ข่าว

‘มท.1’แจง‘ขรก.’รัฐบาลทำงานไม่มีวาระแฝงทางการเมือง

‘มท.1’แจง‘ขรก.’รัฐบาลทำงานไม่มีวาระแฝงทางการเมือง

02 ต.ค. 2558

“พล.อ.อนุพงษ์” แจง ขรก. รัฐบาลทำงานไม่มีวาระแฝงทางการเมือง

 
          วันที่ 2 ตุลาคม 2558 เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารระดับสูง รัฐวิสาหกิจหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมประชุมหารือข้อราชการเป็นนัดแรก ภายหลังจากมีการเกษียณอายุราชการของผู้บริหารระดับสูงเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการถ่ายทอดวิดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ  อย่างไรก็ตามก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีการแนะนำผู้บริหารรายชื่อข้าราชการระดับสูง ที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายปรับเปลี่ยนรายชื่อในตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 4 ราย และระดับอธิบดีจำนวน 3 ราย ต่อที่ประชุม
 
          พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนขอให้ทุกคนได้ช่วยกันทำงาน ที่ผ่านมาได้มีการช่วยกันเป็นอย่างดี เพราะในช่วงนี้รัฐบาลกำลังเร่งรัดงานในระยะที่สอง ที่มีปัญหามาก ทุกคนจึงต้องการการร่วมกันแก้ไข โดยเฉพาะบางพื้นที่ก็มีปัญหาซับซ้อนอยู่ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เรื่องเหล่านี้เป็นภาระหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องเข้าไปร่วมดูแลรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามเราต้องมีการทำงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และแผนยุทธศาสตร์ของชาติ
 
          “เราหวังว่า จะเป็นตัวกลางของรัฐบาลในการลงไปทำงานแก้ไขปัญหา แล้วขอเรียนว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีวาระทางการเมืองแอบแฝง มีแต่การเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาของชาติให้ได้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” รมว.มหาดไทยกล่าว




 “อนุพงษ์”ไม่รู้นายกฯเรียกถกเคาะ กรธ.- สปท.” ยันไม่ส่งใครเข้าประกวด
 
          พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเรียกประชุมเพื่อสรุปรายชื่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ว่า  ยังไม่ได้ทราบเรื่องที่นายกฯ เรียกประชุม และไม่ได้เสนอชื่อใครไปเป็น กรธ. และ สปท. ซึ่งผู้สื่อข่าวก็มักมาถามตน ขอให้ไปถามคนที่เขียนว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร





“มท.1”เข้มโปร่งใสกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าตำบล 5 ล้าน 
 
          พล.อ.อนุพงษ์  กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้าน) ว่า ตนได้เน้นย้ำในส่วนของการเขียนโครงการจะต้องเป็นความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง  ผู้ว่าราชการจังหวัด  และนายอำเภอ  จะต้องกลั่นกรองความเหมาะสม  มันได้สร้างความเข้มแข็ง  กระตุ้นเศรษฐกิจต่อประชาชนหรือไม่   ซึ่งหน่วยงานที่จะไปตรวจสอบความไม่โปร่งใสของโครงการ  คือสำนักงบประมาณ  ที่จะเข้าไปร่วมดูแล โดยมีสำนักงานเขตของสำนักงบประมาณคอยดูแลในส่วนนี้  มีความเหมาะสมและสมบูรณ์เหมาะแก่การดำเนินโครงการ  
 
          “ในส่วนของการปฏิบัติมีขั้นตอนของกรมบัญชีกลางได้กำหนดแล้วจะทำได้อย่างไร  มันมีรายละเอียดมาก  ผมได้ให้นโยบายกรมการปกครองนำข้อกำหนดของสำนักงบประมาณและของกรมบัญชีกลางมอบให้กับผู้ปฏิบัติให้ชัดเจน  อย่าให้เกิดข้อผิดพลาด  แล้วให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทางที่ประชุมมีความเห็นว่าเรามีกลไกของคณะกรรมร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) อยู่ในพื้นที่แล้ว  อาทิ หอการค้า และสภาอุตสาหกรรม  ดังนั้นผมจึงมั่นใจเมื่อแผนงานโครงการต่างๆ อนุมัติแล้ว  ในขั้นปฏิบัติ  อย่างน้อยต้องถูกต้องตามกฏหมาย กระทรวงมหาดไทยเองได้มีการร่วมมือกับองค์กรต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ถือว่าจะช่วยให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น” รมว.มหาดไทย กล่าว
          
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแต่ละพื้นที่ยังมีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการทำความเข้าใจหรือไม่  พล.อ.อนุพงษ์  กล่าวว่า เรื่องนี้ตนว่าสื่อไม่เข้าใจขณะนี้ไม่มีปัญหา  ของเดิมที่มีปัญหาของ 5 ล้าน ก็คือก่อนหน้านี้มันมีโครงการที่มีการหักงบประมาณออกไปในพื้นที่เดียวกัน  แต่ในขณะนี้สำนักงบประมาณบอกว่า ถ้าในพื้นที่เดียวกัน แต่ไม่ซ้ำซ้อนกันก็จะไม่มีการหักงบประมาณ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคในพื้นที่แต่ละตำบล  อย่างไรก็ตามการพิจารณาตามแต่ละพื้นที่ยังไม่จบ  ถ้าพื้นที่ไหนไม่ซ้ำซ้อนก็ได้เต็ม 5 ล้าน พื้นที่ไหนซ้ำซ้อนก็โดนหัก