ข่าว

‘วิษณุ’อุบตัวเลขความเสียหายจำนำข้าว

‘วิษณุ’อุบตัวเลขความเสียหายจำนำข้าว

30 ก.ย. 2558

‘วิษณุ’อุบตัวเลขความเสียหายจำนำข้าว หลังทราบผลสรุปเตรียมสั่ง‘ยิ่งลักษณ์’ชดใช้ทางแพ่ง ส่วนเอกชนอีก 15 ราย ต้องฟ้องภายใน 1 ปี อัยการแจงฟ้องคดีจำนำข้าวทำตามหน้าที

            ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 30 ก.ย.2558 เวลา16.30น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งของโครงการรับจำนำข้าวสมัย รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชิณวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากคณะกรรมการของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ส่งรายงานมาให้วันนี้ ว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทั้ง2ชุดสรุปตัวเลขความเสียหาย และเดินทางมารายงานให้ตนรับทราบแล้ว โดยต้องพิจารณาใน3เรื่อง 1. มีความผิดจริงหรือไม่ โดยดูหลักฐานจากทาง ป.ป.ช.เป็นหลัก 2.ใครที่จะต้องรับผิด และ3.มูลค่าของความเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ซึ่งได้คำตอบทั้งหมดแล้ว จากนี้คณะกรรมการทั้ง2ชุดนี้จะกลับไปทำรายงานเพื่อเสนอต้นสังกัด คือ กระทรวงการคลังที่สอบข้อเท็จจริงกรณีการเรียกค่าเสียหาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อเสนอรมว.คลัง ส่วนกรรมการของกระทรวงพาณิชย์ที่ตรวจสอบกรณีการค้าข้าวแบบจีทูจีหรือรัฐต่อรัฐ ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมัยเป็นรมว.พาณิชย์กับพวกอีก5คน โดยคณะกรรมการทั้ง2ชุดไม่เกี่ยวข้องกับตน เพราะไม่ได้เป็นประธานในคณะใดทั้งสิ้น

            นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนจากนี้ เมื่อรัฐมนตรีพาณิชย์และคลังได้รับทราบข้อมูลก็จะพิจารณา เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี โดยขั้นตอนนี้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการพิจารณา เมื่อพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่าควรสอบเพิ่มในประเด็นใด จะส่งกลับไปให้คณะกรรมการแต่ละคณะไปสอบเพิ่ม แต่ถ้าข้อมูลเพียงพอแล้ว นายกฯจะลงนามแล้วส่งไปให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน และมีผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าไหร่ก็สุดแล้วแต่ เพราะไม่มีกำหนดเวลาเอาไว้ หากคณะกรรมความรับผิดทางแพ่งเห็นด้วยกับการสอบของคณะกรรมการทั้ง2ชุด จะส่งกลับมายังนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ เพื่อออกคำสั่งที่เรียกว่า คำสั่งทางปกครองเรียกให้รับผิดทางแพ่ง เมื่อสั่งแล้วถือว่ากระบวนการในทางบริหารจบแล้ว จึงไม่มีปัญหาในเรื่องอายุความอย่างที่มีข้อกังวล ซึ่งคำสั่งทางปกครองดังกล่าวนั้นเป็นไปตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง คำสั่งอะไรก็ตามที่ไปกระทบกับสิทธิของคน คำสั่งการย้ายบุคคลก็เป็นคำสั่งทางปกครอง ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น ซึ่งบางวัน นายกฯออกคำสั่งทางปกครองเป็นร้อยฉบับ แต่ไม่มีมูลให้ฟ้อง ยกตัวอย่าง กรณีที่นายกฯคนก่อนมีคำสั่งย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แล้วนายถวิลไปฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่ง เป็นต้น เรื่องนี้ไม่มีมาตรา44เข้ามาเกี่ยวข้อง

            นายวิษณุ กล่าวว่า ในคดีนี้เมื่อมีคำสั่งทางปกครองไปแล้วผู้ถูกกล่าวหามาจ่ายเงินก็ให้นำเงินมาจ่ายหรือทำความตกลงผ่อนชำระ แต่หากไม่ยอมรับคำสั่ง ก็ให้ฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะไม่มีความผิด และไม่ควรจะรับผิดแม้แต่บาทเดียว แต่หากจะรับผิดอาจจะเถียงได้ว่า ไม่ต้องถึงขนาดที่มีการฟ้อง ซึ่งคดีก็จะเดินหน้าไปตามกระบวนการ โดยคำสั่งทางปกครอง มีระยะเวลาที่จะดำเนินการกับอดีตข้าราชการคือ2ปี นับตั้งแต่วันที่รู้ตัวผู้กระทำผิด คือปี2560ทั้งนี้สำหรับบุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีประมาณ15ราย ซึ่งเป็นเอกชน ราษฎร หรือ เซอร์เวย์เยอร์ มีระยะเวลาที่ต้องดำเนินการฟ้องศาลเพียงอย่างเดียว ภายใน1ปี โดยเป็นการฟ้องที่ศาลแพ่ง โดยมีระยะเวลาถึงปี2559ซึ่งจะดำเนินการฟ้องร้อง แต่ต้องรอข้อมูล เพราะคนเหล่านี้กระทำความผิด หลังจากที่เจ้าหน้าที่รัฐทำผิด จึงต้องมีความผิดประธานก่อนว่าใครจะรับผิดเท่าไหร่ แล้วนำตัวเลขเหล่านี้เป็นฐานเพื่อส่งให้พนักงานอัยการ ไปดำเนินการฟ้องร้องบุคคลเหล่านี้ต่อไป

            นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับตัวเลขที่จะฟ้องร้อง ยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่ควรที่จะพูดออกไปตอนนี้ เพราะต้องแน่ใจว่าข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบไปถึงมือรัฐมนตรีทั้ง2และ นายกรัฐมนตรีเสียก่อน แล้วอาจจะมีการแก้ไขให้เพิ่มหรือลดก็เป็นได้ ในเบื้องต้นนี้สรุปได้ว่ามีการเรียกค่าเสียหาย ตัวเลขไม่ใช่ความลับแต่ยังไม่ควรพูด และอย่าไปคาดเดาเลย

            เมื่อถามว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยินยอมจ่ายค่าเสียหายถือว่ากระบวนการจบสิ้นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อจ่ายความรับผิดทางแพ่งก็จบ ในขณะที่คดีอื่น ก็ว่ากันต่อไป เพราะเป็นคนละคดีกัน หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มีจ่าย ก็คงมีวิธีที่จะดำเนินการ จึงต้องใช้การบังคับทางแพ่ง ซึ่งจำนวนตัวเลขไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเพราะไม่ต้องหารไม่ต้องแบ่ง มีจำเลยกี่คนก็ฟ้องไปเท่านั้น


เผยคิกออฟจ่ายเยียวยา‘ผู้ชุมนุมกปปส.’1ต.ค.นี้

            นายวิษณุ  กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงทางการเมืองว่า การประชุมวันนี้เป็นผลสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ปี2556-2557เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น120ล้านบาท จึงมาถึงขั้นตอนการรับเอกสารหลักฐานโดยให้แต่ละรายที่ได้รับผลกระทบเข้ามาชี้แจงและได้รับการจ่ายเงิน
 
            นายวิษณุกล่าวว่า  โดยวันเดียวกันนี้ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะจ่ายอย่างไร ที่ประชุมจึงมีมติตั้งอนุกรรมการขึ้นเพื่อรับคำร้องและเอกสารเพื่อตรวจสอบแล้วอนุมัติจ่ายเงินโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่1ตุลาคมนี้ และให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้แต่หากมีผู้มาร้องเพื่อขอรับการเยียวยาในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งคงจ่ายให้ภายในสิ้นปีนี้ไม่ทัน ก็ไม่ถือว่าผู้นั้นถูกตัดสิทธิ สามารถเดินทางมาเรียกร้องในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปี2559ได้ไม่เป็นไร หากอาการเจ็บป่วยเริ่มเกิดหนักมากขึ้น

            นายวิษณุ กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าร้องเรียนรับเงินเยียวยาได้ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แต่อาจมีบางขั้นตอนที่เสียเวลาในส่วนของการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพราะพบว่ามีบางรายไม่ได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจึงไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นปัญหาในการตรวจสอบว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ถือเป็นหลักเกณฑ์ว่าไม่ได้ตัดสิทธิเช่นเดียวกัน เนื่องจากถือว่าเป็นผู้ประสบปัญหา เมื่อรัฐต้องการช่วยเหลือเยียวยาเพื่อมนุษยธรรมจึงไม่ต้องไปมีข้อจำกัดใดๆ เพียงแต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นรายๆ ไป

            นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการเยียวยาผู้ประสบเหตุในช่วงอื่นที่ประชุมยังไม่ได้มีการพิจารณา เพราะจะเกิดปัญหากรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยทักท้วงจึงอยากให้รอคำวินิจฉัยที่ชัดเจนจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งก่อน แต่ยืนยันว่าเท่าที่อนุมัติหลักเกณฑ์สำหรับผู้เสียชีวิตที่ได้รับเงินเยียวยา4แสนบาทถือว่ามีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนกว่านี้ โดยพยายามอิงกฎหมายและจ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าเป็นกลุ่มใด ที่สำคัญการจ่ายถูกต้องตามกฎหมาย คือ1.มีกฎหมายรองรับ2.หลักเกณฑ์ของป.ป.ช.ที่ห้ามเลือกปฏิบัติ3.วงเงินที่จ่ายต้องชัดเจนว่ามีรายใด จ่ายค่าอะไรบ้าง

