ข่าว

ร่างทรงตัวละครกับโลกหลังสมัยใหม่

ร่างทรงตัวละครกับโลกหลังสมัยใหม่

02 ต.ค. 2558

ร่างทรงตัวละครกับโลกหลังสมัยใหม่

           ทุกวันนี้เราต่างพากันเดินทางมาถึงยุคสมัยที่นักวิชาการเรียกกันว่า ภาวะ “หลังสมัยใหม่” หรือ “โพสต์โมเดิร์น” โดยมีตัวเร่งสำคัญคือ เทคโนโลยีการสื่อสาร โดยเฉพาะการแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดการแตกกระจายทางวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้น โลกยุคหลังสมัยใหม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์เกี่ยวกับพื้นที่และเวลาของมนุษย์ รวมถึงประสบการณ์ การเกิดขึ้นของอัตลักษณ์ ตัวตนและวัฒนธรรมแบบใหม่ๆ สังคมไทยก็ไม่ต่างจากสังคมอื่น ที่เดินทางมาถึงจุดนี้เรียบร้อยแล้ว

          ลักษณะเด่นประการหนึ่งของความเป็นหลังสมัยใหม่ก็คือ การเปลี่ยนแปลงความคิดเกี่ยวกับ ความรู้ ความจริง และความหมายของสิ่งต่างๆ เรามาถึงจุดที่ความจริงกลายเป็นเรื่องที่ไม่ใช่สิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอนอีกต่อไป หากแต่สามารถเปลี่ยนได้รายวัน และในบางครั้งมันอาจกลายเป็นเท็จ ความจริงกลายเป็นเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทั้งความจริงและความเท็จสามารถแทนที่กันได้ อะไรก็ตามที่เรายอมรับกันว่าเป็นความจริงในวันนี้ มันอาจกลายเป็นสิ่งไม่จริงในวันพรุ่งนี้ก็ได้ ทำนองเดียวกัน อะไรที่เราเห็นว่าเคยเป็นเท็จ มันอาจตาลปัตรกลายเป็นความจริง

          บางคนอาจเห็นว่า นี่คือยุคแห่งความสับสนอลหม่าน ความจริงกับความลวงมันคืออะไรกันแน่ ดังที่คนไทยส่วนหนึ่งพากันสับสนงุนงงว่า ปรากฏการณ์ร่างทรงตัวละครจากวรรณคดีมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อตัวละครเหล่านั้นอยู่ในโลกสมมุติและจินตนาการ ตัวละครในวรรณคดีไม่เคยมีอยู่จริงในโลกของความจริง แต่วันนี้ ตัวละครเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นขุนช้าง นางพันธุรัต นางผีเสื้อสมุทร กำลังถูกคนกลุ่มหนึ่งอุปโลกน์ให้มีตัวตนในโลกของความเชื่อ อันเป็นโลกที่อยู่ในมิติของจิตวิญญาณ จนสามารถประทับทรงเข้าร่างคนทรงได้แล้ว แค่ร่างทรงเจ้าพ่อหรือเทพเจ้านั่นนี่ เราก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่อยู่ๆ ตัวละครในวรรณคดีกลับมามีชีวิตอยู่ในร่างทรง สามารถประทับทรงได้นี่สิ จะให้อธิบายว่าอย่างไร

          นี่คือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง หากลองสำรวจกันจริงๆ อาจพบว่ามีคนที่เชื่อมีมากกว่าคนที่ไม่เชื่อด้วยซ้ำไป สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ ร่างทรงตัวละครเหล่านี้ มันถูกนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง และเผยแพร่ไปในเวลาอันรวดเร็ว เป้าหมายของมันคือผลประโยชน์ทางธุรกิจ ร่างทรงตัวละคร กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ของผลิตภัณฑ์ทางไสยศาสตร์ เป็นสินค้าตัวใหม่ของตลาดสินค้าความเชื่อ ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของยุคสมัย อันเป็นผลิตผลของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ปรากฏการณ์ร่างทรงสื่อสังคมออนไลน์ คือการผสมพันธุ์ของความเชื่อทางไสยศาสตร์กับเทคโนโลยีสารสนเทศ มันคือการหลอมรวมระหว่างโลกของวิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์ ข้างหนึ่งถูกมองว่าเป็นภาพแทนของความก้าวหน้า ขณะอีกข้างถูกมองว่าเป็นภาพแทนของความงมงายล้าหลัง นักวิชาการคนหนึ่งเคยให้ทัศนะต่อปรากฏการณ์ร่างทรงตัวละครในโลกสังคมออนไลน์ว่า เราใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ แต่เราไม่มีมโนทัศน์แบบวิทยาศาสตร์ เราเอาแต่เทคโนโลยีมาใช้ ขณะเรามีความคิดที่งมงายล้าหลัง ที่มันยังดำรงอยู่ได้เพราะยังมีคนที่มีมโนทัศน์แบบโบราณอยู่

          นักวิชาการท่านนี้ก็อาจเหมือนคนจำนวนมาก ที่ยังมีวิธีคิดเชิงเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์ ยอมรับในความเป็นเหตุผลและความจริง มองว่าไสยศาสตร์เป็นเรื่องความเชื่องมงายล้าหลัง วิทยาศาสตร์คือความจริง ไสยศาสตร์คือความเท็จ ไม่แปลกที่เรามองเช่นนี้ เพราะเราถูกสังคมหล่อหลอมให้คิดแบบนี้ แต่ในโลกของสังคมหลังสมัยใหม่ วิธีคิดแบบคู่ตรงข้ามเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้อีกต่อไป บอกแล้วว่า ในโลกหลังสมัยใหม่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ความเท็จกับความจริงมันสามารถแทนที่กันได้เสมอ ยุคของโลกหลังสมัยใหม่คือยุคของการผสมผสานข้ามสายพันธุ์ ข้ามชนิดและข้ามขั้ว ข้ามยุค ข้ามสมัย มันอยู่นอกเหนือบรรทัดฐานแบบเดิมๆ แต่ทั้งหมดมันมีผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมทั้งสิ้น

          รายการทีวีช่องหนึ่งเคยเชิญบรรดาร่างทรงตัวละครในวรรณคดีมาออกรายการเชิงตอบโต้ เพื่อเค้นหาความจริงจากคนสองกลุ่ม คือกลุ่มของร่างทรงกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและคอยจับผิด รายการนี้ดูเหมือนจะพยายามหาคำตอบ และข้อสรุปให้ได้ นักวิชาการบางคนแสดงความเป็นห่วงบ่วงใย พฤติกรรมของคนในสังคมในลักษณะนี้ พร้อมตั้งคำถามถึงสถาบันที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา ศาสนา และแม้แต่กฎหมาย ทำนองว่า ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

          มันจะไม่มีข้อสรุป เพราะมันเป็นวิถีทางของสังคมที่เปลี่ยนไป คำถามก็คือว่า เราจะบีบเค้นมันเพื่อชี้ผิดชี้ถูก หรือว่าเราควรทำความเข้าใจบริบทของเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมที่กำลังเปลี่ยนไปเพื่อให้เข้าใจปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้อย่างถ่องแท้.