ข่าว

โชคชะตาพาสาวโคราช..พบรักหนุ่มออสซี

โชคชะตาพาสาวโคราช..พบรักหนุ่มออสซี

01 ต.ค. 2558

โชคชะตาพาสาวโคราช..พบรักหนุ่มออสซี : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... กวินทรา ใจซื่อ

 
          การเก็บตัวครองโสดและไม่คิดว่าจะมีชีวิตคู่ครั้งใหม่ ทำให้ “จอส กุนเตอร์ มาร์เตน” ชาวออสเตรเลีย วัย 57 ปี ที่ผิดหวังเรื่องความรักกับสาวไทยจนต้องหย่าร้าง ทำให้ตัดสินใจอยู่แบบสันโดษ ไม่คิดแต่งงานอีก แต่เขายังใช้ชีวิตในเมืองไทย เวลาว่างเป็นอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวหลายจังหวัดกระทั่งมาเป็นอาสาสมัครอยู่ที่วอล์กกิ้งสตรีท พัทยา บุพเพสันนิวาสเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเจอรักครั้งใหม่และเริ่มต้นชีวิตคู่กับสาวไทยอีกครั้ง
 
          ไม่ต่างจาก “ชลธิชา มั่งสูงเนิน" ลูกย่าโม สาวใหญ่วัย 38 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานที่โรงพยาบาลกองบิน 1 จ.นครราชสีมา และต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกๆ ถึง 3 คน แต่ด้วยความรักและการเป็นลูกทหารจึงอดทนเข้มแข็ง สามารถผ่านเรื่องราวมรสุมชีวิตมาได้ และการครองตัวเป็นโสดนานถึง 6 ปี ก็ไม่เคยคิดว่าจะเจอกับรักใหม่จนต้องเดินทางไปร่วมงานวันเกิดเพื่อนที่พัทยา คนสองคนที่ห่างกันคนละซีกโลกจึงมีโอกาสเจอกัน
   
          “หย่ากับสามีเก่าปี 2545 จากนั้นก็ครองความโสดมานานจนได้ไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนที่พัทยา เราไม่เคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นชาวต่างชาติจึงไม่ได้สื่อสารภาษาอังกฤษ ทำให้กลัวและไม่กล้าคุยกับชาวต่างชาติ ในงานวันเกิดเพื่อนเห็นคุณจอสนั่งคนเดียว ทันทีที่เห็นรู้สึกถูกชะตา เขาดูดี สมาร์ท เป็นเราที่เริ่มจีบเขาก่อน เขียนข้อความบอกเขาว่า เขาดูดีมาก จากนั้นเขาก็เดินมาทักทาย มาทราบทีหลังว่าเขากลัวว่าเราเป็นผู้หญิงที่มาจับฝรั่งทำให้ไม่กล้าพูดคุยกับผู้หญิงไทย” ชลธิชา เล่าถึงวันแรกที่พบกัน
   
          การพูดคุยกันครั้งแรกสร้างความประทับใจให้ชายหนุ่มไม่น้อย เพราะทั้งคู่มีงานอดิเรกเหมือนกันคือการยิงปืน ชอบการเดินทางท่องเที่ยว เมื่อคนที่สนใจเรื่องเดียวกันได้พูดคุย อรรถรสก็บังเกิดได้ แม้ว่าจะเข้าใจภาษากันและกันอย่างกระท่อนกระแท่น แต่การสนทนาในวันนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นในการสานต่อความเข้าใจ จนก่อเกิดเป็นความรักและสร้างครอบครัวด้วยกันในที่สุด 
 
          การได้อยู่เมืองไทยทำให้ “จอส” เรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมของไทย โดยเฉพาะความอ่อนน้อมถ่อมตน การพูดจา จึงทำให้เขาเป็นที่รักของคนรอบข้าง ซึ่งเมื่อไปทำความรู้จักกับครอบครัวของชลธิาก็เป็นที่รักได้ไม่ยาก
 
          “ผมชอบเมืองไทยมากเพราะคนไทยน่ารัก อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นเสน่ห์ของที่นี่ ถึงผมจะผิดหวังเรื่องความรักเมื่อผมมีโอกาสจะหาเวลาว่างเป็นอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ผมเป็นอาสาสมัครในหลายจังหวัด แต่ก็ปิดตัวเองไม่รับใครเข้ามาในชีวิต จนได้พบกับคุณชลธิชา ครั้งแรกที่พบกันเราทั้งคู่คุยแลกเปลี่ยนกันทั้งเรื่องการทำงาน ชีวิตประจำวัน ชีวิตคู่ ทำให้เห็นมุมมองที่ต่างจากคนอื่นๆ ที่เราเคยพูดคุยด้วย” จอส กล่าว
    