            “อย่างค่าทำศพหรือสูญเสียอวัยวะนั้นมีความชัดเจน แต่ค่าตกใจหรือความเสียหายทางจิตใจนั้นตามหลักไม่สามารถเยียวยาในทางนี้ได้ เนื่องจากไม่มีหลักเกณฑ์ชี้วัด” นายวิษณุ กล่าว และว่ายังมีการวางหลักเกณฑ์บางอย่างเพื่อสงเคราะห์หรือช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ แต่ตนยังไม่ค่อยยอมรับหลักเกณฑ์นี้ เพราะต้องยึดคำวินิจฉัยของป.ป.ช.เป็นหลัก ขณะเดียวกันที่ประชุมก็ได้รับทราบว่ามีการฟ้องคดีประเภทเรียกค่าเสียหายไปยังศาลปกครองกี่เรื่อง แล้วศาลมีคำตัดสินอย่างไรก็จะได้คำพิพากษาของศาลมาใช้ประโยชน์สำหรับตั้งเกณฑ์เพื่อใช้ในอนาคต

            เมื่อถามว่าผู้ที่เรียกร้องเงินเยียวยาส่วนนี้ได้แล้ว จะสามารถไปเรียกร้องต่อศาลเพิ่มเติมได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ตนก็ไม่กล้าตอบว่าจะได้รับเงินเพิ่มเติมหรือไม่เพราะถือเป็นสิทธิ แต่ปัญหาคือจะฟ้องจากใคร ถ้าจะฟ้องรัฐ รัฐก็ไม่ได้เป็นคนกระทำ อย่าลืมว่าการเยียวยาครั้งนี้รัฐเยียวยาเพื่อมนุษยธรรมไม่ใช่มีหน้าที่ตามกฎหมายเพราะฉะนั้นหากจะฟ้องรัฐ ศาลก็จะถามว่าแล้วรัฐคือใคร แล้วใครคือคนที่ยิงคุณ ถ้าคุณรู้ว่าใครเป็นคนยิงก็ให้ไปฟ้องคนๆ นั้น จะฟ้องรัฐไม่ได้ แต่จะฟ้องรัฐได้ในกรณีที่รัฐให้ความช่วยเหลือแบบฝนตกไม่ทั่วฟ้า หรือเลือกปฏิบัติก็สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้


อัยการแจงฟ้องคดีจำนำข้าวทำตามหน้าที่

            นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเป็นคณะทำงานคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และจำเลยคดีโครงการรับจำนำข้าว ได้ยื่นฟ้องคดีอาญากลับนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด และอัยการที่เป็นคณะทำงานรับผิดชอบคดีอีก 3 คนว่า ต้องว่าไปตามกระบวนการข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องที่อัยการขอเบิกพยานเอกสารที่เข้ามาอยู่ในสำนวนคดีทุจริตจำนำข้าวกว่า 60,000 แผ่น เพราะเห็นว่าสำนวนคดีทุจริตขายข้าว (จีทูจี) มีความเชื่อมโยงกับคดีจำนำข้าวด้วย จึงต้องมีพยานหลักฐานเข้ามาเพิ่มเติม

            ขณะที่นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 1 ซึ่งรับผิดชอบการว่าความคดีของข้าราชการและหน่วยงานของรัฐ กล่าวว่า คดีที่ฟ้องยังอยู่ในขั้นตอนของศาลที่ต้องตรวจคำฟ้อง และพิจารณาก่อนว่าเข้าเงื่อนไขที่จะฟ้องได้หรือไม่ ซึ่งจะใช้เวลา 7 วัน ถ้าศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถฟ้องได้แล้วรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้อง ก็จะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมาให้อัยการสูงสุด และอัยการที่ถูกฟ้องทุกคน ซึ่งหากศาลรับคดีไว้ไต่สวน อัยการที่ถูกฟ้องก็คงจะส่งเรื่องมาให้สำนักงานคดีอาญา 1 และ 2 ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นกองคดีแก้ต่าง รับผิดชอบว่าความให้ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ มาตรา 14(4) เพราะถูกฟ้องในขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยกองคดีแก้ต่างจะตรวจสอบว่าข้าราชการที่ถูกฟ้องปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ ถ้าปฏิบัติถูกต้องทางกองคดีแก้ต่างก็จะรับว่าความให้ อย่างไรก็ดี หากศาลจะมีคำสั่งไม่รับฟ้องตนก็คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงจะยื่นอุทธรณ์ตามระบบ

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ได้โพสต์รูปภาพและข่าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาฟ้องคดีที่ศาลอาญา พร้อมมีข้อความระบุว่า “ คุณพ่อสอนผม ไว้ว่า รับราชการต้องอดทน อดกลั้น ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อแทนคุณแผ่นดิน คดี จำนำข้าว ผมต้องทำตามหน้าที่…ครับ ”