
ฮิลลารีแถลงสหรัฐพร้อมลงนามความร่วมมืออาเซียน
"สหรัฐ"พร้อมลงนามความร่วมมืออาเซียนพรุ่งนี้ พร้อมกระชับความร่วมมือ ทุ่มเงินช่วงเหลือ 7 เท่าให้กับความร่วมมือจีเอ็มเอส ฮิลลารี ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพม่า เรียกร้องปล่อยซูจี อีเอเอสออกแถลงการณ์กังวลเกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 14.30 น.วันที่ 22 ก.ค.ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ ลากูนา จ.ภูเก็ต ผู้สื่อข่าวและช่างภาพไทยและต่างประเทศกว่า 100 คน เดินทางไปตั้งกล้องโทรทัศน์และเตรียมความพร้อมก่อนการแถลงข่าวโดยนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งไทยและสหรัฐ รวมทั้งสุนัขดมกลิ่น ตรวจตราสถานที่ที่จะใช้แถลงข่าว โดยให้นักข่าวและช่างภาพทุกคนออกมาจากบริเวณดังกล่าว จากนั้น ซึ่งใช้เวลา 30 นาทีในการตรวจหาอาวุธและวัตถุต้องสงสัย จากนั้น ให้นักข่าวและช่างภาพเดินผ่านเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยครั้งละ 10 คน แล้วจึงอนุญาตให้ไปประจำที่ได้
เมื่อเวลา 18.00 น. นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงว่า สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามนโยบายของประธานาธิบดีบารัค โอบามา และตนเชื่อว่า ภูมิภาคนี้มีความสำคัญมากต่อความก้าวหน้า สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของโลก เราจะเป็นหุ้นส่วนกับอาเซียน และเผชิญความท้าทายตาง ๆ ร่วมกัน
ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะมีกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยการลงนามสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ทีเอซี) ของอาเซียนในวันพรุ่งนี้ ( 23 ก.ค.) นอกจากนี้ สหรัฐฯจะส่งผู้แทนทางการทูตไปประจำที่สำนักเลขาธิการอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
นางคลินตัน กล่าวอีกว่า พรุ่งนี้ ( 23 ก.ค.) ตนจะประชุมกับกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อหารือถึงเรื่องน้ำ สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข โดยขอย้ำว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาต้องการมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับเอเชีย และใส่ใจกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยได้ขอให้สภาคองเกรสเพิ่มเงินช่วยเหลืออีก 7 เท่าสำหรับกองทุนในเรื่องดังกล่าวเพื่อใช้ในภูมิภาคนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างมากต่อเหตุระเบิดที่อินโดนีเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมกับรัฐมนตรี 6 ประเทศที่อยู่ในเวทีการประชุม 6 ฝ่าย ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้นั้น โดยจะมีการหารือเรื่องการบังคับใช้ข้อมติ 1874 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวมถึงหารือถึงมาตรการของแต่ละชาติและมาตรการโดยรวมที่ใช้ร่วมกันเพื่อห้ามการค้าอาวุธ การตรวจอาวุธ ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ว่าเกาหลีเหนือจะยุติโครงการนิวเคลียร์หรือไม่ เพราะถ้าไม่ทำตาม จะถูกโดดเดี่ยวและคว่ำบาตรจากนานาชาติ
เมื่อถามถึงแผนการลดอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนืออย่างเป็นรูปธรรม นางคลินตัน กล่าวว่า สหรัฐฯ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้มีเป้าหมายร่วมกันในการยุติโครงการนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ ถ้าเกาหลีเหนือยอมยกเลิกโครงการนี้ สหรัฐฯและประเทศหุ้นส่วนอื่น ๆ จะปรับความสัมพันธ์เข้าสู่ระดับปกติ และจะให้ความช่วยเหลือที่จะทำให้ชาวเกาหลีเหนือมีชีวิตที่ดีกว่า
ต่อข้อถามว่ากรณีของประเทศพม่านั้น คิดว่าควรจะออกจากอาเซียนหรือไม่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า อาเซียนและประเทศในอาเซียนให้การตอบรับกับกลไกสิทธิมนุษยชนในทางบวก แต่พม่ากลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ทั้งนี้ตนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพม่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับเกาหลีเหนือว่ามีอาวุธร้ายแรง และอาจรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งนำความกังวลามาสู่ภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ เราขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า ซึ่งถ้านางซูจีได้รับการปล่อยตัว จะเป็นการเปิดโอกาสให้สหรัฐฯขยายความสัมพันธ์กับพม่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้นำของพม่าเอง และสหรัฐฯเคารพการตัดสินใจของอาเซียน อย่างไรก็ตาม พม่ามีโอกาสหลุดพ้นจากความโดดเดี่ยว และให้เขาปฏิบัติต่อประชาชนให้ดีขึ้น รวมถึงมีการเลือกตั้งอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของพม่าเอง
อีเอเอสออกแถลงการณ์กังวลเกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์
แถลงการณ์ประธานถึงผลหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศ ในที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก หรืออีเอเอส ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 โดยมีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน มีเนื้อหาสำคัญว่า รัฐมนตรีต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการดำเนินการตามข้อตกลงในการประชุมสุดยอดที่กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2552 โดยเฉพาะความจำเป็นของการฟื้นฟูการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน การต่อต้านมาตรการปกป้องทางการค้า การปฏิรูปสถาบันระบบการเงินระหว่างประเทศ รวมถึงการส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐที่ครอบคลุม คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และมีความยั่งยืนในทุกด้าน
