
ไส้ศึก-ปฏิปักษ์ ณ เมืองสารขัณฑ์
คดียิงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรและผู้ก่อตั้งเอเอสทีวี นอกจากจะทำให้เห็นแง่มุมต่างๆ อันเป็นแบบฉบับของกลุ่มคนมีอำนาจในแบบไทยๆ ที่สูญเสียประโยชน์และต้องการดุลแห่งอำนาจกลับคืนมาแล้ว ยังทำให้เห็นถึงสัจธรรมในแวดวงสีกากี และเป็นบทพิสูจน์ธาตุแท้ของตำรวจชุ
เท่าที่ความจริงถูกเปิดเผยออกมาทำให้สังคมได้รับรู้ว่า คนอยู่เบื้องหลังนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน และมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับขุมอำนาจอื่นๆ ระโยงระยาง ซึ่งในที่สุดแล้วก็คงสาวไปไม่ใกล้คืบไปไม่ถึง
ตำรวจหลายคนถูกข่มขู่ กดดัน หรือแม้แต่บีบบังคับให้ยุติการค้นหาความจริง หลายคนยอมก้มหัวให้ บางคนยอมล่าถอย และอีกจำนวนหนึ่งยืนหยัดต่อสู้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายที่พวกเขาเชื่อมั่น และใช้ปฏิบัติกับประชาชนทุกคนในประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้นว่าจะสูงต่ำดำขาวหรือมียศถาบรรดาศักดิ์
กรณีนี้ยังชี้ให้เห็นถึงระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนในวงการตำรวจ ที่อยู่ในรูปของการโอบอุ้มได้เป็นอย่างดี คือเมื่อมีการร้องขอก็พร้อมจะสนองตอบ โดยมีผลต่างตอบแทนเป็นรางวัลจูงใจ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.หัวหน้าพนักงานสอบสวนเองก็ตระหนักดี ถึงกับเปรยออกมาดังๆ ว่าคดีนี้มีไส้ศึก !?!
คำว่า "ไส้ศึก" มีความหมายตามพจนานุกรมว่า ผู้ที่นำความลับในหมู่ที่ตัวร่วมด้วยไปบอกแก่คนอื่นที่เป็นปฏิปักษ์
ส่วน "ปฏิปักษ์" หมายความถึง ฝ่ายตรงข้าม ข้าศึก ศัตรู คู่ปรับ คู่ต่อสู้ และปรปักษ์
กรณีนี้ไส้ศึกพอจะเข้าใจได้แล้วว่า เป็นตำรวจและต้องเป็นคนในที่รู้ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเป็นอย่างดี แต่ปฏิปักษ์ในที่นี้ยังคลุมเครืออยู่ว่า จะจำกัดอยู่เฉพาะคนวงนอกเท่านั้นหรือ ด้วยความจริงข้อนี้จึงทำให้มือที่มองไม่เห็นนี้น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าไส้ศึกและปฏิปักษ์คนนอก ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น่าจะสะสางไปในคราวเดียวกันเลย
อ่อ ตอนนี้ในเมืองสารขัณฑ์ตั้งกระทู้พูดคุยกันสนุกปาก ทำนองว่าไส้ศึกกับปฏิปักษ์เจรจากัน คนหนึ่งพูดเรื่องเงื่อนไขและตำแหน่ง หากจบลงตรงนี้โดยที่อีกฝ่ายไม่เห็นชอบเรียกว่า "แบล็กเมล์" หรือการขู่ว่าจะแฉความลับแล้วเรียกร้องสิ่งแลกเปลี่ยน แต่บังเอิญอีกฝ่ายก็สัมฤทธิ์ในข้อเสนอ
ดังนี้จึงเรียกรวมๆ ว่า "บรรลุข้อตกลง" ขอรับ (ฮา) !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



