ข่าว

‘ศรีวราห์’เชือด2ตำรวจพันรีดเงินญี่ปุ่น

‘ศรีวราห์’เชือด2ตำรวจพันรีดเงินญี่ปุ่น

30 ก.ย. 2558

‘ศรีวราห์’เชือด2ตำรวจพันรีดเงินญี่ปุ่น ให้ออกจากราชการทันทีพบที่ไหนจับ

            จากกรณีนายคิกูชิ มาซาโต๊ะ อายุ 36 ปี ชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทาง พ.ต.ต.ทรงศักดิ์ เศษฤทธิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ยานนาวา หลังจากถูกกลุ่มคนอ้างตัวเป็นตำรวจกรรโชกทรัพย์ เป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้านบาท โดยเหตุเกิดภายในห้องพัก บนอาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. เมื่อวันที่ 5 ก. ย. ที่ผ่านมา
    
            ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สน.ยานนาวา ได้ขออนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.พงษ์ธวัช คงเสือ สว.งานยุทธศาสตร์และแผน กก.อก.บก.น.6 หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่จ.629/2558 ลงวันที่ 21 ก.ย. 58 รวมทั้ง ร.ต.ท.กฤตย์ปกรณ์ เนียมสอน รอง สว. ใน บก.ป.หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.630/2558 ลงวันที่ 21 ก.ย. 58 และหมายจับ ด.ต.วีระศักดิ์ เภาสู ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.พระโขนง หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่จ.631/2558 ลงวันที่ 21 ก.ย. 58  โดยทั้ง 3 รายถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันกรรโชกโดยมีอาวุธปืน,เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือมีประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบในหน้าที่ ,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต"
   
            ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ก.ย.2558 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล ผบช.น. กล่าวว่า สำหรับตำรวจในสังกัด บช.น. 2 นาย ที่มีการออกหมายจับ และได้ลงโทษทางวินัย โดยสั่งให้ออกราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ทั้งนี้ ตนขอกำชับให้กำลังพลใน บช.น. อย่าไปกระทำการในลักษณะดังกล่าวเลย  ให้อดอย่างเสือ ส่วนการสอบปากคำตำรวจทั้ง 2 นาย ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่เขาขาดราชการ และไม่ได้มีการประสานมารับทราบข้อกล่าวหา ก็ให้ออกราชการ ซึ่งเป็นการดำเนินการทางวินัย
     
            เมื่อถามว่า ได้รับการประสานจากตำรวจทั้ง 2 นาย ว่าจะเข้ามอบตัวหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์  ไม่เห็นต้องประสาน เพราะว่ามีการออกหมายจับแล้ว เจอที่ไหนก็จับ ส่วนผู้เสียหายมีการเชิญมาสอบปากคำแล้ว จึงนำไปสู่การออกหมายจับ นายตำรวจทั้ง 3 นาย

 

ผู้การกองปราบเรียกตรวจสอบข้อเท็จจริง

           พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เปิดเผยว่า จากกรณีที่พบว่ามีตำรวจในสังกัดกองบังคับการปราบปราม เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและภรรยา เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น เบื้องต้นตนได้รับทราบจาก พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. ผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่ถูกกล่าวหาแล้ว ซึ่งตำรวจคนดังกล่าวคือ ร.ต.ท.กฤตย์ปกรณ์ พร้อมกับได้รับการประสานจากทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสอบถามข้อมูลของตำรวจคนดังกล่าว ว่าได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ตนจึงได้สั่งการให้ร.ต.ท.กฤตย์ปกรณ์ เดินทางมาเข้าพบ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง ก็จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการสั่งพักราชการตำรวจคนดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้

           ขณะที่พ.ต.ต.ทรงศักดิ์ เศษฤทธิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนคดีไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. เพื่อทำการพิจารณาต่อ เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐฯ  โดยในส่วนของรายละเอียดตนไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นได้เดินทางกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นไปแล้วเพียงคนเดียว ส่วนภรรยาชาวไทยไม่ได้เดินทางไปด้วยแต่อย่างใด

 
 
ตร.ยานนาวาส่งเรื่อง3ตร.ให้ป.ป.ท.เอาผิด



           รายงานข่าวแจ้งว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แล้วตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะทำการขออนุมัติหมายจับนั้น ได้เชิญผู้เสียหายมาชี้รูปถ่ายของผู้ที่ก่อเหตุทั้ง 3 ราย ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าทั้ง 3 ราย เป็นคนที่ก่อเหตุจริง

           อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้ทางผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว แต่ภรรยาชาวไทยยังอยู่ในประเทศไทย  โดยยังไม่ได้ร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ไปดูแลความปลอดภัย หากทางผู้เสียหายต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความปลอดภัยให้  ทางเจ้าหน้าที่ก็จะกำลังเข้าไปดูแลความปลอดภัยของผู้เสียตามคำร้องขอ