
ปืนใหญ่ถึงขั้นโคม่า
03 ต.ค. 2558
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ปืนใหญ่ถึงขั้นโคม่า
ความพ่ายแพ้ของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ในเกมเปิดสนามยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ อาจจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เนื่องจากเป็นเกมเยือน ดินาโม ซาเกร็บ แต่สำหรับเกมล่าสุดที่เปิดเอมิเรตส์แพ้ โอลิมเปียกอส คาบ้าน เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะรับได้ และทำให้สถานการณ์ของทีมเข้าขั้นโคม่าไปแล้ว
เป็นอันว่า อาร์เซนอล ที่มีปัญหากับแชมเปี้ยนส์ลีก มาตลอดเมื่อถึงรอบตัดเชือก มาฤดูกาลนี้กลายเป็นว่าเจอกับอาการโคม่าตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม เพราะความพ่ายแพ้ใน 2 นัดแรก หากว่าเป็นทีมอื่นๆ ไมน่าจะพลิกสถานการณ์เข้ารอบได้ ส่วนกับอาร์เซนอล ถึงจะเป็นทีมใหญ่แต่ก็น่าจะเต็มกลืน
ก่อนหน้านี้มีอยู่ 110 ทีมที่ประสบกับสถานการณ์ที่ต้องแพ้กับการออกสตาร์ท 2 เกมแรก และมีเพียงแค่ 9 ทีมเท่านั้นที่เอาตัวรอดทะลุเข้ารอบไปได้ และมีเพียงแค่ พานาธิไนกอส เพียงทีมเดียวเท่านั้นที่ถึงขั้นพลิกสถานการณ์เป็นแชมป์กลุ่มเมื่อฤดูกาล 2008-09
ขณะที่อาร์เซนอล ต้องมาเจอกับการพลิกสถานการณ์ที่คงไม่มีสิทธิ์เป็นแชมป์กลุ่มซะแล้ว เมื่อเกมอีก 2 นัดข้างหน้าต้องเจอกับทีมที่ฟอร์มฮอตอย่าง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ในอีก 2 นัดข้างหน้า และตอนนี้ทีมกำลังมีปัญหา จะดูจากชื่อชั้นนักเตะเพียงคนเดียวคงไม่ได้ เพราะจริงๆ แล้วผู้เล่นอย่าง เมซุต โอซิล กับ อเลกซิส ซานเชซ น่าจะผ่านทีมอย่าง ดินาโม ซาเกร็บ และโอลิมเปียกอส ได้ไม่ยาก
คนที่ต้องรับผิดชอบในการทำให้ทีมตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มากที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ประมาททีมอย่างโอลิมเปียกอสมากเกินไป มีการพักตัวหลักๆ อย่าง แอรอน แรมซีย์ หรือว่า ปีเตอร์ เช็ก ไป และถือว่าเป็นจุดที่ทำให้ทีมพ่ายแพ้เช่นกัน
ในเกมนัดแรก โอลิมเปียกอส เล่นในถิ่นตัวเอง เกมเป็นรองบาเยิร์น แบบสู้กันไม่ได้ และสุดท้ายก็แพ้ด้วยด้วยสกอร์ที่ขาดลอย ทำให้เชื่อกันว่า อาร์เซนอล น่าจะจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา และแล้วก็ผิดคาดและกลายเป็นหายนะ
จากเรื่องผู้เล่นจะย้อนกลับไปมองถึงเรื่องตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็คงจะพูดได้เพราะเวนเกอร์ ปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญานักเตะเข้ามาเสริมนอกจาก ปีเตอร์ เช็ก เพียงคนเดียว ทำให้ในเกมแบบนี้ไม่สามารถพักนักเตะชั้นดีและมีตัวตายตัวแทนที่ดีพอ
ในส่วนของผู้รักษาประตูแม้ว่าจะมี ปีเตอร์ เช็ก เข้ามา แต่นโยบายของ เวนเกอร์ ชัดเจนอยู่ในฟุตบอลถ้วยของอังกฤษที่จะให้ผู้รักษาประตูมือสองอย่าง ดาวิด ออสปินา ลงสนาม แต่กับเกมยุโรปแล้ว ความผิดพลาดของ ออสปินา ส่งผลกับเกมทั้งสองนัดที่ทีมยังไม่มีแต้ม
จากจุดนี้ทำให้ เวนเกอร์ ไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เนื่องจากกุนซือชาวฝรั่งเศสบอกเอาไว้เองตั้งแต่ก่อนเกมว่า เกมกับโอลิมเปียกอส ต้องชนะให้ได้อย่างเดียว นั่นหมายความว่า เวนเกอร์ รู้ถึงสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังใช้ผู้เล่นชุดสองหลายๆ คนลงสนาม รวมทั้งตัว ออสปินา ที่ทำให้เกิดความผิดพลาด และเสียประตูง่ายๆ
นอกจากความผิดพลาดครั้งใหญ่ของออสปินา แล้ว ในตำแหน่งอื่นๆ นักเตะที่ส่งลงสนามในเกมดังกล่าวดูแล้วถือว่าขาดนักเตะประเภทผู้นำแบบธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ เช็ก, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และมิเกล อาร์เตตา
จะมองได้อีกแง่คือ อาร์เซนอล ไม่ได้ให้ความจริงจังในเกมกับดินาโม ซาเกร็บ และโอลิมเปียกอส มากพอ นอกจากเรื่องผู้เล่นแล้วเหมือนว่าทีมปืนใหญ่ไม่ได้ทำวิเคราะห์ถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของโอลิมเปียกอสมากพอ และการเล่นที่เอมิเรตส์ก็เห็นได้ว่า อาร์เซนอล ลงไปเล่นแบบคิดว่ายังไงก็ต้องชนะ ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เกิดมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
เมื่อฤดูกาลที่แล้วเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในเกมกับทีมที่ต่ำชั้นกว่าอย่าง อันเดอร์เลชท์ และโมนาโก โดยทั้งสองเกม อาร์เซนอล เสียประตูในบ้านตัวเอง 3 ประตูทั้งสองนัด ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงเมื่อเล่นในเกมยุโรป
เรื่องสมาธิไม่เหมือนตอนเล่นพรีเมียร์ลีกอย่างชัดเจน ขนาดเพิ่งตีเสมอทีมเยือนได้ กลับกลายเป็นว่าถูกยิงนำไปอีกในเวลาเพียงแค่ 59 วินาทีเท่านั้น
ความผิดพลาดแบบเดิมๆ ของอาร์เซนอล กำลังเป็นอีกหนึ่งสโมสรจากอังกฤษที่ออกสตาร์ทแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ได้อย่างย่ำแย่ และบางทีอาจจะเห็นกันได้ว่าการหมุนเวียนนักเตะอย่างที่เคยเป็นอาจจะไม่ได้ผลสำหรับเกมยุโรปอีกแล้ว
หลังจากที่อาร์เซนอล แพ้มาแล้ว 2 นัดติดต่อกัน และแม้ว่าจะมีแต้มน้อยกว่า ดินาโม ซาเกร็บ และโอลิมเปียกอส เพียงแค่ 3 แต้มจาก 2 นัดแรก แต่ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่จะตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี
ขณะที่เรื่องการเป็นแชมป์กลุ่มเพื่อหนีทีมแกร่งในรอบสองนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว



