
นายกฯปลื้ม!ร่วมถกยูเอ็นกลับถึงไทยคืนนี้
01 ต.ค. 2558
นายกฯยันนานาชาติเชื่อมั่นไทย ภูมิใจเป็นผู้แทนร่วมประชุมยูเอ็น เผยผู้นำหลายปท.แสดงความเสียใจเหตุระเบิดราชประสงค์ ภาคธุรกิจสหรัฐเข้าใจสถานการณ์ไทยยินดีค้าขายต่อ
1 ต.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เสร็จสิ้นภารกิจการเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติระดับผู้นำเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลัง ปี ค.ศ. 2015 และการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว และเดินทางกลับประเทศไทย ในเวลา 12.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง โดยเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 21.55 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ว่า มีความภาคภูมิใจ ในการเป็นผู้แทนของประเทศไทย เข้าร่วมประชุมสหประชาชาติ ครบรอบ 70 ปี ในการประชุมครั้งนี้ ได้พบปะกับผู้แทนต่างประเทศที่มาร่วมประชุม บางคนเพิ่งรู้จัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ห่างไกลประเทศไทย เป็นประเทศหมู่เกาะที่กำลังพัฒนา และได้หารือทวิภาคีหลายประเทศ ในโอกาสที่ไทยจะลงสมัครเป็นสมาชิกไม่ถาวร ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในโอกาสต่อไป จึงถือโอกาสหารือ เพราะจำเป็นต้องขยายตลาดของเราออกไปทั้งระดับบน กลาง และล่าง ในการเป็นศูนย์กระจายสินค้า
“ผู้นำหลายคนแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์ และยินดีที่ประเทศไทยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ซึ่งผมเชิญชวนให้มาเที่ยวประเทศไทย หลายคนบอกไม่ได้เดินทางมาประเทศไทยหลายปีแล้ว จึงบอกว่าหลายปีที่ไม่ได้มา มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะ ทุกอย่างปลอดภัย และคนไทยกำลังมีความสุข เรากำลังเดินหน้าประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องการท่องเที่ยว การค้าขาย การลงทุน แต่ปัญหาอยู่ที่เราจะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยได้เมื่อไร แต่คิดว่าทำได้ ถ้าคนไทยทุกคนช่วยกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มีโอกาสพบกับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีการประชุมร่วมกัน และร่วมงานเลี้ยงของประธานาธิบดีด้วย ซึ่งท่านก็ให้เกียรติตนเช่นเดิม เรามาในฐานะประเทศไทย เป็นสมาชิกของสมาคมโลก ได้สร้างความเข้าใจกับรัฐบาลของสหรัฐฯ สมาคมนักธุรกิจสหรัฐอเมริกา และได้ชี้แจงว่ายินดีที่จะมีการค้าขายกันต่อไป ซึ่งการลงทุนในสหรัฐฯ นับเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ซึ่งถือว่าสูงมาก
“เรากำลังปรับแก้เรื่องต่างๆ ให้ทันสมัยมากขึ้น อำนวยความสะดวกให้ทุกประเทศเข้ามาลงทุน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน เราไม่ได้ปิดกั้นใครเลย ยิ่งสถานการณ์ประเทศวันนี้ ที่หลายคนเป็นห่วง ผมบอกว่า อย่ามองตรงนี้เลย ให้มองว่า ผมจะใช้ทุกอย่างที่มีในปัจจุบันไปในทางสร้างสรรค์ และทำให้เกิดผลประโยชน์วันข้างหน้า มากกว่าที่จะมาทำให้ทุกอย่างทำไม่ได้ หรือช้าเกินไป ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย รัฐบาลแก้กฎหมายต่าง ๆ มาก ซึ่งภาคธุรกิจของสหรัฐอเมริกาเข้าใจ และยินดีที่จะร่วมมือกับเราในโอกาสต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่า ท่าทีของนานาชาติเชื่อมั่นประเทศไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาเชื่อมั่นอยู่แล้ว และรอดูว่าเราจะเดินหน้าอย่างไร ตนก็ยืนยันตามโรดแม็พ และชี้แจงผู้ใหญ่ของสหรัฐฯ ว่า ตามกติกาของประชาธิปไตยต้องมีรัฐธรรมนูญก่อน แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็ต้องร่างใหม่ ลงประชามติ ถ้าผ่านจึงจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน จะให้ทำอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญต้องฟังความคิดเห็นจากคนหลายๆ ฝ่าย เราต้องดูบริบทของสังคมไทยเหมือนกัน
“ผมไม่ได้ทำความผิดกับประเทศนี้ เรื่องส่วนตัวที่ผมเข้ามาคนละเรื่อง ที่ผมเข้ามา ผมทำทุกอย่าง บางเรื่องมีผลกระทบกับคน ประเด็นคือควรหรือไม่ควร ที่จะมาต่อต้านที่ผมกำลังแก้ไขในสิ่งไม่ดี ทุกคนรู้ปัญหา แต่ไม่ยอมแก้ และจะเรียกร้องความสงบ สันติจากใคร ใครจะทำให้ จะเรียกร้องกับประเทศอื่นหรือ ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีพอ มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาของเราได้ ให้เขายอมรับ เราเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลางแล้ว เหลือนิดเดียวจะหลุดตรงนี้ เราต้องเปลี่ยนความคิด มีวิสัยทัศน์ว่า จะเดินหน้าประเทศอย่างไร ถ้าเราไม่รู้ว่า เราจะมีอนาคต อย่างไร ประเทศไทยไปยาก” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การที่ประเทศไทยเราได้รับเลือกเป็นประธานในกลุ่ม จี 77 ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี ต้องชื่นชมทีมประเทศไทย และทูตที่ได้หารือมาโดยตลอด จนเมื่อเดือนเมษายน ถึงมีมติให้ประเทศไทยเป็นประธานกลุ่มนี้ เราจะได้มีโอกาสเป็นผู้นำในการพัฒนา รวมถึง การพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างความสมดุลใน 3 เสาหลัก ที่เราได้รับเลือก เพราะเรามีผลงานปรากฏ สามารถลดความยากจนได้พอสมควร
‘รัฐบาล’ ฟุ้ง ‘นายกฯ’ ประชุมยูเอ็นประสบความสำเร็จ ประชาคมโลกชื่นชมบทบาทไทย
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะอยู่ระหว่างเดินกลับจากการร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 70 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะเดินทางถึงประเทศไทย ในช่วงเวลาประมาณสามทุ่ม คืนนี้
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ประเทศไทยโดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ ประสบสำเร็จอย่างสูงยิ่งในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเลือกด้วยมติเอกฉันท์ให้เป็นประธาน กลุ่ม G77 ซึ่งเป็นการรวมกันของประเทศสมาชิกที่มีจำนวนมากที่สุดถึง 134 ประเทศ และถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรตินี้
“นอกจากนี้ประเทศไทยได้นำเสนอนิทรรศการต่อประชาคมโลก ภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งนายกฯ ยังได้รับเชิญให้แสดงวิสัยทัศน์ และกล่าวถ้อยแถลงในเวทีการประชุมใหญ่ และการประชุมย่อยซึ่งจัดคู่ขนานกันหลายครั้งหลายเวที อาทิ การกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดเรื่องการรักษาสันติภาพ การกล่าวถ้อยแถลงเพื่อแสดงจุดยืนและเจตจำนงของประเทศไทยในการส่งเสริมความเท่าเทียม ในบริบทสุขภาพโลกและความมั่นคงของมนุษย์ในช่วงการพัฒนา ภายหลังปี 2015 รวมถึงการแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อการส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและการส่งเสริมบทบาทสตรี ซึ่งทุกหัวข้อได้รับเสียงชื่นชมและยอมรับจากมิตรประเทศ”
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯ ยังได้เข้าพบและหารือทวิภาคีกับ นาย บัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ รวมทั้งหารือกับผู้นำของหลายประเทศ และพบปะกับคณะนักธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการลงทุนและการขยายธุรกิจในประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลาของการประชุม นายกฯได้รับกำลังใจจากพี่น้องชาวไทยในสหรัฐอเมริกาที่มาต้อนรับเป็นจำนวนมากทุกวัน จึงได้ฝากขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อความปรารถนาดีและพลังใจที่ทุกคนมีให้ ทั้งนี้ ขอให้ติดตามรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ซึ่งจะออกอากาศในคืนวันศุกร์นี้ โดยนายกฯ จะเปิดเผยผลการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ ครั้งนี้ด้วย
‘นายกฯ’ เผยสหรัฐฯยืนยันลงทุนในไทย ระบุอยู่ตรงกลางระหว่างประเทศมหาอำนาจ