          ความประทับใจในการเจอกันครั้งแรก ทำให้ทั้งคู่เริ่มสานสัมพันธ์นัดเจอกันอีกครั้ง การได้ทำความรู้จักกันในครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจว่าลองเปิดใจคบหาดูใจ มีความรักอีกครั้ง
   
          “เจอกันครั้งที่สองก็ชวนเพื่อนไปเที่ยวด้วย วันนั้นคุณจอสขอถ่ายรูปด้วย แล้วเขาก็เอาแขนมาโอบไหล่ แต่ก็เอามือเขาออกบอกว่าไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน จากนั้นเราก็คุยแลกเปลี่ยนกันเรื่อยๆ มาหาที่โคราชบ้าง พามารู้จักพ่อแม่ ส่งเอสเอ็มเอสพูดคุยกัน จนเขามาหาและอยู่ที่โคราช 1 เดือนที่สนิทกันรู้ว่าเขา อารมณ์ดี ใจเย็น ชอบพูดเรื่องที่ทำให้สบายใจ จนคุณจอสเดินทางกลับบ้านที่ออสเตรเลีย เราก็ใช้การแชททางเอสเอ็มเอส วันไหนที่เขามีเรื่องเครียดก็จะพูดคุย ส่งภาพกาแฟ อาหารเช้าไปให้ เพื่อให้เขารู้ว่ามีเราอยู่ข้างๆ”
     
          หลังจากคบหาดูใจกันจอสต้องเดินทางกลับไปอยู่บ้านออสเตรเลีย ทำให้ชลธิชาตัดสินใจขอวีซ่าเดินทางไปออสเตรเลีย แต่การขอวีซ่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ต้องยื่นเรื่องติดต่อกันถึง 3 ครั้ง กระทั่งสถานทูตขอสัมภาษณ์เองจนให้วีซ่าเดินทางเข้าประเทศได้ ตลอด 3 เดือนที่อยู่ด้วยกัน ได้เรียนรู้กัน เริ่มแรกที่ทั้งสองคนต่างต้องปรับตัวแต่ก็มีปัญหาเมื่อชีวิตคู่ในครั้งใหม่เกือบไปกันไม่รอดเพราะชลธิชาเห็นจอสคุยกับผู้หญิงคนอื่น
     
          “เขาเป็นคนคุยสนุก หน้าตา หุ่นเขายังดูสมาร์ท จึงไม่แปลกที่จะยังมีผู้หญิงเข้ามาคุยด้วย ช่วงนั้นใกล้ครบกำหนด 3 เดือนที่ต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว พอเห็นว่าเขาคุยกับผู้หญิงอื่นก็ตัดสินใจคุยกับเขาตรงๆ ว่าหากเขาไม่รักเราแล้ว เราก็จะกลับบ้าน แล้วก็ไม่ขอกลับมาอีก หากเขาจะคบต้องคบกับเราคนเดียว หากไม่รักกันก็ขอให้จบ เขาจึงเลิกคุยกับคนอื่น พร้อมกับให้คำสัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์กับเราคนเดียว จากนั้นในปี 2555 เราก็ตกลงใจแต่งงานกัน”
      
          ปัจจุบันจอสยังคงเดินทางระหว่างออสเตรเลียและไทยอยู่เป็นประจำ เพื่อมาหาคนรักและใช้เวลาพักผ่อน ชลธิชาบอกว่า ชีวิตคู่ในครั้งนี้ต่างจากครั้งที่ผ่านมา เพราะต่างฝ่ายต่างดูแลกันทุกอย่างตั้งแต่ทำงานบ้าน ทำอาหาร ไปเที่ยวหลายคนแอบอิจฉาที่เธอมีคนรักที่คอยดูแลเอาใจใส่ สามีใช้ชีวิตได้สุขสบายเหมือนที่หญิงสาวหลายคนต่างใฝ่ฝันว่าจะมีชีวิตคู่ที่มีคนคอยดูแล แต่กว่าจะฝ่าฟันมาได้ชลธิชาบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเพราะต่างต้องปรับตัว เรียนรู้กัน
       
          “คุณจอสเขาบอกว่าจน ไม่มีบ้าน เช่าบ้านอยู่ แต่เรารักเขาที่ความดี ความรัก ความเอาใจใส่ของเขาที่มีให้ ทนเราได้ เราก็ไม่ได้คิดเรื่องเงินทอง เพราะถ้าต้องหาแฟนรวยๆ แต่เขาไม่รักเรา ต้องทนอยู่กันชีวิตคู่ก็ไม่มีความสุข ก็ไม่รู้จะมีเงินไปเพื่ออะไร” ชลธิชา กล่าว
 
.......................................
(หมายเหตุ โชคชะตาพาสาวโคราช..พบรักหนุ่มออสซี : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์  โดย...   กวินทรา ใจซื่อ)