ข่าว

ประเด็นเรื่องพม่าในความสัมพันธ์ของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

ประเด็นเรื่องพม่าในความสัมพันธ์ของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

23 ก.ค. 2552

ที่จั่วหัวไว้ด้วยคำว่าประเด็นเรื่องพม่านั้นก็ถอดความมาจากคำว่า Burma/Myanmar Issue นั่นแหละครับ เพราะเอาเข้าจริงแล้วเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับไทยนั้นก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ทุกที เมื่อมีการประชุมระหว่าง

ที่ผ่านมาเราจะติดอยู่กับกรอบการมองและแก้ปัญหาพม่าในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ในความหมายที่ว่า ประการแรก เรามองว่ารัฐบาลพม่านั้นไม่ได้อยู่ในมาตรฐานประชาธิปไตย และเราก็บี้ให้รัฐบาลของเรา (รวมทั้งรัฐบาลประเทศอื่นๆ) ใช้มาตรการทางการทูตและมาตรการทางเศรษฐกิจกับพม่า

 สิ่งที่รัฐบาลเหล่านั้น (รวมทั้งรัฐบาลเราเอง) ตอบก็คือ เราจะต้อง "เกี่ยวพันอย่างสร้างสรรค์" กับพม่า ในความหมายว่า สิ่งที่รัฐบาลพม่าทำ (กับประชาชนของเขา) นั้นเป็นเรื่อง "ภายใน" ดังนั้นจึงควรให้มีการจัดการอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 นอกจากนี้แล้ว อีกประเด็นหนึ่งซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในประเด็นของการเกี่ยวพันกับพม่านั้นก็คือ เราจะบอยคอตพม่าหรือจะแก้ปัญหาพม่าโดยการยอมรับความไม่เป็นธรรมของรัฐบาลพม่าเสียก่อนแล้วค่อยเจรจาไปเรื่อยๆ และต้องยอมที่จะปล่อยให้มีค่าใช้จ่ายและการรั่วไหลของ "ความช่วยเหลือ"

 ทั้งนี้เพราะว่า ถ้าเกิดการบอยคอต (งด/ตัดความช่วยเหลือ) กับพม่าแล้ว สิ่งที่จะตามมาก็คือ คนที่จะโดนผลกระทบมากที่สุดก็คือประชาชนตาดำๆ มากกว่าตัวรัฐบาลทหารเพราะคนที่อยู่ในอำนาจเหล่านี้จะมีหนทางในการรับผลกระทบท้ายที่สุด

 ดังนั้น หนึ่งในหนทางที่จะเกี่ยวพันกับพม่านั้นก็คือการทำให้เรื่องพม่าเป็นปัญหาภายในประเทศของเรา และภูมิภาคของเราเสียก่อน นั่นก็คือแทนที่จะกดดันรัฐบาลเราหรือรัฐบาลทหารพม่า เราก็ควรจะหันมาใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความโปร่งใสในการตรวจสอบภาคเอกชนในประเทศเราว่าเข้าไปลงทุนอะไรในพม่าแล้วทำอะไรให้ประชาชนเขาเดือดร้อนบ้าง

 เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และทำให้เราสามารถใช้ปัญญาในการตั้งคำถามอะไรได้อีกมากมาย เพราะในผิวหน้าแล้ว เราอาจจะเจอข้ออ้างที่ว่า การเข้าไปลงทุนในพม่าอาจจะส่งเสริมเศรษฐกิจพม่า และประชาชนพม่า แต่เมื่อเราเข้าไปพิจารณาแล้ว จะพบว่าเราต้องพิจารณาทั้งสองด้าน ก็คือการเพิ่มโอกาสของคนในพม่านั้นเป็นการเพิ่มโอกาสให้คนชั้นนำแค่ไหน และคนกลุ่มไหน และคนกลุ่มไหนเสียประโยชน์บ้าง

 ดังนั้นท่ามกลางความพยายามในการเกี่ยวพันกับพม่า เราน่าจะเรียกร้องให้สื่อเปิดเผยและติดตามว่ามีบริษัทของภูมิภาค และของไทยกี่บริษัทที่ไปลงทุนในพม่า เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในพม่า ใครได้ ใครเสียอะไรบ้าง และมีใครถือหุ้นในบริษัทเหล่านั้นบ้าง

 เรื่องเหล่านี้คงไม่ใช่ทางออกเดียวในเรื่องพม่า แต่อย่างน้อยก็เป็นการทำให้เรื่องพม่าเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันในประเทศเสียก่อน และน่าจะมีนัยในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงในกระบวนทัศน์เรื่องของนโยบายต่างประเทศที่น่าสนใจ เพราะเริ่มจากความเข้าใจความเกี่ยวพันของกลุ่มต่างๆ ในสังคมกับพม่า แทนที่จะเหมารวมว่าเป็นเรื่องของประเทศต่อประเทศ และรัฐบาลต่อเอกชน

 แต่เป็นนิมิตหมายใหม่ของความเกี่ยวพันระหว่างภาคประชาชนกับภาคเอกชน และทำให้เรามีความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงท่าทีของเราต่อประเทศอื่นๆ ผ่านความเข้าใจและความพยายามต่อรองกับโครงสร้างอำนาจที่เอกชนสามารถมีอิทธิพลต่อรัฐบาลเราเองและรัฐบาลพม่าได้