
ทนายมิตร มิตรชัยพบตำรวจขอเลื่อนนัด
ทนายมิตร มิตรชัยพบตำรวจขอเลื่อนนัด อ้างติดธุระด้านเจ้าตัวยังล่องหน กองปราบฯส่งคดีพ.ต.อ.ฟ้องให้สน.พหลโยธินดำเนินการเอง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ต.ค. นายยอดชาย สินนำสุข ทนายความของนายคีรีรัก สมณะบารมี หรือ“มิตร มิตรชัย”พระเอกลิเกชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วันชัย แฉ่งอารี พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เพื่อขอเลื่อนนัดเข้าพบพนักงานสอบสวน
นายยอดชาย กล่าวว่า นายคีรีรักติดภารกิจไม่สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนได้ในวันนี้ ประกอบกับยังรวบรวมเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน จึงยังอยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อมาพบพนักงานสอบสวน แต่ยังไม่ได้กำหนดวันนัดพบใหม่
พ.ต.อ.วันชัย กล่าวว่า วันนี้ที่ทนายของนายคีรีรักมาพบในวันนี้เพื่อขอเลื่อนนัดเท่านั้น ซึ่งตนอยากจะให้มาเข้าพบภายในสัปดาห์นี้ แต่หากยังขอเลื่อนนัดอีก ก็คงต้องขอออกหมายศาลเพื่อจับกุมตัวต่อไป
กองปราบฯส่งคดี‘พ.ต.อ.’ฟ้องให้สน.พหลโยธินดำเนินการเอง
ส่วนกรณีที่ พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ผกก.ฝ่ายสวัสดิการบ้านพักตำรวจ กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นางจิดาภา รอดโพธิ์ทอง อายุ 46 ปี ภรรยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภวเวส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายคีรีรัก และน.ส.ปรียา สมณะบารมี หรือ “แอน มิตรชัย” นักร้องนักแสดงสาวชื่อดัง ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน หลังจากพระเอกลิเกคนดังกล่าว ได้มาขอลงบันทึกประจำวัน ว่าถูก พ.ต.อ.ปจภณ ข่มขู่บังคับให้เซ็นสัญญาเงินกู้ ยอมรับสภาพหนี้ 35 ล้านบาท ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 1 ตุลาคม พ.ต.ท.วรพงษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาองค์ประกอบของคดี ว่าเข้าข่ายเป็นคดีที่ทาง บก.ป.จะรับคดีไว้หรือไม่ อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวคงต้องขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาที่จะพิจารณาและสั่งการ
ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.กล่าวว่า ภายหลังพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ได้รับเรื่องดังกล่าว ก็มีการนำเรื่องเสนอให้พิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งตนพิจารณาแล้ว เห็นว่ากรณีดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์หรือหน้างานที่ บก.ป.จะรับเรื่องไว้ จึงเตรียมประสานไปยังตำรวจท้องที่ สน.พหลโยธิน เพื่อรับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เนื่องจากในวันที่นายคีรีรัก เดินทางมาขอลงบันทึกประวันไว้เป็นหลักฐานกับทางพนักงานสอบสวน บก.ป.จนนำมาสู่กรณีที่ พ.ต.อ.ปจภณ เข้าแจ้งความดำเนินคดี นายคีรีรัก ในข้อหาหมิ่นประมาท นั้น อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของทาง สน.พหลโยธิน
ขณะที่ พ.ต.อ.ปจภณ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ตนได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อดำเนินคดีนายคีรีรัก ในข้อหาหมิ่นประมาท ไว้แล้ว นั้น แต่เนื่องจากเป็นคดีที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ บก.ป.จะรับคดีไว้พิจารณา จึงมีการส่งเรื่องให้กับตำรวจ สน.พหลโยธิน รับเรื่องไปดำเนินการต่อ ซึ่งตนก็เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาเดิม ตามที่มีการลงบันทึกประจำวันของนายคีรีรัก โดยไม่ได้พาดพิงถึงบุคคลใด อย่างไรก็ดี ขณะนี้ตนจะต้องรอดูการดำเนินการของทางพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เสียก่อน จึงจะพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานอื่นอีกหรือไม่อย่างไร