1 ต.ค. วอยซ์ ออฟ อเมริกา ภาษาไทย (voathai) เปิดเผยการสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติระดับผู้นำเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลังปีค.ศ. 2015 และการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ถึงความสัมพันธ์ของไทย-สหรัฐฯ ว่า หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจกับอาเซียน เช่นเดียวกับสหรัฐฯที่มองเห็นศักยภาพของอาเซียนที่กำลังเจริญเติบโต ส่วนความขัดแย้งนั้น ตนไม่ได้มองถึง เพราะถือเป็นเรื่องธรรมดา วันนี้นโยบายด้านการต่างประเทศเกี่ยวกับการค้าการลงทุนไทยไม่ได้เลือกใคร เพราะโลกนี้มีการแข่งขันอย่างเสรี ซึ่งประเทศไทยต้องได้รับประโยชน์จากตรงนี้อย่างเท่าเทียม แต่เราก็ไม่สามารถคิดถึงแต่ตัวเอง รัฐบาลจึงได้มีนโยบายรวมกลุ่มกับอีก 10 ประเทศอาเซียนเพื่อหารือในการวางกรอบเศรษฐกิจ โดยแต่ละประเทศต้องรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพอย่างไรเพื่อลดการแข่งขันระหว่างกัน อย่างไรก็ตามสหรัฐฯเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับ 3 ของโลก และจากการพบปะสมาคมต่าง ๆ ด้านการลงทุนของสหรัฐฯกว่า 10 บริษัท ต่างยืนยันว่าพร้อมจะลงทุนในไทยต่อไป ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่จะไม่พูดถึงความไม่เป็นประชาธิปไตย เพียงแต่ว่าเรามีการแก้ไขกฎหมาย กติกาเกี่ยวกับการลงทุนมากน้อยเพียงใด และเขาจะได้สิทธิประโยชน์มากขึ้นหรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงจุดยืนของไทยต่อประเทศมหาอำนาจระหว่างสหรัฐฯกับจีนว่า วันนี้สหรัฐฯมีความเข้มแข็งเรื่องการค้าขายทางทะเล ขณะที่ประเทศจีนก็มีความพยายามเพิ่มเส้นทางการค้าทะเลมากขึ้นเพื่อหาตลาดใหม่ สร้างเส้นทางการค้าการขนส่ง ไทยในฐานะที่อยู่ตรงกลางจะต้องได้ประโยชน์จากทุกประเทศเหล่านี้ และจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน ไทยต้องไม่เทไปข้างใดข้างหนึ่ง ที่ผ่านมาก็ได้วางอยู่ลักษณะนี้มาโดยตลอด ไทยยืนอยู่ตรงกลางไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร แม้มีปัญหาบางเรื่อง เช่น การอพยพที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน และทำให้ไทยได้รับความเดือดร้อน แต่รัฐบาลยืนยันมาโดยตลอดทำตามหลักสิทธิมนุษยชน ดังนั้นเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรความสมดุลจึงจะเกิดขึ้น
สำหรับประเด็นด้านปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเทียร์ 3 ในรายงานประจำปีเรื่องการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำรัฐบาลก็ต้องยอมรับในความผิดพลาดของเรา ที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขเป็นเวลานาน เรื่องเหล่านี้ทางสหรัฐฯได้แจงเตือนมาหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่านๆมาไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควร เนื่องด้วยอาจคิดว่าคงไม่เกิดปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาจะต้องมีผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งแรงงานประมง เรือประมง แรงงานข้ามชาติ ซึ่งรัฐบาลแก้ไขทั้งหมด และการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์จึงต้องใช้เวลา
“ผมไม่คาดหวังเพราะเป็นเรื่องของเขา เมื่อเขาเป็นคนตั้งกติกาแล้วเราทำผิด ก็ต้องทำใหม่ ให้เขายอมรับเราให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ แน่นอนมันมีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก มีการร้องเรียนทั้งเรือประมง กระทบครอบครัว ผมเจ็บปวดแต่ก็ต้องทำ และหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรกับเขา หาอาชีพเสริมให้เขา รับซื้อเรือเปลี่ยนอาชีพของเขาได้หรือไม่ หรือหาอะไรที่เขาจะดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะเขาดำรงชีวิตแบบผิดๆมาเป็นเวลาหลายปี นี้คืออันตราย ถ้าไม่แก้วันนี้วันหน้าก็อันตราย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



