
จักรทิพย์คาดใช้เวลา3-4วันได้ความชัดเจนติดตามตัวอ๊อด
01 ต.ค. 2558
จักรทิพย์ คาดใช้เวลา 3-4 วันได้ความชัดเจนติดตามตัวอ๊อด พยุงวงศ์ ระบุสอบปากคำคนใกล้ชิดแล้ว
วันที่ 1 ตุลาคม 2558 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามตัว นายอ๊อด พยุงวงศ์ ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทรยังอยู่ระหว่างติดตามตัว และประสานข้อมูลกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลาดำเนินการ 3-4 วัน เนื่องจากนายอ๊อดเป็นบุคคลสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าเจ้าหน้าที่มีการติดตามลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านพักของนายอ๊อด และสอบปากคำบุคคลใกล้ชิดแล้ว
ส่วนข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงโยงประเด็นการเมือง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่า ส่วนตัวไม่ทราบแต่เป็นไปตามสำนวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดูแล ซึ่งเชื่อว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ และสามารถเชื่อมโยงรายละเอียดทั้งหมดได้ และมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมนายอ๊อดมาดำเนินคดีได้ เช่นเดียวกับนายซูแบร์ ชายเสื้อฟ้า ที่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวว่า หลบหนีไปประเทศใด แต่มีการประสานข้อมูลกับประเทศมาเลเซีย และประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการดำเนินการตามนโยบายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ให้หมดไปจากประเทศ
“สำหรับแนวคิดที่จะเปลี่ยนคณะทำงาน เบื้องต้นยังไม่มีแนวคิดเปลี่ยนชุดทำงาน เพราะเชื่อมั่นฝีมือการทำงานของชุดทำงานเดิม แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าชุดที่ตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบ ที่ต้องมอบให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใดคนหนึ่งดูแล ส่วนตัวเองจะไปดูภาพรวมและนโยบายในการทำงาน” พล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุ
นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังระบุอีกว่า จากเหตุระเบิดที่ประเทศจีน ก่อนวันชาติจีน ตนได้มีการวิทยุสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสถานทูตจีน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ให้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ซึ่งยังไม่พบความผิดปกติ หรือข้อมูลผู้ก่อการร้ายเข้ามาในประเทศไทยแต่อย่างใด
“ผบ.ตร.” คนใหม่ประชุมมอบหมายนโยบายการทำงาน
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ประชุมวางนโยบายการปฏิบัติ ภายหลังที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นวันแรก โดยแบ่งเป็น 10 สายงาน ตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเทียบเท่า คือ งานบริหาร 1 งานด้านพัสดุ พลาธิการ กำลังพล มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุพร พันธุ์เสือ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะที่สายงานบริหาร 2 ซึ่งดูแลงานการเงิน อบรม และวินัย มี พล.ต.อ.ชัยยง กีรติขร รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำหรับสายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 1 ซึ่งดูแล บช.น. บช.ภ.1 2 7 และบช.ก. เว้น บก.ทท. บก.ทล. และบก.ปอท. รวมทั้งงานยาเสพติดในพื้นที่มี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 2 ดูแล บช.ภ. 3 5 และ 8 กองแผนงานอาชญากรรม สยศ.ตร. งานสพฐ.และยาเสพติดในพื้นที่ มี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 3 กำกับดูแล บช.6 งานสพฐ.และยาเสพติดในพื้นที่ มี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำหรับงานสาย กฎหมาย(กม.) มี พล.ต.อ.สุพร รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง ที่กำกับกดูแล สตม. ตชด. ศชต. บช.ส. ศปก.ตร.สน. จ.ยะลา กองบังคับการอารักขาและการฝึก บช.น. มีพล.ต.ท.เดชณรงค์ รักษาการแทนเป็นที่ปรึกษา(สบ10) สายงานต่างประเทศ กำกับ ตท. ไอเลีย บก.จร. บก.ทล.(ในงานอาเซียน และต่างประเทศ) บก.ทท. มีพล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพลลภ เป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สายงานกิจการพิเศษ และจราจร กำกับ บก.จร. บก.อคฝ. บก.ป.(ในงานถวายความปลอดภัย และบก.ทล.และ บก.ปอท. มี พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา(สบ.10) ขณะที่งานจเรตำรวจ มี พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รรท.จตช.เป็นหัวหน้า
ขณะที่มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ มอบหมายให้ รองผบ.ตร.-ผู้ช่วยผบ.ตร.กำกับดูแลศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ดังนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด ตร. พล.ต.อ.วุฒิ เป็นผอ.ศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และศูนย์อาเซียน ,พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เป็นผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ต.อ.สุพร เป็น ผอ.ศูนย์คนหายและศพนิรนาม, พล.ต.อ.ชัยยง เป็นผอ.ศูนย์ปราบปรามสินค้าทางน้ำ พล.ต.อ.ชัยยะ เป็น ผอ.ศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อน พล.ต.อ.วินัย เป็นผอ.ปราบปราบการโจรกรรมรถ พล.ต.ท.หาญพล เป็นผอ.ศูนย์ปราบปราม ผู้มีอิทธิพล และ พล.ต.ท.ศรีวราห์ เป็นผอ. ศูนย์ปราบปรามการค้ามนุษย์



