ข่าว

เปิดโรงเรียนสวนกระแสไม่มีแม้แต่‘ทีวี’

เปิดโรงเรียนสวนกระแสไม่มีแม้แต่‘ทีวี’

03 ต.ค. 2558

เวิลด์วาไรตี้ : เปิดโรงเรียนสวนกระแส ไม่มีแม้แต่ ‘ทีวี’

 
        อังกฤษนับเป็นประเทศพัฒนาแล้ว หลักสูตรการเรียนการสอนในอังกฤษนั้นมีการผสานเอาเทคโนโลยีด้านต่างๆ เข้าไปให้นักเรียนได้เรียนรู้และใช้งานอย่างเข้าใจตั้งแต่ยังเล็กเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อนำไปคิดต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกมาในอนาคต เมื่อพวกเขาอยู่ในวัยทำงาน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นเด็กๆ ในประเทศนี้ใช้งานคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่างคล่องแคล่ว
 
        แต่ในมุมหนึ่งของกรุงลอนดอน เมืองหลวงอังกฤษ กลับมีโรงเรียนชื่อ “ลอนดอน เอคอร์น สคูล” ที่เปิดหลักสูตรการเรียนรู้ของเด็ก “สวนกระแส” การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนในโรงเรียนแห่งนี้ที่ไม่มีแม้กระทั่งจอโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เป็นอุปกรณ์ประกอบการเรียนรู้
 
        ยิ่งไปกว่านั้นนักเรียนอายุน้อยที่เข้าเรียนในหลักสูตรของลอนดอน เอคอร์น สคูล ยังถูกห้ามไม่ให้สัมผัสกับคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แม้กระทั่งโทรทัศน์ระหว่างอยู่ที่บ้านของตนเองตลอดเวลา แม้กระทั่งจะอยู่ในช่วงปิดภาคการศึกษาก็ตาม
 
 
เปิดโรงเรียนสวนกระแสไม่มีแม้แต่‘ทีวี’
 
 
        โรงเรียนแห่งนี้ต้องอาศัยผู้ปกครองที่มีความเข้มงวดและให้เวลากับเด็กๆ  ได้ เพื่อควบคุมไม่ให้เด็กนักเรียนของโรงเรียนละเมิดกฎของโรงเรียน และผู้ปกครองต้องมีฐานะดี เพราะค่าเล่าเรียนสูงถึง 11,000 ปอนด์ หรือราว 5 แสนบาทต่อปี
 
        ปัจจุบันลอนดอน เอคอร์น มีนักเรียน 42 คน ขณะที่ชั้นเรียนทั้งหมดรับเด็กได้ 84 คน ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กอายุ 14 ปี
 
        นักเรียนจะเรียนรู้ทักษะต่างๆ แบบแมนนวล หรือใช้มือเป็นหลัก ไม้มีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วย เว้นแต่ในหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนอายุ 14 ปี และเด็กนักเรียนของโรงเรียนจะเริ่มดูทีวีได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น โดยจะเริ่มจากสารคดี และรายการที่พ่อแม่คัดเลือกมาให้แล้ว
 
        ในโรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้จะเห็นเด็กนักเรียนเรียนการทำงานไม้ ถักเครื่องนุ่งห่ม เย็บผ้า ทำอาหาร ด้วยตัวเอง
 
        ปรัชญาของโรงเรียนกล่าวไว้ว่า “เราต่อต้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดไม่ให้สัมผัสกับเด็กเล็ก และมีการเรียนรู้เชิงบูรณาการในวัยรุ่น ซึ่งรวมไปถึงอินเทอร์เน็ต และในโรงเรียนแห่งนี้ที่คุณเลือกแล้ว คุณจะต้องสนับสนุนแนวความคิดนี้ไม่ว่าโดยส่วนตัวนั้นคุณจะคิดเช่นใด”
 
 
เปิดโรงเรียนสวนกระแสไม่มีแม้แต่‘ทีวี’
 
 
        ลอนดอน เอคอร์น อาจจะเป็นโรงเรียนแนวคิดใหม่ที่เลือกช่วงวัยในการรับรู้และสัมผัสกับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้นักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาขององค์การความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ที่ระบุว่าการลงทุนในคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีใหม่ใส่ไปในห้องเรียนเป็นจำนวนมากนั้น ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพของนักเรียนมากนักเมื่อเทียบกับจำนวนความถี่ในการใช้งานคอมพิวเตอร์
 
        ขณะที่ผลการศึกษาอีกฉบับหนึ่งแสดงความกังวลว่าการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในกลุ่มเด็กอายุน้อยจะมีผลกระทบในเชิงลบและก่อให้เกิดพฤติกรรมที่เลวร้ายในกลุ่มเด็กที่ใช้โทรศัพท์มือถือและไอแพดในห้องเรียน
 
        นายเควิน เบอร์เชลล์ คุณพ่อของน้องคาร์เมน วัย 12 ปีหนึ่งในนักเรียนของโรงเรียนลอนดอน เอคอร์น ให้ความเห็นว่าการเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ครอบครัวจะต้องมีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก เพราะเงื่อนไขที่โรงเรียนตั้งขึ้นนั้นเป็นเรื่องพิเศษมากๆ และครอบครัวของตนก็รู้สึกตื่นเต้นกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว
 
        นอกจากนั้นทางครอบครัวของนายเควินก็ยอมรับว่าหลักสูตรของโรงเรียนแห่งนี้สร้างเด็กให้มีทักษะในการต่อสู้กับอิทธิพลของเทคโนโลยีบนหน้าจอต่างๆ ได้ดีขึ้น และเมื่อลูกของตนเองที่เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ 1 ปีใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ น้อยลง ก็ลดผลกระทบของวัฒนธรรมป๊อปที่แฝงเข้ามาผ่านหน้าจอต่างๆ ลงได้ และทำให้ลูกสาวมีเวลาทำเรื่องที่มีประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมาก
 
 
เปิดโรงเรียนสวนกระแสไม่มีแม้แต่‘ทีวี’
 
 
        ส่วนคาร์เมนเองก็สนุกไปกับการค้นหาทักษะใหม่ๆ ในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การฉลุไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ดีสาวน้อยคาร์เมนก็ยอมรับว่ารู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้างเมื่อต้องเจอกับเพื่อนต่างโรงเรียนที่มาอวดว่าฉันมีไอแพดไว้ใช้เล่นเกม แต่ตัวเองกลับถูกห้ามไม่ให้ใช้เทคโนโลยีเช่นนี้
 
        แม้ผู้เชี่ยวชาญจะวิจารณ์ว่าหลักสูตรเช่นนี้จะก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างเด็กที่เรียนรู้เทคโนโลยีกับกลุ่มที่ไม่ได้สัมผัสเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
 
        ผลจะออกมาอย่างไรก็คงต้องให้นักเรียนของโรงเรียนลอนดอน เอคอร์น เป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งเวลานั้นยังคงไม่มาถึงเพราะโรงเรียนแห่งนี้เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาได้เพียง 2 ปี