อก็ไปอยู่ในมือของท่านนายกฯ ซึ่งตนเชื่อว่าบางคนที่ถูกเสนอชื่อนั้นยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ส่วนแนวโน้มจำนวนน กรธ. ว่าจะมีน้อยกว่า 20 คนหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่มีได้ เพราะกฎหมายระบุให้มีไม่เกิน 20 คน แต่โดยหลักแล้วก็คงจะแต่งตั้งให้เต็มจำนวน
                                   
             “การที่กฎหมายระบุเช่นนี้ เผื่อกรณีที่มีใครลาออกหรือล้มหายตายจาก ก็จะทำให้ไม่มีเหตุไปแต่งตั้งเพิ่ม มีเท่าไหร่ก็ดำเนินงานต่อเท่านั้น เพราะหากระบุว่า กรธ. ต้องมี 20 คน หากขาดไป 1 คน ก็จะดำเนินงานต่อไม่ได้”
                                
             อย่างไรก็ดีจากกรณีที่มีข้อสงสัยว่าการคัดเลือกกรธ.นั้นจะต้องมีมติเอกฉันท์หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบกระบวนการวิธีคัดเลือกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ถ้าเข้าใจวิธีการทำงานของ คสช. ที่ผ่านมา หรือการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมาก็ดี จะพบว่าไม่มีการโหวต เสียบบัตร หรือยกมือเพื่อหาเสียงข้างมากข้างน้อยทั้งสิ้น แต่จะมีการพูดคุยกันจนกว่าจะได้สิ่งที่เรียกว่า ฉันทามติ ซึ่งตนก็ไม่เคยเห็นว่า ครม. ไทยยุคไหนใช้วิธีโหวตเช่นกัน
          
 
‘พรเพชร’เผยนายกฯเตรียมเคาะกรธ.-สปท.ภายใน2วัน

             นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสรรหารายชื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะไปดำเนินการคัดเลือก ไม่เกี่ยวกับตน เพราะตนทราบแค่เพียงกระบวนการทางกฎหมาย ดังนั้น เรื่องนี้ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกบุคคลใดเข้ามาทำหน้าที่ ส่วนตัวเชื่อว่านายกฯจะสามารถตัดสินใจได้ภายใน 1-2 วันนับจากนี้
 
             เมื่อถามว่าหลังจากได้รายชื่อของสปท.มาแล้ว ทางสนช.จะมีการประสานงานเพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างไรนายพรเพชร กล่าวว่า การทำงานของสปท.มีหน้าที่หลักคือการทำแผนงานที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จัดทำไว้เพื่อเดินหน้าแผนปฏิรูป ดังนั้นหน้าที่ของสปท.ต้องดูว่าสิ่งที่สปช.ทำไว้จะปฏิบัติจริงอย่างไร ซึ่งการปฏิบัติจริงของสปท.คือการนำเสนอแผนงานให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามการปฏิรูปนั้นๆ โดยจะมาเกี่ยวกับสนช.เฉพาะตอนที่มีการแก้ไขกฎหมายหรือการเสนอออกกฎหมายใหม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 ให้อำนาจสปท.เสนอกฎหมายให้สนช.พิจารณา แต่มีข้อจำกัดว่าถ้าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินต้องเสนอผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.)
 
             เมื่อถามว่าการสรรหาประธานศาลปกครองสูงสุดแทนนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล นายพรเพชร กล่าวว่า ทราบจากข่าวว่าทางคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) มีมติให้นายหัสวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง ตนทราบเพียงแค่นี้ แต่ยังไม่อยากไปลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะว่ากระบวนการยังไม่ถึงที่สุด และขณะนี้นายหัสวุฒิ ก็ยังต่อสู้คดีอยู่ หากพูดไปจะหาว่ากระบวนการสิ้นสุดแล้ว
 
             เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีการคัดเลือกผู้แทนขึ้นมารักษาการแทนประธานศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ไม่มี หากตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดไม่มีก็ปล่อยให้ว่างไป รอจนกว่าจะมีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ แต่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการทำงาน เนื่องจากตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดว่างมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีคนใหม่มาทำหน้าที่เลย อีกทั้งประธานศาลปกครองสูงสุดมีบทบาทหน้าที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในคณะกรรมการหลายชุด โดยเฉพาะคณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างศาลด้วย