
อุยกูร์:ปัญหามุสลิมในจีน(1)
อุยกูร์:ปัญหามุสลิมในจีน(1) : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์
ขณะเกิดเหตุระเบิดที่ราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ผมยังอยู่ที่เมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เพื่อร่วมงานสัมมนา “ซินเจียง ดีเวล็อปเมนต์ ฟอรั่ม” ซึ่งมีเพื่อนนักวิชาการจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมกว่า 30 ประเทศทั่วโลก
ในงานนี้นอกจากพวกเราจะได้มีโอกาสลงไปสัมผัสชีวิตจริงของชาวอุยกูร์ และเรียนรู้นโยบายการพัฒนาซินเจียงของรัฐบาลจีนแล้ว เรายังมีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างกันเกี่ยวกับปัญหามุสลิมจีน (อย่างไม่เป็นทางการ) ทั้งระหว่างรับประทานอาหารด้วยกัน และระหว่างเดินทางไปดูโครงการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ อีกด้วย
นักวิชาการจากประเทศต่างๆ เหล่านี้ แม้จะมาจากคนละทิศละทาง แต่ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาด้วยกันทั้งสิ้น ยกเว้นผมที่สนใจเรื่องมุสลิมศึกษา และไม่ค่อยมีความรู้เรื่องจีนเท่าไหร่นัก แต่จะว่าไปแล้วผมก็ไม่ได้มาผิดเวที เพราะประชากรส่วนใหญ่ของซินเจียงกว่าร้อยละ 45 เป็นมุสลิมอุยกูร์ที่มีประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์-ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมใกล้ชิดเชื่อมโยงกับมุสลิมในเอเชียกลางมากกว่าที่จะใกล้ชิดกับจีน
ชาวอุยกูร์เป็นชนชาติหนึ่งที่สังกัดอยู่ในชาติพันธุ์เติร์ก พวกเขาตั้งรกรากอยู่ในแผ่นดินที่แต่ก่อนเรียกกันว่า “เตอร์กิสถาน” มากว่า 2,000 ปีแล้วก่อนที่จีนจะเริ่มเข้ามามีอิทธิพลอย่างจริงจังในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งต่อมาหลังจากที่จีนตีกรอบเส้นเขตแดนของประเทศ ก็ได้เปลี่ยนชื่อดินแดนแห่งนี้เสียใหม่ว่า “ซินเจียง” แปลว่า “ดินแดนใหม่” ในช่วงปลายของศตวรรษที่ 19 นี้เอง
ศาสนาอิสลามแพร่เข้ามาในดินแดนของชาวเติร์กในเอเชียกลางผ่านพ่อค้าอาหรับตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ครั้นถึงศตวรรษที่ 10 ชาวอุยกูร์ก็กลายเป็นมุสลิมเสียเป็นส่วนใหญ่ ดินแดนที่ขณะนี้เรียกว่า ซินเจียง ถือเป็นจุดเชื่อมจีนเข้ากับเอเชียกลางและเอเชียใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ซินเจียงในอดีตเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคที่มีการค้าบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) ศูนย์กลางการค้าอย่างนครคาชการ์ เคยเป็นเมืองที่มีความเจริญอย่างมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมอิสลามในแถบนี้
ด้วยเหตุนี้ ชาวมุสลิมอุยกูร์จึงถูกจดจำในประวัติศาสตร์ของโลกมุสลิมว่าเป็นกลุ่มคนที่มีส่วนช่วยก่อร่างสร้างอารยธรรมอิสลามที่เจริญรุ่งเรือง นอกจากนั้น พวกเขายังเป็นส่วนหนึ่งของชาวเติร์กที่เคยปกครองโลกมุสลิมในยุคกลางผ่านการสถาปนาอาณาจักรใหญ่ๆ อย่างอาณาจักรซัลญูคเติร์กและอาณาจักรออตโตมันเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรสุดท้ายของโลกมุสลิม
แม้วันนี้อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวเติร์กโดยรวม จะสิ้นสลายไปแล้วเป็นร้อยปี แต่กลุ่มชนชาติเติร์กเหล่านี้ก็ยังมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกลุ่มคนในสายเลือดเติร์กเดียวกันอย่างมาก
ศูนย์กลางของชาวเติร์กในปัจจุบันคือประเทศตุรกี ขณะที่เราจะพบเห็นชาวเติร์กอยู่อาศัยกันในหลายพื้นที่ ไล่ตั้งแต่ดินแดนซินเจียงของจีน ประเทศต่างๆ ในเอเชียกลางและตะวันออกกลาง ตลอดรวมถึงอิหร่าน หรือแม้แต่ในยุโรปหลายประเทศ โดยเฉพาะเยอรมนี
ชาวเติร์กใน



