ข่าว

‘อยากเป็นประชาธิปไตยที่ไม่ขัดแย้ง’

‘อยากเป็นประชาธิปไตยที่ไม่ขัดแย้ง’

01 ต.ค. 2558

เปิดบทสัมภาษณ์‘บิ๊กตู่’จากเวทียูเอ็น‘อยากเป็นประชาธิปไตยที่ไม่ขัดแย้ง’

              การเดินทางเข้าร่วมประชุมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ในเวทีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 70 ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถือเป็นภารกิจที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญ และจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะท่าทีของนานาประเทศที่กำลังจับจ้องผู้นำไทยด้วยความกังขาว่า นายกรัฐมนตรีที่มาจากรัฐบาลทหารจะมีวิสัยทัศน์ในการนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใด

แม้จะเป็นภารกิจที่หิน แต่การเดินทางครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ถือโอกาสใช้เวทีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติชี้แจงถึงความจำเป็นที่ต้องทำการรัฐประหาร และทิศทางในการบริหารประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมุ่งเน้นให้ประเทศปราศจากความแตกแยก รวมทั้งทิศทางการกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยของไทยเพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็พที่วางไว้ พร้อมทั้งการพูดถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองโดยเฉพาะเหตุการณ์ระบิดราชประสงค์

              ทั้งนี้ “วีโอเอ” ภาคภาษาไทยเผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษนายกรัฐมนตรีระหว่างการร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติว่า สิ่งแรกที่ประทับใจคือทุกคนรู้ว่า ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น เช่นสถานการณ์รุนแรงที่ศาลท้าวมหาพรหม ทุกประเทศรู้สึกเสียใจ และเสียดาย เพราะประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีความสงบสุข เป็นเมืองที่น่าท่องเทียว และปลอดภัยมาเป็นเวลานาน จึงได้ขอบคุณผู้นำประเทศต่างๆ

              นอกจากนี้ ประเทศอื่นๆ ยังชื่นชมว่าเราแก้ไขสถานการณ์ได้รวดเร็ว วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ ทำให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทยในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ขอขอบคุณมิตรประเทศที่ส่งกำลังใจให้ประเทศไทย และขอขอบคุณที่หลายประเทศยืนยันจะให้คนมาเที่ยวในประเทศต่อไป สิ่งนี้ถือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนในยามยาก ที่ผ่านมาเราทำให้เพื่อนเข้าใจเรา เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกที่ในโลก เพราะบ้านเมืองใหญ่ขึ้นคนเยอะขึ้น คนไม่ดีคนเลวเยอะขึ้น ดังนั้นเราต้องมีมาตรการรองรับความเสี่ยงให้ได้
 
              “ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นนั้น อยากจะชี้แจงว่า วันนี้ใช้อำนาจน้อยที่สุด คนที่มากล่าวอ้างอาจจะในสังคมต่างประเทศบ้างว่า ปิดกั้น ผมไม่เคยปิดกั้น ถ้าปิดกั้นไม่ได้พูดอย่างนี้หรอก แต่วันนี้พูดทุกอัน หนังสือพิมพ์ก็พูด อะไรพูดแถลงหมด แล้วประะเด็นสำคัญที่ต้องห้ามคือการชักชวนคนมาเดินประท้วง เพราะมันไม่ใช่เวลา เรามีกฎหมายอยู่แล้วว่าห้ามชุมนุมกันและสร้างความขัดแย้งความวุ่นวาย”

              อย่างไรก็ตามในส่วนเรื่องการเลือกตั้ง ยืนยันได้เลยว่า โรดแม็พเราต้องมี รัฐธรรมนูญเมื่อร่างขึ้นมาต้องมารับหลักการกันก่อน ถ้าไม่รับต้องร่างใหม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า หากไม่ผ่านการลงมติของ สปช. ก็ต้องใช้เวลา 6 เดือนในการร่าง จากนั้นต้องใช้เวลาทำกฎหมายลูก 4 เดือนโดยประมาณ ก่อนจะทำประชามติประมาณ 4 เดือน และไปสู่ชั้นตอนการเลือกตั้ง 4 เดือน ถึงเป็น 6-4-6-4 จริงๆ เกินมาแค่ 6 เพราะมันไม่ผ่าน มันต้องเพิ่ม 6 ไม่งั้นมันก็ไป 6 กับ 4 แล้ว แต่คนไปตกใจว่า ไปยืด ยืนยันว่า ไม่ได้ยืด แต่ถ้ามันทำได้เร็วกว่านั้นก็ทำ แต่ทำไมไม่ไปดูว่า มันสงบหรือไม่ ถ้ามันร่างได้ ออกมาได้ผ่านทุกอย่าง เลือกตั้งแล้วใครจะเป็นรัฐบาล
 
              “ในส่วนของประเทศไทย มีความจำเป็นที่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จะมีอะไรแตกต่างหรือไม่ ว่าในห้วงต่อไปนี้จะมีอะไรที่เป็นมาตรการป้องกันเหตุการณ์เช่นเดิมหรือไม่ ผมเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีที่เกิดขึ้นบ้านเรา ไม่มีที่ไหนในโลกเกิดแบบนี้ ประเทศอื่นเขาเลือกตั้งจบยอมรับกัน แต่ของไทยที่ผ่านมามันมีปัญหาตรงนี้ ดังนั้นเราต้องช่วยอธิบายว่า ประชาธิปไตยไทยต้องแก้ไขปรับปรุงบางอย่าง ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การบริหารราชการแผ่นดิน การเข้าสู่การเมืองของนักการเมือง เราก็อยากเป็นประชาธิปไตยแบบคนอื่นที่ไม่มีความขัดแย้ง”

              ทั้งนี้ทุกประเทศก็ผ่านเวลาเหล่านี้มาทั้งสิ้น และในฐานะคนไทย อยากฝากบอกมิตรประเทศว่า ยังไงประเทศไทยก็อยู่บนโลกใบนี้ เมื่อเราไปไหนไม่ได้ ท่านก็ให้เราไปไหนไม่ได้ ท่านต้องช่วยสนับสนุนให้เราเดินหน้าเป็นเหมือนที่ท่านเป็น เป็นอารยประเทศ หรือเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อย่างที่ท่านเป็น

              “ท่านอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าที่ผ่านมาประชาธิปไตยไทยเป็นอย่างไร มีการใช้อาวุธ มีความรุนแรง มีการติดล็อกประเทศ ผมถึงต้องเข้ามา ถ้าประเทศไทยมันดีอยู่แล้วไม่มีใครเขาทำ”