รัฐมนตรีต่างประเทศเห็นว่าประเทศ EAS สามารถแสดงบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความมั่นคงทางการเงินและเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนและส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินของภูมิภาค
รัฐมนตรีต่างประเทศแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทดลองนิวเคลียร์ใต้ดินและการยิงจรวดที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเกาหลี ซึ่งเป็นการละเมิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องและเรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีดำเนินการตามข้อบังคับและข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีต่างประเทศแสดงความสนับสนุนที่ให้กระบวนการเจรจาหกฝ่ายกลับมาประชุมอีกครั้งในเวลาอันใกล้
อีกทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการหารือประเด็นที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวกับความห่วงกังวลด้านมนุษยธรรม รัฐมนตรีต่างประเทศยืนยันการสนับสนุนบทบาทของการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum -ARF) ในฐานะเวทีความร่วมมือด้านความมั่นคงหลักของภูมิภาคและมีประเทศที่อยู่ในกระบวนการเจรจาหกฝ่ายร่วมอยู่ด้วยทุกประเทศ เพื่อนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงอย่างถาวรในคาบสมุทรเกาหลี
รัฐมนตรีต่างประเทศประณามการกระทำที่เป็นการก่อการร้ายที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 จากบุคคลใดก็ตามที่เป็นผู้กระทำการ ซึ่งทำให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีผู้ใดยอมรับได้ อีกทั้งได้แสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ประชาชนและรัฐบาลอินโดนีเซีย
รัฐมนตรีต่างประเทศย้ำความมั่นใจที่มีต่อรัฐบาลอินโดนีเซียในการที่จะนำผู้กระทำความผิด สมาชิกองค์กร ผู้สนับสนุนด้านการเงิน และผู้อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้มาลงโทษ และยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภูมิภาคในการต่อต้านการก่อการร้ายและผู้ที่ก่อความรุนแรงสุดขั้วต่อไป อีกทั้งเน้นย้ำความจำเป็นในการเร่งเสริมสร้างศักยภาพของภาคส่วนในสังคมที่เป็นกลางและส่งเสริมการหารือเพื่อสมานฉันท์
รัฐมนตรีต่างประเทศรับทราบว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งเป็นความกังวลร่วมกันของประเทศ EAS และเพื่อเป็นการดำเนินการล่วงหน้าไปสู่การประชุม ที่กรุงโฮเปนเฮเกนในปลายปีนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสนับสนุนรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม EAS ซึ่งจะพบกันที่สิงคโปร์ในเดือนตุลาคม 2552 ให้พัฒนาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าทีร่วมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะสนับสนุนการประชุมที่กรุงโฮเปนเฮเกน และแสดงความหวังว่าการประชุมที่กรุงโฮเปเฮเกนจะมีผลลัพธ์ที่ความยุติธรรม เท่าเทียมกันและทะเยอทะยาน อันตั้งอยู่บนหลักการของความรับผิดชอบที่ร่วมกันแต่มีความแตกต่าง
รัฐมนตรีต่างประเทศรับทราบถึงความพร้อมของประเทศไทยในการจัดการหารือภายใต้กรอบองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (UN Climate Change Talks) ระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 9 ตุลาคม 2552 เพื่อเป็นการสนับสนุนการประชุมของอนุสัญญารัฐภาคีสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงโฮเปนเฮเกน และข้อเสนอของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่จะจัดการสัมมนา EAS ครั้งที่ 2 ว่าด้วยการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ในเดือนกันยายน 2552 และข้อเสนอของอินเดียที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเทคโนโลยีที่สะอาดในเดือนตุลาคม 2552
เนื่องจากความแปรปรวนของภูมิอากาศอันเป็นผลมาจากความไม่มีเสถียรภาพของชั้นบรรยากาศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รัฐมนตรีต่างประเทศได้ย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความร่วมมือในการจัดการภัยพิบัติ และสนับสนุนการออกแถลงการณ์ว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติในการประชุม EAS ครั้งที่ 4 ในเดือนตุลาคม 2552 ที่ประเทศไทย
เพื่อเป็นการรับมือกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ A(H1N1) ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายใหม่ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาค รัฐมนตรีต่างประเทศสนับสนุนให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขในประเทศ ดำเนินความพยายามร่วมกันในการต่อสู้กับการระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงให้มีการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุด และความรู้ในการรับมือกับการระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีต่างประเทศได้ย้ำ ความปรารถนาที่จะจัดตั้งคลังสำรองเวชภัณฑ์เพิ่มเติม และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการจัดหายาและวัคซีนต้านไข้หวัดในราคาที่ถูกลง



